“เจ้าคิดหรือว่าบั๊กที่เจ้าครอบครองอยู่ มันจะทำให้เจ้าอยู่เหนือขอบเขตของความเป็นจริงได้ตลอดไป เรย์?”
เสียงทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วโถงหินที่บิดเบี้ยว แรงกดดันมหาศาลจากมานาเข้มข้นจนอากาศรอบข้างกลายเป็นก้อนหนืด เรย์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขายืนนิ่ง ขาซ้ายก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อจัดสมดุล ดวงตาสีเทาเย็นชาจดจ้องไปยังร่างของลูน่าที่ยังคงกะพริบถี่เหมือนภาพโฮโลแกรมที่กำลังพังทลาย ก่อนจะตวัดสายตาไปหาบุรุษที่ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหิน
เซนอส ขุนพลเบอร์หนึ่งแห่งกิลด์ผู้ปกครองเซิร์ฟเวอร์ เขาสวมชุดเกราะสีดำทมิฬที่สลักลวดลายอักขระเวทโบราณ มันไม่ได้ส่งผลแค่ทางกายภาพ แต่ทุกย่างก้าวที่เขาวางเท้าลงบนพื้น ศิลาในห้องโถงก็ร้าวรานราวกับรับน้ำหนักของความทะเยอทะยานที่หนักอึ้งไม่ไหว
“ลูน่าไม่ใช่คนที่จะโดนใครลบข้อมูลทิ้งได้ง่ายๆ” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงด้วยกระแสสังหารที่คมกริบ “แกใช้บัตรผ่านพิเศษนั่นสินะ... ลบไฟล์ระบบในพื้นที่ปิดตายเพื่อกันไม่ให้ฉันเข้าถึงส่วนสนับสนุน”
เซนอสหัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าของเขาปราศจากรอยยิ้ม มีเพียงความสมเพชที่ส่งผ่านมาทางแววตา “ความฉลาดของแกคือดาบสองคมเรย์ ในขณะที่แกมัวแต่ฟาร์มเลเวลจนบั๊กพุ่งทะลุเพดาน ฉันกลับใช้เวลาที่เหลือศึกษากฎของโลกใบนี้ใหม่ทั้งหมด ดันเจี้ยนนี้ไม่ใช่เกม แต่มันคือคุก... และคุกแห่งนี้ต้องการผู้คุม”
ลูน่าที่ร่างจางลงเรื่อยๆ พยายามเอื้อมมือมาหาเรย์ ปากของเธอขยับไร้เสียง แต่เรย์อ่านริมฝีปากนั้นออก—*‘อย่าใช้มัน... ถ้าใช้อันนั้น ตัวตนของนายจะถูกลบออกไปจากเซิร์ฟเวอร์’*
เรย์หลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะที่มั่นคง เขารู้ดีว่าหากเขาตัดสินใจใช้ ‘สกิลบั๊กขั้นสูงสุด’ ที่เขาซ่อนไว้จากการคำนวณของระบบมาตลอด เขาก็อาจจะไม่มีทางได้กลับไปเป็น ‘เรย์’ คนเดิมอีกต่อไป แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับความรู้สึกที่ถูกหักหลังและถูกกักขังแบบนี้
“เซนอส” เรย์ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเทาพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวูบหนึ่ง “แกเรียกตัวเองว่าผู้คุมงั้นหรือ? งั้นลองดูสิว่าคุกของแกจะรับแรงกระแทกจากนักโทษที่หลุดจากขีดจำกัดไหวไหม”
ฉับพลัน เรย์ดีดตัวพุ่งไปข้างหน้า ความเร็วของเขาสูงจนเกิดโซนิคบูมที่พื้นหินจนแตกกระจาย มือขวาคว้าด้ามดาบที่สั่นสะเทือนด้วยออร่าสีดำขลับ เซนอสเบิกตากว้าง เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับยกมือขึ้นสร้างบาเรียมิติที่ซ้อนทับกันนับสิบชั้น
*เคร้ง!*
เสียงปะทะดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ประกายไฟสีม่วงและดำสาดกระจายไปทั่วห้อง แรงปะทะรุนแรงถึงขั้นทำให้โครงสร้างดันเจี้ยนเริ่มสั่นคลอน เศษหินเพดานร่วงหล่นลงมาเป็นห่าฝน ทว่าทั้งสองยังคงปักหลักไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
“แกแข็งแกร่งขึ้นมาก... แต่ทุกการโจมตีของแก ยังอยู่ในฐานข้อมูลของฉัน!” เซนอสตะโกน พร้อมกับสะบัดดาบแสงเข้าใส่สีข้างของเรย์
เรย์เอี้ยวตัวหลบอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับใช้มือซ้ายกระแทกเข้าที่หน้าอกของเซนอส ทันใดนั้น แถบสถานะสีฟ้าโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นเหนือหัวของเซนอส—แต่สิ่งที่ทำให้คนดูต้องตกตะลึงคือ ‘ตัวเลขเลเวล’ ที่เด้งขึ้นไม่หยุดจนเกินค่าที่ระบบจะประมวลผลได้
[Warning: Stat Overflow! Data Corruption Imminent!]
