พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 8

หึงจนหน้ามืด

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าคุณยังคิดจะขยับตัวไปไหนอีกแม้แต่นเซนติเมตรเดียว ฉันจะถือว่าคุณอยากไปนอนหยอดน้ำเกลือในห้องไอซียูแทนห้องนอนหรูๆ ของตัวเองนะคะ คุณรินรดา!” น้ำเสียงที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาด ปลายฟ้ายืนค้ำร่างสูงโปร่งของเธอไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งที่ยังคงมีผ้าพันแผลเปื้อนคราบเลือดซึมจางๆ แม้เหตุการณ์เฉียดตายจากกลุ่มคนชุดดำจะผ่านไปสัปดาห์กว่าแล้ว แต่ร่องรอยความบ้าระห่ำของบอดี้การ์ดสาวคนนี้ยังคงปรากฏชัดบนเรียวแขนและสีหน้าซีดเซียว ทว่าแววตาคู่คมที่จ้องเขม็งมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อนั้น กลับไม่ได้ลดความดุดลงเลยแม้แต่น้อย “นี่! ปลายฟ้า คุณจะบ้าหรือไงคะ! ฉันแค่อยลงไปรับดอกไม้ที่ล็อบบี้คอนโดฯ ไม่ได้จะไปวิ่งมาราธอนรอบตึกสักหน่อย ทำไมต้องทำหน้ายักษ์ใส่ฉันขนาดนั้นด้วยล่ะคะ?” รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ลึกๆ ในอกข้างซ้ายจะกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดทุกครั้งที่ได้สบตากับดวงตาคู่คมกริบนั้น เธอกอดอกแน่น ชุดเดรสสีพีชราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้เธอดูน่าเกรงขามขึ้นเลยเมื่อเทียบกับบอดี้การ์ดสาวในชุดสูทสีเข้มที่ยืนขวางประตูลิฟต์ไว้ราวกับกำแพงเหล็ก “ดอกไม้ช่อโตที่ส่งมาทุกวันจนระเบียงห้องคุณจะกลายเป็นร้านดอกไม้อยู่แล้วนั่นน่ะ... มันไม่ใช่เหตุผลความจำเป็นที่ผู้ป่วยพักฟื้นต้องเดินขาขวิดลงไปรับเองค่ะคุณหนู ถ้าอยากได้นัก ประเดี๋ยวฉันใช้เท้าเขี่ยมาวางหน้าห้องให้เอาไหมคะ?” “ปากคอเราะร้ายจริงนะคะ! นั่นมันช่อกุหลาบนำเข้าจากฮอลแลนด์นะยะ เป็นของขวัญแสดงความยินดีที่ฉันปลอดภัยจากเหตุการณ์วันนั้นต่างหากล่ะคะ คุณไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย” รินรดาแหวใส่ พร้อมกับย่นจมูกใส่คนตัวสูงกว่าอย่างหมั่นไส้ แต่ปลายฟ้ากลับไม่มียิ้มตอบรับ เธอก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนรินรดาต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบของห้องโถงลิฟต์ กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้หญิงตรงหน้า—กลิ่นบุหรี่จางๆ เจือกลิ่นยาฆ่าเชื้อและน้ำหอมสะอาดสดชื่น—โชยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนรินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แสดงความยินดี... หรือแสดงความหวังอยากจะเคลมคุณกันแน่คะ ถึงได้ส่งมาไม่เว้นแต่ละวันแถมแนบการ์ดจีบเลี่ยนๆ มาทุกฉบับ ฉันอ่านแล้วเลี่ยนจนแทบอยากจะควักกระเพาะออกมาล้างน้ำอยู่แล้วค่ะ” ปลายฟ้าโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของบอดี้การ์ดสาวไม่ได้มีความขี้เล่นเจืออยู่เลย มีเพียงประกายความหงุดหงิดระคนหึงหวงที่เจ้าตัวอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ—หรืออาจจะรู้ตัวดีแต่พยายามกลบเกลื่อนมันไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม “แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ? ฉันจะโสด จะมีคนจีบ หรือจะมีผู้ชายครึ่งค่อนเมืองมาคุกเข่าขอแต่งงาน มันก็เรื่องของฉัน ปลายฟ้า... คุณเป็นแค่บอดี้การ์ดนะคะ อย่าลืมสิคะว่าขอบเขตหน้าที่ของคุณมันอยู่ตรงไหน!” รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันก็ตาม เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น พยายามงัดเอาความเย่อหยิ่งทั้งหมดที่มีมาต้านทานแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวบอดี้การ์ดสาว