"ถ้านายก้าวออกไปจากประตูมิตินี้ นายจะไม่มีวันถอยหลังกลับไปเป็นแค่ผู้เล่นธรรมดาได้อีกแล้วนะ เรย์"
ลูน่าเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในห้วงมิติรอยต่อที่เต็มไปด้วยเศษซากพลังงานที่แตกสลาย เธอกระชับไม้เท้าเวทมนตร์โบราณในมือแน่น ดวงตาสีมรกตของเอลฟ์สาวสั่นไหวเล็กน้อยขณะจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้ที่เพิ่งจะสังหารบอสเฝ้าประตูชั้นที่ 50 ลงได้เพียงลำพังด้วยตัวคนเดียว
เรย์ไม่ได้หันกลับมามอง เขาเพียงแค่เช็ดคราบเลือดสีดำทมิฬออกจากใบมีดดาบด้วยผ้าผืนเก่า ดวงตาคมกริบสีนิลของเขาสะท้อนภาพประตูมิติขนาดมหึมาที่กำลังสั่นสะเทือน ความเย็นชาในแววตานั้นไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่ใคร แต่เป็นเพราะเขาได้ทิ้งความเป็นมนุษย์ที่หวาดกลัวไว้ในดันเจี้ยนแห่งนี้ไปนานแล้ว
"โลกภายนอกไม่ได้ต้องการผู้เล่นธรรมดา ลูน่า..." เรย์ตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยน้ำหนักที่หนักแน่นประดุจขุนเขา "โลกที่เซนอสสร้างขึ้นมาบนความเห็นแก่ตัวของกิลด์ใหญ่... มันถึงเวลาที่ต้องมีใครสักคนเข้าไปรื้อโครงสร้างนั้นทิ้งเสียที"
เขาก้าวเท้าผ่านม่านหมอกสีเทาไปโดยไม่ลังเล แสงสว่างจ้าจากประตูมิติที่เชื่อมต่อกับเมืองหลวง 'เอเธอร์เนีย' สาดกระทบใบหน้าของเขาอย่างแรง
...
เสียงอื้ออึงของตลาดกลางเมืองหยุดชะงักลงราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เมื่อร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูแปลกตาปรากฏตัวขึ้นกลางจัตุรัสใจกลางเมือง พร้อมกับหญิงสาวในชุดคลุมยาวที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากตำนานปรัมปรา กลิ่นอายพลังเวทที่หนาแน่นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยดน้ำแผ่ซ่านออกมาจากตัวเรย์ ทำให้ผู้เล่นระดับสูงที่เดินผ่านมาต่างพากันหยุดกึกและทรุดเข่าลงโดยไม่รู้ตัว
เซนอส ซึ่งกำลังยืนแถลงการณ์อยู่บนระเบียงหินอ่อนของอาคารกิลด์ใหญ่ ชะงักปากที่กำลังปั้นแต่งคำลวงหลอกผู้คน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความระแวงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาพยายามตามหามาตลอดสามเดือน
"นั่นมัน... เรย์งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! มันควรจะตายไปตั้งแต่ดันเจี้ยนชั้นที่ 10 แล้วไม่ใช่หรือไง!" รองหัวหน้ากิลด์พึมพำเสียงสั่น
เรย์ก้าวเดินบนพื้นหินไปอย่างช้าๆ ทุกจังหวะที่เท้ากระทบพื้น มันดังสะท้อนก้องในหัวของทุกคนที่เฝ้ามอง เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาด้วยความเกลียดชังหรือความหวาดกลัว เขาเพียงแค่จ้องมองไปที่เซนอส ราวกับจะบอกว่า 'ถึงเวลาจ่ายค่าตอบแทนแล้ว'
"ไง เซนอส" เรย์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งอาบเลือดมา "ดูเหมือนว่าเก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่นี่ จะดูใหม่กว่าตอนที่คุณถีบผมลงเหวไปเมื่อสามเดือนก่อนนะ"
ฝูงชนฮือฮากันขึ้นทันที เสียงซุบซิบเริ่มดังระงมราวกับคลื่นทะเลที่ซัดเข้าฝั่ง ข้อมูลเรื่องการหักหลังในอดีตเริ่มถูกขุดขึ้นมาพูดถึง เซนอสกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เรย์พูดต่อ ความน่าเชื่อถือที่เขาสั่งสมมาจะพังพินาศในพริบตา
