Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 37

ดันเจี้ยนแห่งความตาย

ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
"อย่าได้ส่งเสียงดังแม้แต่ลมหายใจ ถ้าไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้แก่รากไม้ปีศาจพวกนี้" เสียงกระซิบของผมเย็นเยียบพอๆ กับไอหมอกสีเลือดที่ปกคลุมอยู่เบื้องหน้า ลูน่าพยักหน้าเงียบๆ ดวงตาเรียวรีสีมรกตของเธอจดจ้องไปยังโครงกระดูกขนาดมหึมาที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเถาวัลย์เรืองแสงสีม่วงคล้ำ มันไม่ใช่ดันเจี้ยนทั่วไป แต่นี่คือ 'สุสานแห่งความเงียบงัน' ดันเจี้ยนระดับ SS ที่ระบบจารึกไว้ว่าเป็นพื้นที่ต้องห้าม ซึ่งจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีกิลด์ไหนในเซิร์ฟเวอร์กล้าเหยียบย่างเข้ามา เบื้องหน้าเราคือประตูหินขนาดยักษ์ที่สลักด้วยอักขระโบราณซึ่งกำลังเต้นเร่าราวกับมีชีวิต เรย์—ในนามของผม—กระชับดาบ 'วิญญาณอาฆาต' ในมือแน่นขึ้น แรงกดดันจากอากาศรอบตัวเริ่มบีบคั้นจนหูของผมอื้ออึง "เรย์... ค่ามานาในอากาศที่นี่มันผิดปกติ" ลูน่ากระซิบ มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะแตะที่คทาเวทมนตร์ "มันไม่ได้กำลังฟื้นฟู แต่กำลัง 'กัดกิน' ทุกอย่างที่เข้าใกล้" ผมไม่ตอบ แต่สายตาจับจ้องไปที่หน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า [แจ้งเตือน: ตรวจพบสภาวะ 'ดูดกลืนพลังงานชีวิต' ระดับสูง] [คำเตือน: อัตราการฟื้นฟูมานาลดลง 90% หากมานาเป็นศูนย์ เลือดจะถูกนำมาใช้แทน] มุมปากของผมกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยแบบเดียวกับตอนที่ถูกกิลด์ 'มหาพยุหะ' ของเซนอสล้อมฆ่าในดันเจี้ยนเมื่อสามปีก่อนมันหวนกลับมาอีกครั้ง ความเยือกเย็นเข้าครอบงำจิตใจ ผมไม่ได้กลัวความตาย เพราะความตายคือสิ่งที่ผมรู้จักดีที่สุดในฐานะผู้เล่นที่ 'บั๊ก' ระบบจนได้มาซึ่งพลังนี้ "ลูน่า ถอยไปด้านหลัง" ผมสั่งเสียงเรียบ "ชั้นจะทำลายผนึกนั่นเอง" "แต่ว่า... นายยังไม่ได้พักฟื้นมานาจากการต่อสู้ชั้นที่แล้วเลยนะ!" "การพักฟื้นคือของขวัญสำหรับผู้แพ้เท่านั้น" ผมก้าวออกไปข้างหน้า เสียงรองเท้าบู้ทกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วโถงกว้างทันใดนั้น ผืนดินก็สั่นสะเทือน เถาวัลย์สีม่วงคล้ำที่เคยอยู่นิ่งเริ่มเลื้อยเข้าหาผมเหมือนงูหิวโหย ผมไม่รอช้า ปลดปล่อยทักษะ 'เนตรมรณะ' ดวงตาข้างซ้ายของผมเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มองเห็นจุดเปราะบางที่เชื่อมต่อพลังเวททั้งหมดของดันเจี้ยนแห่งนี้ไว้ ผมพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า ดาบในมือฟาดฟันเข้าที่จุดตายของอักขระเวทมนตร์ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากผนังหินราวกับวิญญาณนับพันกำลังร่ำไห้ ดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้มีแค่สัตว์ประหลาด แต่มันคือดันเจี้ยนที่ 'มีชีวิต' และกำลังโกรธเกรี้ยว ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะทำลายผนึกชั้นสุดท้าย แสงสีทองสว่างวาบก็พุ่งผ่านหน้าผมไปปะทะกับประตูหินจนเกิดระเบิดรุนแรง แรงอัดกระแทกทำให้ผมต้องกระโดดถอยหลังกลับมาตั้งหลัก "ดูเหมือนว่า 