“วางมือลงจากคันโยกนั่นเสีย ลูน่า... ถ้าเธอไม่อยากให้ห้องนี้กลายเป็นหลุมศพของพวกเราทั้งคู่”
เสียงของเรย์ราบเรียบและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ แต่ฝ่ามือที่กุมด้ามดาบสีดำสนิทนั้นสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากผนังห้องโถงโบราณ ลูน่าชะงักมือที่กำลังสั่นเทา เธอหันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก
“เรย์... คุณเห็นไหม? สิ่งที่สลักอยู่บนบันทึกแผ่นนี้ มันไม่ใช่ภาษาเอลฟ์โบราณ แต่มันคือรหัสคำสั่งของระบบ... รหัสที่เขียนด้วยเลือดของผู้ที่ถูกลบหายไปจากเซิร์ฟเวอร์ก่อนที่เซนอสจะเข้ามามีอำนาจ” ลูน่ากล่าวพลางชี้ไปยังแผ่นจารึกหินที่ส่องแสงสีม่วงหม่น
เรย์ก้าวเท้าอย่างระมัดระวังเข้าไปหาเธอ บรรยากาศในดันเจี้ยนชั้นที่ 32 แห่งนี้ผิดปกติ มันไม่ใช่ชั้นที่มีมอนสเตอร์เลเวลสูง แต่เป็นห้องสมุดที่ถูกปิดตายซึ่งถูกซ่อนอยู่หลังภาพลวงตาของกับดักที่เซนอสวางไว้ เขาปรายตามองบันทึกในมือลูน่า ข้อความที่ปรากฏบนนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ
*‘ผู้สร้างไม่ได้สร้างดันเจี้ยนเพื่อทดสอบผู้กล้า... แต่สร้างมันเพื่อกักขังเศษเสี้ยวของจิตสำนึกที่พระเจ้าปฏิเสธ’*
“เรื่องไร้สาระ” เรย์พึมพำ “เซนอสบอกว่านี่คือบันไดสู่การวิวัฒนาการ มันเป็นเพียงกลไกเพิ่มสเตตัสให้พวกกิลด์ใหญ่เท่านั้น”
“งั้นลองอ่านนี่ดูสิคะ... อ่า ขออภัยครับ ผมหมายถึง... ลองอ่านนี่ดูนะครับ” ลูน่ากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่นิ้วเรียวยาวของเธอไล้ไปตามอักขระที่เริ่มเปลี่ยนสี “บันทึกระบุว่า โลกใบนี้ไม่ใช่โลกคู่ขนาน แต่มันคือ ‘ฐานข้อมูลสำรอง’ ที่ถูกทิ้งร้าง เมื่อทรัพยากรของโลกจริงหมดลง ระบบจึงสร้างเกมนี้ขึ้นเพื่อดูดกลืนพลังชีวิตของผู้เล่นไปชุบเลี้ยงโลกของพวกมัน”
เรย์เงียบไปครู่ใหญ่ เขานึกถึงใบหน้าของเพื่อนร่วมกิลด์ที่ถูกเซนอสหักหลังและกลายเป็นเหยื่อสังเวยในตอนนั้น ความแค้นที่สั่งสมมานานเริ่มเดือดพล่านเหมือนลาวาที่พร้อมจะปะทุ เขาไม่เคยสงสัยเลยว่าทำไมเซนอสถึงพยายามผูกขาดไอเทมระดับสูงในดันเจี้ยนทุกชั้น เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรืออำนาจ แต่มันคือการ ‘คัดกรอง’ เหยื่อที่มีค่าพลังงานชีวิตสูงที่สุดเพื่อส่งมอบให้แก่ ‘ผู้สร้าง’
“ถ้าอย่างนั้น... การที่ผมฟาร์มเวลจนบั๊ก นี่อาจไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ” เรย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ดูลึกลับและเปี่ยมไปด้วยนัยยะ “แต่มันคือความผิดปกติที่ระบบตั้งใจให้เกิดขึ้น เพื่อหา ‘ร่างกาย’ ที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานการถ่ายโอนจิตวิญญาณได้”
ลูน่าหน้าซีดเผือด “คุณกำลังจะบอกว่า... ที่คุณกลายเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ใช่เพราะความพยายามของคุณเพียงอย่างเดียว แต่เพราะคุณคือ ‘ภาชนะ’ ที่ถูกคัดเลือกงั้นหรือ?”