"กำจัดมันทิ้งซะ! ใครก็ได้! ใครฆ่ามันได้ ฉันจะมอบไอเทมระดับตำนานให้!" เซนอสแผดเสียงสั่ง ทหารกิลด์นับสิบพุ่งเข้าใส่เรย์พร้อมกับอาวุธที่เรืองแสงด้วยสกิลระดับสูง
ลูน่ายกมือขึ้นเตรียมร่ายเวทป้องกัน แต่เรย์กลับแตะไหล่เธอเบาๆ แล้วก้าวออกไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว
"ไม่ต้อง"
เขาสะบัดมือเบาๆ วงเวทสีครามประหลาดที่ไม่เคยปรากฏในระบบสเตตัสของเกมนี้ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขามันไม่ใช่เวทมนตร์ของเกม แต่มันคือบั๊กเชิงโครงสร้างที่เขาใช้เวลาฟาร์มมานับพันชั่วโมงจนเชี่ยวชาญ พลังงานมหาศาลปะทุออกมา ส่งผลให้พื้นที่รอบตัวเขาบิดเบี้ยว ทหารกิลด์ที่วิ่งเข้ามาถูกแรงอัดอากาศกระแทกจนกระเด็นออกไปคนละทิศละทางเหมือนตุ๊กตากระดาษ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เรย์ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของจัตุรัส เขาก้มลงหยิบเหรียญตรากิลด์ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วบีบมันจนแตกละเอียดเป็นผงฝุ่น
"เซนอส... คุณเคยบอกว่าโลกนี้คือสนามเด็กเล่นของคุณใช่ไหม?" เรย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีนิลคู่นั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "งั้นวันนี้ ผมจะแสดงให้เห็นว่า เมื่อเด็กที่เคยถูกทิ้งลุกขึ้นมาเปลี่ยนกฎของสนาม... มันจะน่ากลัวแค่ไหน"
ขณะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นไปบนระเบียงอาคารกิลด์ ท้องฟ้าเหนือเมืองเอเธอร์เนียกลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีเลือดฟาดลงมาที่หน้าประตูเมืองอย่างรุนแรงจนแผ่นดินแยกออกจากกัน ร่างของเงาดำขนาดมหึมาที่ไม่มีใครเคยพบเห็นปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามที่ทำให้ผู้เล่นทุกคนในเมืองต้องคุกเข่าด้วยความเจ็บปวด
หน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้าเรย์และทุกคนในเมืองอย่างพร้อมเพรียงกัน:
[ประกาศระบบ: ตรวจพบตัวตนต้องห้ามที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูล... ดันเจี้ยนระดับหายนะ 'ผู้ถูกลืม' ได้ถูกปลดผนึกแล้ว... ผู้เล่นทุกคนโปรดทราบ อัตราการรอดชีวิตในเขตนี้คือ 0%]
เรย์ชะงักเท้า แววตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นความสงสัยลึกซึ้ง เขาหันกลับไปมองลูน่าที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่ด้านหลัง
"ลูน่า... นี่มันไม่อยู่ในแผนของเราใช่ไหม?" เรย์ถามเสียงต่ำ
ลูน่าเงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอเบ้า "ไม่ใช่แค่ไม่อยู่ในแผนเรย์... แต่นั่นมันคือ 'ผู้เฝ้าประตูที่แท้จริง' ที่ตำนานโบราณบอกว่ามันจะปรากฏตัวก็ต่อเมื่อ... มีผู้เล่นคนหนึ่งทำลายสมดุลของระบบจนถึงขีดสุด"
เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเรย์เย็นวาบ "เรย์... ที่เราฆ่าบอสชั้นที่ 50 ไม่ใช่การผ่านด่าน แต่มันคือการ 'ปลดล็อก' กรงขังของตัวตนที่แท้จริงของโลกใบนี้ออกมาแล้ว"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่ 10 นี้ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่แท้จริงนะครับ!
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 10
กลับสู่เมืองเบื้องล่าง
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!