'หนูสกปรก' จะวิ่งเข้ามาถึงถิ่นของข้าเร็วกว่าที่คิดนะ" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูทำให้ผมชะงัก เซนอสยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนแท่นหินด้านบน มือของเขากำลังหมุนลูกแก้วสีทองที่แผ่รังสีพลังอำนาจมหาศาล เขาไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเขามีผู้เล่นระดับแถวหน้าของกิลด์มหาพยุหะอีกห้าคนปิดล้อมทางออกไว้ทุกทิศทาง "เซนอส..." ผมเอ่ยชื่อนั้นเบาๆ ความแค้นที่ฝังลึกไม่ได้ทำให้มือผมสั่น แต่มันกลับทำให้ทุกอย่างในสายตาของผมชัดเจนขึ้น "แกคิดจริงๆ เหรอว่าการแอบเข้ามาฟาร์มของในดันเจี้ยนลับที่ข้าหมายตาไว้จะเป็นความลับไปตลอด" เซนอสเหยียดยิ้ม "เรย์ นายมันก็แค่บั๊กที่ควรถูกกำจัดทิ้งตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน แต่วันนี้... ข้าจะทำให้แน่ใจว่านายจะไม่มีวันได้ล็อคอินเข้าเกมนี้ได้อีก" เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นที่รอบตัวเราเริ่มเปลี่ยนไป ผนังดันเจี้ยนเลื่อนปิดตาย เส้นทางที่เคยเข้ามาถูกปิดผนึกด้วยกำแพงเวทมนตร์สีเลือด "ลูน่า ฟังนะ" ผมพูดโดยไม่หันไปมอง "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าใช้เวทมนตร์ถอนคำสาปจนกว่าชั้นจะสั่ง" "แต่เรย์! พวกมันมีถึงหกคน! นายจะรับมือคนเดียวได้ยังไง!" ผมไม่ได้ตอบเธอ สายตาจดจ้องไปที่เซนอส ความกดดันมหาศาลที่เซนอสสร้างขึ้นไม่ได้ทำให้ผมหวาดหวั่น แต่มันกลับกระตุ้นให้ระบบภายในตัวผมเริ่มทำงานผิดปกติ... หรืออาจจะถูกต้องที่สุด [แจ้งเตือน: ตรวจพบสถานะ 'เจตจำนงสังหาร' เกินขีดจำกัด] [คำสั่งลับ: ปลดล็อคขีดจำกัด 'บั๊ก' ขั้นที่ 2—โหมดเผาผลาญวิญญาณ] ผมสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากแกนกลางของตัวละคร นี่คือพลังที่ผมไม่เคยคิดจะใช้ แต่มันคือทางเดียวที่จะรอดออกไปจากสุสานแห่งนี้ได้ เซนอสชักดาบสีทองออกมา ชี้มาที่ปลายจมูกของผม "ตายซะ... เจ้าขยะที่หลุดออกมาจากระบบ" ทันใดนั้น แสงไฟในห้องดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง เสียงฝีเท้าของศัตรูค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือเสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหูผม... ไม่ใช่เสียงของเซนอส และไม่ใช่เสียงของลูน่า แต่มันคือเสียงจากระบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "ยินดีต้อนรับสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของดันเจี้ยน... ผู้เล่นที่ถูกลืม" ผมขมวดคิ้ว มือที่จับด้ามดาบเริ่มมีไอสีดำพุ่งออกมาดุจเปลวเพลิง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจผมกระตุกไม่ใช่คำพูดของระบบ แต่เป็นมือของใครบางคน—ที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง—กำลังกุมมือขวาของผมไว้แน่นจากความมืดมิดที่ไม่มีใครควรจะอยู่ตรงนั้นได้ ผมหันกลับไปมองในความมืด แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ลูน่า แต่เป็นเงาร่างของชายคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะคล้ายกับผม... ทว่าใบหน้าของเขากลับเป็นใบหน้าของผมในอนาคตที่ไร้ซึ่งดวงตา! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของผม จอมเวทไร้นามผู้นี้จะไม่มีวันหยุดเพียงเท่านี้ครับ
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%