แก้วคริสตัลเจียระไนทรงสูงในมือของรินรดาถูกสั่นคลอนด้วยแรงกระแทกเบาๆ จากนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่เจ้าของโปรเจกต์รีสอร์ตมูลค่าหลายพันล้าน เขาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ ส่งสัญญาณให้บริกรเติมไวน์สีแดงเข้มลงในแก้วของเธอเป็นรอบที่สี่ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
"ดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของเราหน่อยสิครับคุณริน... โปรเจกต์นี้ถ้าไม่ได้คุณมาร่วมทุน มีหวังผมคงเหนื่อยแย่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้า พร้อมกับขยับกายเข้ามาประชิดจนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์พุ่งเข้าแตะจมูก
รินรดาปั้นยิ้มหวานหยดที่ฝึกฝนมาอย่างดีในสังคมไฮโซ ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามฉายแววเย่อหยิ่งและระแวดระวังในเวลาเดียวกัน เธอยกแก้วขึ้นจิบเพียงนิดเพื่อรักษามารยาท แต่ในใจกลับเริ่มหมุนคว้างด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงค่ำ อาการมึนหัวแปลกๆ เริ่มแล่นริ้วขึ้นมาที่ขมับจนเธอต้องขมวดคิ้วมุ่น
แย่แล้ว... ไวน์แก้วก่อนหน้านี้ รสชาติมันแปลกๆ พิกล
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณธนา แต่รินคิดว่าเราคุยเรื่องธุรกิจกันพอสมควรแล้วนะคะ ไว้โอกาสหน้าค่อยคุยกันใหม่ดีกว่าค่ะ รินขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" รินรดาฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความผิดปกติในร่างกายที่เริ่มร้อนรุ่มและไร้เรี่ยวแรง ขาเรียวภายใต้ชุดเดรสสั้นเข้ารูปเซ็กซี่ก้าวถอยหลัง แต่ทว่า... ไหล่บางกลับถูกมือหนาตะปบเข้าที่ต้นแขนอย่างถือวิสาสะ
"จะรีบไปไหนล่ะครับคุณริน ดื่มอีกแก้วก่อนสิ หน้าตาคุณดูแดงๆ นะ ไม่สบายหรือเปล่า ให้ผมไปส่งที่ห้องพักรับรองของโรงแรมไหมล่ะครับ?" ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม ดวงตาโลภ
ละลอกกวาดมองเรือนร่างอรชรที่เริ่มยืนทรงตัวไม่อยู่
"ปล่อยฉันนะคะ! บอกให้ปล่อยไง!" รินรดาพยายามสะบัดแขนหนี แต่เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับมลายหายไปสิ้น ร่างกายร้อนผ่าวราวกับมีไฟสุม โลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้างจนน่ากลัว สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องดังลั่นในอกว่าเธอกำลัง "ถูกวางยา"
ในจังหวะที่ธนากำลังฉวยโอกาสรวบเอวบางเข้าหาตัวเพื่อพาเดินหลบออกไปจากมุมอับสายตาของงานเลี้ยง แสงไฟนีออนสลัวรอบตัวก็คล้ายจะถูกแผดเผาด้วยรังสีอำมหิตที่พุ่งทะลักเข้ามาจากด้านหลัง!
"ถ้าคุณยังไม่อยากมือด้วน... ช่วยกรุณาถอด "มือสกปรก" ของคุณออกจากตัวนายจ้างฉันด้วยค่ะ!"
น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีคลอเบาๆ ในงาน แต่กลับทรงพลังจนทำให้ทุกคนรอบข้างต้องสะดุ้งเฮือก ธนาชะงักกะทันหัน หันกลับไปถลึงตาใส่ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยท่าทีคุกคาม
ปลายฟ้ากวาดสายตาคมกริบมองธนาหัวจรดเท้า รังสีความหึงหวงและโทสะที่ระอุอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าปืนไรเฟิลบรรจุกระสุนเต็มแมกกาซีน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างอันตราย มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมไปกระชากคอเสื้อของธนาออกอย่างไร้ความเกรงใจจนเซถอยหลัง
"แกเป็นใครวะ! กล้าดียังไงมาเสือกเรื่องของฉัน!" ธนาตะคอกกลับด้วยความโมโห หน้าตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและโทสะที่ถูกขัดจังหวะ
"ฉันเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับว่า... แกกำลังแตะต้อง "คนของฉัน" เกินขอบเขตแล้วค่ะ" ปลายฟ้าเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนขยับเข้าไปบังร่างของรินรดาไว้มิดชิด ปกป้องคุ้มครองอย่างเด็ดขาด
รินรดาพิงแผ่นหลังเข้ากับลาดไหล่ของบอดี้การ์ดสาวที่คุ้นเคย ลมหายใจร้อนผ่าวหอบกระชั้น ดวงตาพร่าเลือนจนมองเห็นภาพซ้อน แต่สัมผัสจากอ้อมแขนที่โอบประคองรอบเอวเธอไว้อย่างมั่น
คงนั้น... อบอุ่นและปลอดภัยเสียจนน้ำตาเกือบไหล
