กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอความร้อนที่คุกกรอบระอุอยู่ทั่วห้องโถงใต้ดินชั้นที่หกสิบห้า ไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกริบใต้ฮู้ดสีดำสนิทจดจ้องอยู่เพียงหน้าจออินเทอร์เฟซโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า ข้อความแจ้งเตือนสีทองอร่ามยังคงกระพริบถี่รัวระรัว
[ติ๊ง! ตรวจพบชิ้นส่วน ‘ดาบมารเพลิงโลกันต์’ (ชิ้นที่ 4 จาก 7) ถูกจัดเก็บเข้าสู่คลังมิติส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว]
เสียงระบบดังขึ้นในโสตประสาท แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเรย์ในเวลานี้ ภาพสะท้อนของชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ผู้มีตราสัญลักษณ์ ‘ผู้ดูแลระบบสูงสุด’ (Administrator) เปล่งแสงสีทองเรืองรองบนอกเสื้อ ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา รอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาสสนุกสนานราวกับผู้ควบคุมหุ่นเชิดของอีกฝ่าย ทิ้งแรงกดดันมหาศาลไว้ในอากาศรอบตัว
“ดูเหมือนว่าการ ‘ฟาร์ม’ ของคุณ จะเริ่มไปขัดหูขัดตาใครหลายคนเข้าแล้วนะครับ เรย์”
เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความกังวลของลูน่าดังขึ้นจากมุมห้อง เอลฟ์สาวในชุดคลุมนักเวทสีมรกตทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งเพื่อพักเหนื่อย สติปัญญาและพลังมานาของเธอถูกผลาญไปจนเกือบหมดสิ้นในการช่วยกางอาคมสะกดกั้นกลไกป้องกันโบราณของห้องโถงแห่งนี้ เรียวปากสั่นระริกเล็กน้อยยามที่เธอมองไปยังทิศทางที่ชายในชุดสูทเคยยืนอยู่
เรย์ไม่ตอบคำถามในทันที นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำขยับปิดหน้าจออินเทอร์เฟซลง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ความเย็นชาบนใบหน้าของเขายิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีกขั้น ปมในอดีตที่เคยถูกหักหลังและเหยียบย่ำจากกิลด์ใหญ่อย่างเซนอสไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ผู้ดูแลระบบสูงสุดปรากฏตัวด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่าบั๊กการฟาร์มเลเวลที่เขาใช้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความลับในหมู่ผู้เล่นอีกต่อไป แต่มันกำลังสั่นคลอนรากฐานทั้งหมดของเกมนี้
“ปล่อยให้เขายิ้มไปก่อนเถอะครับ ลูน่า” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำเสียงนั้นกลับทรงพลังและหนักแน่นพอที่จะทำให้ความหวาดกลัวในใจของเอลฟ์สาวสงบลงได้ “ยิ่งพวกเขาเข้ามาจุ้นจ้านมากเท่าไหร่ นั่นก็ยิ่งพิสูจน์ว่า… สิ่งที่เรากำลังตามหามีอยู่จริง และมันมากพอที่จะพลิกกระดานนี้ได้ทั้งหมด”
เรย์ก้มลงมองมือซ้ายของตนเอง ที่ซึ่งแหวนวงเก่ากำลังส่องแสงตอบสนองกับชิ้นส่วนอาวุธในตำนานที่เพิ่งเก็บสะสมได้ ชิ้นส่วนของ ‘ดาบมารเพลิงโลกันต์’ ทั้งสี่ชิ้นส่งเสียงคำรามแผ่วเบาอยู่ในคลังมิติ คล้ายกับสัตว์ป่ากระหายเลือดที่รอวันได้รับการปลดปล่อย อาวุธในตำนานชิ้นนี้ไม่ใช่ไอเทมดรอปทั่วไปตามดันเจี้ยน แต่มันคือ ‘รหัสต้นกำเนิด’ (Source Code) ที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของเซิร์ฟเวอร์ หากรวบรวมครบทั้งเจ็ดชิ้นและนำไปตีหลอมใหม่ที่เตาหลอมบรรพกาล เรย์จะไม่เป็นเพียงแค่ผู้เล่นที่เลเวลทะลุบั๊กอีกต่อไป แต่เขาจะมีอำนาจในการแก้ไขกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ได้โดยสมบูรณ์
“ชิ้นที่ห้า…” เรย์พึมพำกับตัวเอง พลางพลิกแผนที่โบราณในมือขวา เส้นทางสีแดงฉานนำพาพวกเขาไปสู่ดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ดสิบ ซึ่งเป็นเขาวงกตไร้ทางออกและเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับบอสที่ถูกลบชื่อออกจากสารบบเกม
