"อย่าได้ส่งเสียงดังแม้แต่ลมหายใจ ถ้าไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้แก่รากไม้ปีศาจพวกนี้"
เสียงกระซิบของผมเย็นเยียบพอๆ กับไอหมอกสีเลือดที่ปกคลุมอยู่เบื้องหน้า ลูน่าพยักหน้าเงียบๆ ดวงตาเรียวรีสีมรกตของเธอจดจ้องไปยังโครงกระดูกขนาดมหึมาที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเถาวัลย์เรืองแสงสีม่วงคล้ำ มันไม่ใช่ดันเจี้ยนทั่วไป แต่นี่คือ 'สุสานแห่งความเงียบงัน' ดันเจี้ยนระดับ SS ที่ระบบจารึกไว้ว่าเป็นพื้นที่ต้องห้าม ซึ่งจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีกิลด์ไหนในเซิร์ฟเวอร์กล้าเหยียบย่างเข้ามา
เบื้องหน้าเราคือประตูหินขนาดยักษ์ที่สลักด้วยอักขระโบราณซึ่งกำลังเต้นเร่าราวกับมีชีวิต เรย์—ในนามของผม—กระชับดาบ 'วิญญาณอาฆาต' ในมือแน่นขึ้น แรงกดดันจากอากาศรอบตัวเริ่มบีบคั้นจนหูของผมอื้ออึง
"เรย์... ค่ามานาในอากาศที่นี่มันผิดปกติ" ลูน่ากระซิบ มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะแตะที่คทาเวทมนตร์ "มันไม่ได้กำลังฟื้นฟู แต่กำลัง 'กัดกิน' ทุกอย่างที่เข้าใกล้"
ผมไม่ตอบ แต่สายตาจับจ้องไปที่หน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[แจ้งเตือน: ตรวจพบสภาวะ 'ดูดกลืนพลังงานชีวิต' ระดับสูง]
[คำเตือน: อัตราการฟื้นฟูมานาลดลง 90% หากมานาเป็นศูนย์ เลือดจะถูกนำมาใช้แทน]
มุมปากของผมกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยแบบเดียวกับตอนที่ถูกกิลด์ 'มหาพยุหะ' ของเซนอสล้อมฆ่าในดันเจี้ยนเมื่อสามปีก่อนมันหวนกลับมาอีกครั้ง ความเยือกเย็นเข้าครอบงำจิตใจ ผมไม่ได้กลัวความตาย เพราะความตายคือสิ่งที่ผมรู้จักดีที่สุดในฐานะผู้เล่นที่ 'บั๊ก' ระบบจนได้มาซึ่งพลังนี้
"ลูน่า ถอยไปด้านหลัง" ผมสั่งเสียงเรียบ "ชั้นจะทำลายผนึกนั่นเอง"
"แต่ว่า... นายยังไม่ได้พักฟื้นมานาจากการต่อสู้ชั้นที่แล้วเลยนะ!"
"การพักฟื้นคือของขวัญสำหรับผู้แพ้เท่านั้น"
ผมก้าวออกไปข้างหน้า เสียงรองเท้าบู้ทกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วโถงกว้างทันใดนั้น ผืนดินก็สั่นสะเทือน เถาวัลย์สีม่วงคล้ำที่เคยอยู่นิ่งเริ่มเลื้อยเข้าหาผมเหมือนงูหิวโหย ผมไม่รอช้า ปลดปล่อยทักษะ 'เนตรมรณะ' ดวงตาข้างซ้ายของผมเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มองเห็นจุดเปราะบางที่เชื่อมต่อพลังเวททั้งหมดของดันเจี้ยนแห่งนี้ไว้
ผมพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า ดาบในมือฟาดฟันเข้าที่จุดตายของอักขระเวทมนตร์ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากผนังหินราวกับวิญญาณนับพันกำลังร่ำไห้ ดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้มีแค่สัตว์ประหลาด แต่มันคือดันเจี้ยนที่ 'มีชีวิต' และกำลังโกรธเกรี้ยว
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะทำลายผนึกชั้นสุดท้าย แสงสีทองสว่างวาบก็พุ่งผ่านหน้าผมไปปะทะกับประตูหินจนเกิดระเบิดรุนแรง แรงอัดกระแทกทำให้ผมต้องกระโดดถอยหลังกลับมาตั้งหลัก
"ดูเหมือนว่า 'หนูสกปรก' จะวิ่งเข้ามาถึงถิ่นของข้าเร็วกว่าที่คิดนะ"