"ปลาย... ฟ้า..." เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา ร่างกายที่อ่อนปวกเปียกทิ้งน้ำหนักลงพิงอีกฝ่ายอย่างหมดแรง
ปลายฟ้าเหลือบสายตากลับมามองคนในอ้อมแขน แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่พลเปลี่ยนเป็นความกังวลระคนห่วงหาทันทีเมื่อเห็นใบพักตร์หวานฉ่ำด้วยเหงื่อและพิษไข้จากฤทธิ์ยา เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจที่ปล่อยให้คนดื้อรั้นคลาดสายตาไปเพียงไม่กี่นาที
"เงียบไปเลยค่ะคุณริน... ดื้อดีนักนะ บอกให้อยู่ใกล้ตัวไม่เคยจะฟัง เดี๋ยวกลับไปโดนฉัน "ทำโทษ" หนักแน่ค่ะ!" ปลายฟ้ากระซิบดุลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนเป็นห่วง
ธนาเห็นท่าไม่ดี เริ่มหน้าเสียเมื่อเห็นการ์ดสาวออร่าสังหารพุ่งปรี๊ด จึงทำท่าจะโวยวายเรียกความช่วยเหลือ "เฮ้ย! รปภ.! มานี่ซิ มีคนบ้ามาทำร้ายแขกในงาน—"
"ถ้าไม่อยากให้คลิปที่คุณพยายามมอมยาผู้หญิงคนนี้ ถูกส่งตรงไปถึงหน้าจอโทรทัศน์ของภรรยาหลวงและหุ้นส่วนบริษัทคุณในอีกสามวินาทีข้างหน้า... ก็หุบปากแล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ!" ปลายฟ้าควักสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท หน้าจอปรากฏภาพวิดีโอวงจรปิดมุมสูงที่บันทึกพฤติกรรมโสมมของธนาไว้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างชัดเจน
ธนามองหน้าจอตาค้าง สีหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ เขาจำต้องกัดฟันกรอด สะบัดหน้าหนีแล้วเดินจ้ำอ้าวหายลับไปจากงานอย่างรวดเร็ว
เมื่อภัยคุกคามหายไป ปลายฟ้าก็หันกลับมาจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าที่น่าปวดหัวยิ่งกว่า ร่างบางของรินรดากำลังทรุดฮวบลงกับพื้นเพราะฤทธิ์ยาและแอลกอฮอล์ที่ออกฤทธิ์เต็มที่ บอดี้การ์ดสาวจึงต้องรีบช้อนตัวคุณหนูจอมพยศขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ในงานเลี้ยงที่เริ่มหันมามองเป็นตาเดียว
"ปล่อย... ปล่อยฉันนะยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย รินเดินเองได้..." รินรดาประท้วงเสียงอู้อี้ ซุกใบหน้าแดงก่ำลงกับอกเสื้อสูทของอีกฝ่าย มือเล็กปัดป่ายสะบะสะบิ้งตามประสาคนเอาแต่ใจ แต่เรียวแรงกลับมีไม่พอแม้แต่จะผลักไส
"ถ้าไม่อยากให้ฉันอุ้มคุณแก้ผ้าประจานกลางล็อบบี้ ก็หุบปากแล้วกอดคอฉันแน่นๆ ค่ะคุณริน!" ปลายฟ้าเอ่ยเสียงดุพลanก้าวเท้ายาวๆ ฝ่าฝูงชนมุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นสู่ห้องพักชั้นบนทันที
ประตูลิฟต์ปิดสนิท ตัดขาดจากโลกภายนอกและความวุ่นวายในงานเลี้ยง ปลายฟ้าดันร่างบางของรินรดาชิดกับผนังกระจกเย็นเฉียบของลิฟต์โดยมีร่างของเธอเองคั่นกลางเพื่อกักขังไม่ให้หนีไปไหน
ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้กันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่ฉายแววคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ ทั้งโกรธ ทั้งห่วง และ... ปรารถนา
"มองอะไรคะ..." รินรดาถามเสียงสั่นพร่า ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างยั่วยวนโดยไม่รู้ตัว ฤทธิ์ยาทำให้สติของเธอกระเจิดกระเจิงจนหัวใจเต้นรัวโครมคราม
ปลายฟ้าโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากแดงก่ำที่เผยอรอรับความเจ็บปวดหรือความหวานล้ำ น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของคนตัวเล็กจนสติของรินรดาดับวูบ
"ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมคะว่า... อย่าหาเรื่องให้ฉันต้องโมโห..." ปลายฟ้าเว้นจังหวะ เลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาประคองแก้มเนียนนุ่ม นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มอย่างจงใจยั่วเย้า "ทีนี้... เรามาเคลียร์บัญชีความดื้อของคุณกันบนเตียงดีกว่าค่ะ... คุณหนูรินรดา"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับความคลั่งรักของบอดี้การ์ดสาวคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 9
กับดักหัวใจในงานเลี้ยง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!