Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ•ตอนที่ 12

บทลงโทษคนอวดเก่ง

ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
“ถอยไป... ก่อนที่แขนของแกจะหลุดออกจากบ่า” เสียงของเรย์ราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว แต่ภายในประโยคนั้นกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศในโถงกิลด์ ‘ราชันย์นิรันดร์’ ดูจะหนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน ผู้เล่นนับสิบชีวิตที่ล้อมรอบเขาอยู่ต่างพากันก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือที่กำอาวุธสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ คาร์ล รองหัวหน้ากิลด์ผู้คุยโวว่าตนเองคือ ‘ผู้คุมกฎ’ ประจำชั้นที่ 30 ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาพยายามฝืนยกดาบยักษ์ขึ้นฟาดฟัน แต่ทว่า... ดาบที่ควรจะหนักอึ้งกลับรู้สึกเหมือนติดหนึบอยู่กับความว่างเปล่า “แก... แกทำอะไรกับระบบกันแน่ เรย์!” คาร์ลเค้นเสียงลอดไรฟัน เรย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขากลับเลื่อนสายตาไปยังหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นมัน [ตรวจพบการขัดขวางการเข้าถึงระบบ: เปิดใช้งานโหมด ‘ผู้บุกรุก’] [ความเสียหายสะท้อนกลับ: 200%] เรย์เพียงแค่ขยับนิ้วชี้เบาๆ ในอากาศ พริบตานั้นเอง พลังงานสีม่วงเข้มก็พุ่งออกจากร่างของเขาเหมือนกระแสน้ำวนที่บ้าคลั่ง มันไม่ใช่เวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือบั๊กที่เขาสร้างขึ้นจากการผสานโค้ดของดันเจี้ยนเข้ากับสเตตัสที่เขาสะสมมาจนเกินขีดจำกัด “คำเตือนครั้งสุดท้ายครับ” เรย์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว *เปรี้ยง!* ร่างของคาร์ลกระเด็นลอยละลิ่วไปปะทะกับผนังหินแกรนิตของกิลด์จนแตกละเอียด เศษหินร่วงหล่นลงมาทับถมร่างที่บอบช้ำ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ‘ค่าสเตตัส’ ของคาร์ลที่ร่วงกราวรูดลงมาจนเหลือศูนย์ในชั่วพริบตา ราวกับระบบถูกดูดกลืนพลังไปจนหมดสิ้น ลูน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างเรย์ในชุดคลุมสีเงินแอบถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เรย์ต้องการ แต่ในโลกที่ ‘เซนอส’ ใช้กิลด์เป็นเครื่องมือในการกดขี่ผู้เล่นที่อ่อนแอกว่า การแสดงความเมตตาก็คือการฆ่าตัวตายทางอ้อม “พวกแกยังอยากจะลองดีอีกไหมครับ?” เรย์หันไปถามผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเหล่าผู้เล่นที่เคยหยิ่งผยอง พวกเขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า คนที่พวกเขาเคยปรามาสว่าเป็นเพียง ‘ผู้เล่นเลเวลต่ำ’ แท้จริงแล้วคือปีศาจที่เดินดินที่กุมอำนาจเหนือระบบที่พวกเขาเคารพบูชา เรย์เดินผ่านกลุ่มคนที่หลีกทางให้เป็นช่องทางเดินเหมือนน้ำที่แยกออกจากกันด้วยเรือลำใหญ่ สายตาที่เย็นชาของเขาไม่ได้จับจ้องที่ผู้คนรอบข้าง แต่ทอดมองไปยังยอดหอคอยที่ไกลออกไป ที่นั่นคือที่พำนักของเซนอส ชายผู้กุมกุญแจสำคัญสู่ความลับที่เรย์ตามหามาตลอดสามปี “ท่านเรย์... ทางนั้นไม่ใช่ทางออกนะครับ” ลูน่ากระซิบเตือนด้วยความกังวล “ผมรู้ครับลูน่า แต่การเล่นตามกฎของพวกมันมานานเกินไป ทำให้ระบบนี้เน่าเฟะจนเกินเยียวยา” เรย์หยุดเดินแล้วหันกลับมามองใบหน้าของลูน่า “ในเมื่อเซนอสอยากให้ผมเป็นศัตรู ผมก็จะเป็นศัตรูที่แม้แต่ระบบของมันก็ต้องสั่นสะท้าน” ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในโถงกิลด์ที่เริ่มเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะ มันไม่ใช่เสียงของสมาชิกกิลด์ทั่วไป แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทเหล็กที่ผ่านการขัดจนเงางาม กลุ่มชายชุดดำพร้อมตราสัญลักษณ์ ‘มังกรพันหลัก’ ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษของเซนอสปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของโถงทางเดิน พวกเขาล้อมรอบเรย์และลูน่าไว้ในวงล้อมที่ไม่มีทางออก และคนตรงกลางที่ก้าวออกมาคือชายสวมหน้ากากทองคำ—มือขวาของเซนอส “ยินดีด้วยที่ยังมีชีวิตรอดมาถึงตรงนี้ คุณเรย์” เสียงของชายสวมหน้ากากแหบพร่าและเย็นเยียบ “ท่านเซนอสฝากข้อความมาบอกคุณว่า... ในเมื่อคุณเลือกที่จะเป็น ‘บั๊ก’ ในระบบนี้ ก็อย่าหวังว่าจะมีสิทธิ์ได้รับ ‘การแก้ไข’ อย่างคนอื่น” ชายสวมหน้ากากยกมือขึ้น ทันใดนั้นพื้นที่รอบตัวเรย์ก็เริ่มเปลี่ยนไป พื้นหินที่เท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นลาวาเดือดพล่าน และผนังโดยรอบก็บิดเบี้ยวจนกลายเป็นเขาวงกตที่ไม่มีจุดจบ ระบบกำลังทำการ ‘ลบ’ พื้นที่นี้ทิ้งเพื่อกำจัดเรย์ให้หายไปจากเซิร์ฟเวอร์ เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นสัมผัสกำแพงที่กำลังละลายกลายเป็นพิกเซลสีแดง “แก้ไขงั้นหรือครับ?” เรย์กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก “ก็น่าสนใจดีครับ... งั้นผมจะแสดงให้ดูว่า ถ้า ‘บั๊ก’ อย่างผมเริ่ม ‘เขียนโปรแกรมใหม่’ ขึ้นมาเอง ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร” เขาจิ้มปลายนิ้วลงไปที่พิกเซลที่บิดเบี้ยว แล้วกระชากมันออกมาเหมือนการดึงเส้นด้ายที่ผิดพลาด ทันใดนั้นเอง พื้นที่ทั้งชั้นก็หยุดชะงัก ทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลนเหมือนภาพวาดที่ยังไม่ได้แต้มสี และก่อนที่ทุกคนจะทันได้ขยับตัว เสียงประกาศจากระบบที่ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์กลับไม่ใช่เสียงของเซนอส แต่มันคือเสียงที่แปร่งปร่าและบิดเบี้ยวที่ออกมาจากปากของเรย์เอง “ยินดีต้อนรับสู่ ‘ดันเจี้ยนปิดตาย’ ที่ผมเพิ่งสร้างขึ้นใหม่นะครับ... และขอเตือนไว้ก่อนว่าที่นี่ ไม่มีทางออกให้พวกคุณอีกต่อไปแล้ว” ความมืดมิดเข้าครอบงำทันทีที่เรย์พูดจบ ทว่าในความมืดนั้น กลับมีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งที่ไม่ได้มาจากเรย์ และไม่ได้มาจากกลุ่มหน่วยรบพิเศษ กำลังจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากรอยแยกของมิติที่ลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา ใครบางคนที่เรย์รู้จักดี... ใครบางคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเกม กำลังยกมุมปากขึ้นยิ้มในเงามืดนั้น ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกที่เต็มไปด้วยความลับและอันตรายกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ จอมเวทไร้นาม
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Solo Glitch: ผมฟาร์มเลเวลด้วยบัคจนไร้เทียมทานในโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%