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูทำให้ผมชะงัก เซนอสยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนแท่นหินด้านบน มือของเขากำลังหมุนลูกแก้วสีทองที่แผ่รังสีพลังอำนาจมหาศาล เขาไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเขามีผู้เล่นระดับแถวหน้าของกิลด์มหาพยุหะอีกห้าคนปิดล้อมทางออกไว้ทุกทิศทาง
"เซนอส..." ผมเอ่ยชื่อนั้นเบาๆ ความแค้นที่ฝังลึกไม่ได้ทำให้มือผมสั่น แต่มันกลับทำให้ทุกอย่างในสายตาของผมชัดเจนขึ้น
"แกคิดจริงๆ เหรอว่าการแอบเข้ามาฟาร์มของในดันเจี้ยนลับที่ข้าหมายตาไว้จะเป็นความลับไปตลอด" เซนอสเหยียดยิ้ม "เรย์ นายมันก็แค่บั๊กที่ควรถูกกำจัดทิ้งตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน แต่วันนี้... ข้าจะทำให้แน่ใจว่านายจะไม่มีวันได้ล็อคอินเข้าเกมนี้ได้อีก"
เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นที่รอบตัวเราเริ่มเปลี่ยนไป ผนังดันเจี้ยนเลื่อนปิดตาย เส้นทางที่เคยเข้ามาถูกปิดผนึกด้วยกำแพงเวทมนตร์สีเลือด
"ลูน่า ฟังนะ" ผมพูดโดยไม่หันไปมอง "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าใช้เวทมนตร์ถอนคำสาปจนกว่าชั้นจะสั่ง"
"แต่เรย์! พวกมันมีถึงหกคน! นายจะรับมือคนเดียวได้ยังไง!"
ผมไม่ได้ตอบเธอ สายตาจดจ้องไปที่เซนอส ความกดดันมหาศาลที่เซนอสสร้างขึ้นไม่ได้ทำให้ผมหวาดหวั่น แต่มันกลับกระตุ้นให้ระบบภายในตัวผมเริ่มทำงานผิดปกติ... หรืออาจจะถูกต้องที่สุด
[แจ้งเตือน: ตรวจพบสถานะ 'เจตจำนงสังหาร' เกินขีดจำกัด]
[คำสั่งลับ: ปลดล็อคขีดจำกัด 'บั๊ก' ขั้นที่ 2—โหมดเผาผลาญวิญญาณ]
ผมสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากแกนกลางของตัวละคร นี่คือพลังที่ผมไม่เคยคิดจะใช้ แต่มันคือทางเดียวที่จะรอดออกไปจากสุสานแห่งนี้ได้
เซนอสชักดาบสีทองออกมา ชี้มาที่ปลายจมูกของผม "ตายซะ... เจ้าขยะที่หลุดออกมาจากระบบ"
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง เสียงฝีเท้าของศัตรูค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือเสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหูผม... ไม่ใช่เสียงของเซนอส และไม่ใช่เสียงของลูน่า แต่มันคือเสียงจากระบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
"ยินดีต้อนรับสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของดันเจี้ยน... ผู้เล่นที่ถูกลืม"
ผมขมวดคิ้ว มือที่จับด้ามดาบเริ่มมีไอสีดำพุ่งออกมาดุจเปลวเพลิง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจผมกระตุกไม่ใช่คำพูดของระบบ แต่เป็นมือของใครบางคน—ที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง—กำลังกุมมือขวาของผมไว้แน่นจากความมืดมิดที่ไม่มีใครควรจะอยู่ตรงนั้นได้
ผมหันกลับไปมองในความมืด แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ลูน่า แต่เป็นเงาร่างของชายคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะคล้ายกับผม... ทว่าใบหน้าของเขากลับเป็นใบหน้าของผมในอนาคตที่ไร้ซึ่งดวงตา!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของผม จอมเวทไร้นามผู้นี้จะไม่มีวันหยุดเพียงเท่านี้ครับ
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 37
ดันเจี้ยนแห่งความตาย
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!