“คุณแน่ใจเหรอครับว่าจะเดินหน้าต่อทันที? ร่างกายของคุณยังไม่ได้พักผ่อนเลยนะ แถมการที่ผู้ดูแลระบบคนนั้นปรากฏตัว… มันอาจจะเป็นกับดักที่พวกมันรอให้คุณเดินเข้าไปติดบ่วงอยู่ก็ได้” ลูน่าลุกขึ้นยืน แม้ขาของเธอจะยังคงสั่นเทา แต่แววตาของเอลฟ์สาวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอย่อมรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว
เรย์หันกลับมามองคู่คิดของตน แววตาที่ปกติจะไร้ซึ่งความรู้สึกอ่อนโยนลงเสี้ยววินาที มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย้ยหยันเหมือนชายในชุดสูทคนนั้น แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
“โลกใบนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญหรอกครับ ลูน่า” เรย์กล่าวพลางกระชับดาบยาวในมือมั่น “การที่ผู้ดูแลระบบยอมลดตัวลงมาปรากฏกายต่อหน้าเราด้วยตัวเอง นั่นแสดงว่าพวกมันเริ่ม ‘กลัว’ แล้วต่างหาก กลัวว่าพลังที่ผมกำลังสะสมจะก้าวข้ามขีดจำกัดที่พวกมันตั้งไว้ และเมื่อความกลัวเข้าครอบงำ… ความผิดพลาดก็จะตามมา”
บรรยากาศภายในห้องโถงใต้ดินเริ่มสั่นสะเทือน ไอความร้อนจากลาวาเบื้องล่างพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับเสียงคำรามเตือนภัยจากห้วงลึก เรย์ก้าวเท้าเดินนำหน้าออกไปก่อนอย่างไร้ความลังเล แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อคลุมสีเข้มนั้นแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างท่วมท้น ทุกย่างก้าวที่กระทบพื้นหินสร้างเสียงก้องกังวานราวกับจังหวะกลองศึกที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอุปสรรคที่ขวางทาง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเข้าสู่ประตูมิติเพื่อมุ่งหน้าสู่ชั้นถัดไป ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเฉียบลงอย่างฉับพลัน ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน หน้าจออินเทอร์เฟซทั้งหมดของเรย์ดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที
ติ๊ง…
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม มันไม่ใช่สีฟ้าหรือสีทอง แต่เป็น ‘สีแดงฉาน’ กระพริบเตือนด้วยอักษรโค้ดประหลาดที่ไม่อาจแปลความหมายได้
[คำเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจากผู้ใช้งานภายนอกเซิร์ฟเวอร์]
[พื้นที่เป้าหมาย: ดันเจี้ยนชั้นที่ 65 - ปิดตายถาวร]
[เป้าหมายการกำจัด: ผู้เล่น ‘เรย์’ และผู้ติดตาม จะถูกลบข้อมูลออกจากระบบภายใน... 10... 9...]
เรย์หยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกเมื่อตระหนักว่า นี่ไม่ใช่การบลัฟจากผู้ดูแลระบบธรรมดา แต่มันคือคำสั่ง ‘ฟอร์แมต’ พื้นที่เพื่อฆ่าล้างบางทั้งเป็น
“เรย์! นั่นมัน…” ลูน่าอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก เมื่อกำแพงหินรอบด้านเริ่มบิดเบี้ยวและกลายเป็นกลุ่มก้อนข้อมูลสีดำทมิฬที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง
ก่อนที่นับถอยหลังจะสิ้นสุดลง ประตูมิติเบื้องหน้าของพวกเขาก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยมือปริศนาคู่หนึ่ง—มือที่สวมถุงมือสีขาวสะอาดตา พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบข้างใบหูของเรย์ด้วยความเย็นยะเยือก
“ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริงครับ… คุณผู้เล่นผู้แหกกฎ”
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 31
การฟาร์มไอเทมเทพ
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!