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานโชว์ขึ้นเตือนทั่วห้องโถง เรย์ไม่ได้ใช้สกิลดาบปกติ เขาใช้บั๊กที่ชื่อว่า ‘Force Injection’—การยัดเยียดค่าพลังงานมหาศาลเข้าไปในไอเทมของศัตรูโดยตรง
“ถ้าแกอยากคุมกฎ งั้นก็ลองรับ ‘ข้อมูลขยะ’ เหล่านี้ไปประมวลผลดูหน่อยเป็นไง!”
เซนอสคำรามด้วยความเจ็บปวด ชุดเกราะของเขาเริ่มร้าวและมีไอระเหยออกมา ร่างกายของเขาสั่นกระตุกจากการถูกโอเวอร์โหลดพลังงานที่ไม่ควรมีอยู่จริง
“แกมันไอ้พวกวิปริต!” เซนอสกัดฟันแน่น พยายามดึงมานาทั้งหมดในรัศมี 10 กิโลเมตรเข้าหาตัวเองเพื่อต้านทานแรงดันจากเรย์
ขณะที่การต่อสู้กำลังถึงจุดแตกหัก ลูน่าที่เกือบจะหายไปแล้วกลับเปล่งแสงสีขาวนวลขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอกลายเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างระบบดันเจี้ยนกับเรย์โดยตรง เธอไม่ได้สลายไป แต่เธอกำลัง ‘อัปเกรด’ ตัวเองผ่านแรงกดดันของทั้งสองฝ่าย
เรย์หอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อหยดลงบนพื้นหิน แต่นัยน์ตาของเขายังคงจ้องมองไปยังศัตรูตรงหน้าด้วยความมุ่งมั่นที่จะปิดบัญชี ในขณะที่เซนอสกำลังจะปลดปล่อยท่าไม้ตายที่อาจจะทำลายทั้งชั้นดันเจี้ยนนี้ให้จมหายไปในความว่างเปล่า
ทันใดนั้นเอง กำแพงมิติหลังเซนอสก็ฉีกขาดออกเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ไม่ใช่ฝีมือของเซนอส และไม่ใช่พลังของเรย์ แต่มันคือ ‘ความว่างเปล่า’ ที่ดูดกลืนทุกอย่างที่ขวางหน้า
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเรย์—ไม่ใช่เสียงของลูน่า แต่เป็นเสียงของ ‘ระบบตัวจริง’ ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของบททดสอบ ผู้เล่นหมายเลขศูนย์... การตัดสินใจของเจ้าในวินาทีนี้ จะกำหนดว่าโลกนี้จะเป็นเพียงแค่ของเล่น หรือจะเป็นของจริง”
เซนอสหยุดชะงัก ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่แม้แต่เขาก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีสิ่งใดทำให้เขาหวาดหวั่นได้ เรย์ชะงักดาบที่กำลังจะฟันลงไป เมื่อเงาร่างลึกลับที่ก้าวออกมาจากช่องว่างมิตินั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือตัวเขาเองในชุดเกราะที่แตกสลายและแววตาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอนาคต
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความตื่นเต้นในตอนนี้และร่วมลุ้นไปกับเรย์ในตอนถัดไปนะครับ
จอมเวทไร้นามครับ
Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 42
เผชิญหน้าขุนพลเบอร์ 1
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!