คำพูดตอกย้ำสถานะทำให้ปลายฟ้าชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบหลุบลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและอันตรายกว่าเดิม “นั่นสินะคะ... ฉันเป็นแค่บอดี้การ์ด หน้าที่ของฉันคือปกป้องชีวิตคุณจากกระสุนปืน ไม่ใช่มานั่งหึงหวงเวลาที่คุณเอาเวลาพักผ่อนไปดินเนอร์กับบรรดาไฮโซกระเป๋าหนักพวกนั้น...” ปลายฟ้าพึมพำเสียงเบาราวกับหลุดปากพูดความจริงออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะรีบดึงสีหน้ากลับมาเป็นเย็นชาดังเดิม “แต่ถ้า ‘คนจีบ’ ที่ว่านั่น หมายถึงไอ้คุณชายปกรณ์เดชอะไรนั่น... บอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ว่าฉันไม่เอาไว้แน่” “คุณปกรณ์เดชทำไมคะ? เขาทั้งสุภาพ หล่อเหลา ชาติตระกูลดี แล้วก็... โอ๊ย!” รินรดายังไม่ทันได้พูดจบ ประโยคอวยพรคุณชายหนุ่มคู่ควงคนล่าสุดก็ต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อมือเรียวใหญ่แต่เต็มไปด้วยรอยด้านของอดีตนักกีฬายิงปืนเอื้อมมาบีบปลายคางเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี แรงกดนั้นไม่มากพอจะทำให้เจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงสายตาของเธอให้มองแต่เขาคนเดียว “ชมมันมากระวังจะโดนดีนะคะคุณรินรดา ปากเก่งแบบนี้... น่าจับมาเย็บติดกันเสียให้เข็ด” ปลายฟ้ากระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดอยู่บนพวงแก้มทำให้คุณหนูเอาแต่ใจถึงกับสมองขาวโพลน คิดคำด่าไม่ออกไปชั่วขณะ เคมีที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่แผ่ขยายจนบรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ พร้อมด้วยช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ เขาคือปกรณ์เดช นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ตามจีบรินรดาอย่างออกนอกหน้าในช่วงนี้ “รินครับ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องลำบากลงมา... เอ๊ะ?” ปกรณ์เดชชะงักไปเมื่อเห็นบอดี้การ์ดหน้าตาถมึงทึงยืนประชิดตัวผู้หญิงที่เขากำลังจีบอยู่ โดยมีท่าทีเหมือนกำลังจะ... จูบกัน? ปลายฟ้าผละตัวออกจากรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อยจากอาการกระอักกระอ่วนที่เกือบจะหลุดมาดมืออาชีพต่อหน้าบุคคลภายนอก เธอจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ ยืนตรงแล้วตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ รินรดารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเช่นกัน แม้หัวใจจะยังเต้นรัวโคมครามด้วยความตกใจและ... ความเสียดายจังหวะเมื่อครู่แปลกๆ เธอกระแอมเบาๆ แล้วก้าวออกมารับช่อดอกไม้จากปกรณ์เดช “ขอบคุณนะคะคุณปกรณ์ รินเกรงใจจังเลยค่ะที่ต้องให้คุณแวะมาหาทุกวันแบบนี้” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่มักใช้เวลาออกงานสังคม ชำเลืองหางตาไปมองบอดี้การ์ดข้างกายที่ตอนนี้ยืนกอดอกหน้าตึงเป็นตูดทอดทิ้งสายตาเย็นชาไปทางอื่น “เพื่อรินแล้ว ผมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วครับ ว่าแต่วันนี้ผมจองร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดีไว้ รินพอจะมีเวลาว่างไปดินเนอร์กับผมสักมื้อไหมครับ?” ปกรณ์เดชส่งยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมกับเอื้อมมือหมายจะแตะข้อศอกของรินรดา แต่ทว่า... หมรับ! มือเรียวของปลายฟ้าคว้าข้อมือของคุณชายหนุ่มไว้กลางอากาศด้วยความเร็วระดับเสือชีตาร์ แรงบีบที่กดลงไปทำเอาปกรณ์เดชหน้าเหเก;ด้วยความเจ็บปวดจนต้องอุทานออกมา “อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะมือลื่นไปหน่อย...” ปลายฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความรู้สึกผิดสิ้นเชิง “พอดีว่าบาดแผลที่แขนฉันยังไม่หายดี กล้ามเนื้อเลยกระตุกผิดปกติบ่อยๆ ค่ะคุณปกรณ์เดช เกรงว่าวันนี้... คุณหนูของฉันจะ ‘ไม่ว่าง’ ไปดินเนอร์ที่ไหนทั้งนั้น เพราะต้องอยู่ทานข้าวต้มฝีมือฉันที่ห้องค่ะ!” รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองบอดี้การ์ดจอมเผด็จการที่กล้าอ้างชื่อเธอหน้าตาเฉย แถมยังกล้าจิกกัดแขกของเธอต่อหน้าต่อตา “ใครบอกว่าฉันจะ...!” “กลับห้องค่ะ คุณรินรดา” ปลายฟ้าหันมามองเธอด้วยสายตาที่เฉียบคมและดุดันยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับยื่นมือมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาด “อย่าปล่อยให้แขกผู้มีเกียรติเขาต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเลยค่ะ ป่านนี้ยาแก้ปวดของคุณน่าจะหมดฤทธิ์แล้ว” ปกรณ์เดชหน้าเสีย ลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ มองบอดี้การ์ดสาวด้วยความงุนงงและไม่พอใจ “นี่คุณ! เป็นแค่บอดี้การ์ด ทำไมเสียมารยาทกับผมแบบนี้ ผมจะฟ้องคุณพ่อของคุณรินรดาแน่!” “เชิญตามสบายเลยค่ะ” ปลายฟ้าตอบกลับเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มอีก “แต่ก่อนจะฟ้อง... กรุณากรอกใบลาออกจากรายชื่อผู้ชายที่คิดจะจีบคุณรินรดาไว้ด้วยนะคะ เพราะบอกตรงนี้เลยว่า... คุณ ‘สอบตก’ ตั้งแต่ก้าวขาเข้าลิฟต์มาแล้วค่ะ!” พูดจบท้ายประโยค ปลายฟ้าก็ออกแรงดึงรินรดากลับเข้าไปในตัวลิฟต์ทันทีโดยไม่ฟังเสียงโวยวายของนักธุรกิจหนุ่ม ประตูลิฟต์ค่อยๆ เลื่อนปิดลงอย่างช้าๆ ตัดขาดภาพความหัวเสียของปกรณ์เดชออกไป ภายในพื้นที่แคบๆ ของลิฟต์ที่เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน บรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยความเงียบงันที่ชวนให้หายใจไม่ออก รินรดายืนสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแล้วจ้องหน้าคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง “คุณทำบ้าอะไรลงไปคะปลายฟ้า! เสียมารยาทที่สุด! เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของคุณพ่อฉันนะยะ!” ปลายฟ้าไม่ตอบ เธอก้าวถอยหลังเข้ามุมลิฟต์แล้วใช้แขนสองข้างยันผนังกระจกไว้ ล้อมกรอบรินรดาให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเรืองรองด้วยความโกรธ “ก็บอกแล้วไงคะว่ารำคาญ...” ปลายฟ้ากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มขาวเนียน “แล้วก็... ไม่ชอบให้ใครมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้นด้วยค่ะ” รินรดาลมหายใจสะดุด หัวใจกระหน่ำเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับกระสุนปืนเสียอีก เธอนิ่งอึ้งไปกับน้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างไม่ปิดบังนั้น สมองตื้อตันจนหาคำพูดมาเถียงกลับไม่ได้ “ป... ปลายฟ้า คุณ...” “ถ้าคุณยังดื้อรับดอกไม้จากไอ้พวกนั้นอีก...” ปลายฟ้าโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับใบหูของเธอ น้ำเสียงกระซิบแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว “ฉันจะจูบคุณโชว์มันตรงล็อบบี้ข้างล่างนั่นแหละค่ะ... อยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะคะว่าฉันกล้าทำหรือเปล่า?” --------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินแซ่บและร่วมลุ้นไปกับความซึนของบอดี้การ์ดตัวแสบกับคุณหนูคนสวยคนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%