ยังไม่ทันที่เรย์จะได้เอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังสะท้อนมาจากทางเข้าโถงบันได ความมืดมิดที่ปลายทางค่อยๆ ถูกขับไล่ด้วยแสงสีทองเจิดจ้าของชุดเกราะระดับตำนาน บุรุษผู้มีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่ตลอดเวลาเดินก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าของราชาผู้ถือครองทุกสิ่ง
“ช่างเป็นบทวิเคราะห์ที่ชาญฉลาดจริงๆ เรย์” เซนอสกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง “นายทำได้ดีมากที่ค้นพบความจริงนี้ก่อนกำหนด แต่น่าเสียดายที่นายยังขาดความเข้าใจไปอีกหนึ่งเรื่อง... การเป็นภาชนะไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีชีวิตรอดไปจนจบเกม”
เรย์กระชับดาบในมือแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไร้ก้น “เซนอส... นายขายจิตวิญญาณให้ระบบไปกี่คนแล้วเพื่อแลกกับบัลลังก์ที่กำลังจะพังทลายนี้”
เซนอสหัวเราะเบาๆ พลางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว รอยแยกของมิติพลันปรากฏขึ้นด้านหลังเรย์และลูน่า กองทัพมอนสเตอร์ระดับบอสที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในสารบบของระบบพุ่งออกมาจากความมืดมิดราวกับคลื่นยักษ์
“ฉันไม่ได้ขายจิตวิญญาณหรอกเรย์” เซนอสชักดาบเล่มยักษ์ออกมา จิตสังหารที่แผ่ออกมาทำให้ผนังห้องโถงแตกร้าว “ฉันแค่กำลังรอให้ภาชนะที่สมบูรณ์แบบอย่างนาย สุกงอมเต็มที่... เพื่อที่ฉันจะได้ช่วงชิง ‘สถานะผู้สร้าง’ มาเป็นของฉันเอง!”
ในวินาทีที่เรย์จะพุ่งเข้าปะทะ เสียงระบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังก้องขึ้นในหัวของเขา ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่มันเป็นเสียงของหญิงสาวที่เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
*[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่นหมายเลข 000... ขอยินดีต้อนรับสู่ ‘ความจริง’ หากคุณต้องการหยุดวัฏจักรนี้ จงยอมรับการดึงข้อมูลจากบันทึกที่ลูน่าถืออยู่ แล้วคุณจะพบว่าตัวคุณในอดีต คือผู้ที่สร้างระบบนี้ขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง]*
เรย์หยุดชะงัก ดาบในมือของเขาเริ่มเรืองแสงสีขาวโพลน ลูน่าที่อยู่ข้างหลังกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อร่างกายของเธอเริ่มโปร่งใสคล้ายกับข้อมูลที่กำลังถูกลบ
“เรย์! อย่าเชื่อมัน! ถ้าคุณยอมรับข้อมูลนั่น คุณจะสูญเสียตัวตนเดิมไปตลอดกาล!” ลูน่าตะโกนสุดเสียง
เรย์หันกลับมามองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขาเหลือบมองเซนอสที่พุ่งเข้ามาด้วยดาบที่หมายจะปลิดชีพ ก่อนจะตัดสินใจคว้าสมุดบันทึกจากมือลูน่าแล้วกดมันเข้ากับหน้าอกของตัวเอง
ความเจ็บปวดราวกับร่างถูกฉีกกระชากแล่นพล่านไปทั่วทุกเส้นประสาท ในขณะที่เซนอสกำลังจะลงดาบสุดท้าย ร่างของเรย์ก็ระเบิดแสงที่กลืนกินทุกอย่างในห้องโถงจนมืดมิดสนิท
จอมเวทไร้นามหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับบทนี้และเตรียมตัวพบกับความจริงในตอนถัดไปนะครับ
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 32
อดีตของโลกใบนี้
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!