"ริน! รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น อย่าให้ฉันต้องพังประตูเข้าไปนะ!"
เสียงทุบประตูห้องพักสนั่นหวั่นไหวดังทะลุโสตประสาท บรรยากาศแสนโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นจนลมหายใจแทบจะประสานกันพังทลายลงในพริบตา ปลายฟ้าผละตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววหงุดหงิดระคนเสียดาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชาตามสัญชาตญาณบอดี้การ์ดในวินาทีต่อมา
รินรดาสบถเบาๆ ใบหน้าที่เคยขึ้นสีระเรื่อจากการใกล้ชิดกลับร้อนผ่าวด้วยความโกรธที่ถูกขัดจังหวะ เธอขยับตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ สายตามองไปยังบานประตูด้วยความหงุดหงิดใจ "ใครกัน... ที่กล้าทำตัวเป็นสัมภเวสีมารบกวนฉันตอนดึกดื่นแบบนี้"
"คุณหนูถอยไปข้างหลังค่ะ" ปลายฟ้ากำชับเสียงเรียบ แววตาเปลี่ยนเป็นโหมดระแวดระวังทันที มือแกร่งกระชับปืนที่ซ่อนอยู่ใต้แจ็กเก็ตอย่างเบามือ
รินรดาไม่ฟัง เธอเดินฉับๆ ไปที่หน้าประตู กระชากเปิดออกด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความโกรธก็แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจกึ่งกังวล
'วรินทร์' พี่ชายต่างมารดาผู้ที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ ยืนหอบหายใจแรง ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยร่องรอยของความกระวนกระวาย "ริน... ในที่สุดก็หาตัวเจอ"
"พี่วรินทร์? พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องทำตัวเหมือนบ้านไฟไหม้ด้วย" รินรดากอดอก สายตาจิกกัดตามนิสัย แต่มือที่กำชายเสื้อกลับสั่นไหวเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
วรินทร์ไม่ตอบ เขาผลักประตูเข้ามาดึงตัวรินรดาไปสำรวจอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันไปจ้องหน้าปลายฟ้าด้วยสายตาที่แสดงความไม่ไว้วางใจอย่างปิดไม่มิด "นังนี่เป็นใคร? ทำไมต้องอยู่กับเธอในห้องสองต่อสอง"
"เรียกใครว่านังคะ?" ปลายฟ้าก้าวเข้ามาขวางหน้าเจ้านายไว้ทันที ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะกรีดผิวหนัง "ดิฉันคือบอดี้การ์ดส่วนตัวของคุณรินรดา มีหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัย และดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุกคามคุณรินรดาตอนนี้ น่าจะเป็นมารยาทของคุณมากกว่านะคะ"
"ปากดี! ริน เธอไปหาบอดี้การ์ดประเภทไหนมากัน! คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าคนพวกนี้ไว้ใจไม่ได้" วรินทร์ตวาด ก่อนจะลดเสียงลงเป็นเชิงขู่ "ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ ฉันแค่จะมาบอกว่าตระกูลของเรากำลังเจอศึกหนัก หุ้นในตลาดร่วงระนาว เพราะไอ้ตัวการที่เธอไปคบหาสมาคมด้วยมันกำลังปั่นหัวคุณพ่ออยู่!"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุด ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง "หมายความว่ายังไง?"
"ถ้าอยากรู้ก็ตามฉันมา เดี๋ยวนี้" วรินทร์หันหลังกลับทันที แต่เขาก็ต้องหยุดกึกเมื่อปลายฟ้าขยับตัวมาขวางทางไว้
"จะไปไหนคะ?" ปลายฟ้าถามนิ่งๆ "คุณยังไม่ได้บอกเลยว่าการบุกเข้ามาแบบนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ และขอโทษนะคะ... คำสั่งของดิฉันคือให้ดูแลคุณรินรดาในที่ปลอดภัยเท่านั้น ถ้าคุณจะพาเธอไปที่ที่เธอไม่อยากไป ดิฉันคงต้องขัดขวางค่ะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดามองแผ่นหลังของปลายฟ้าที่ดูแข็งแกร่งและปกป้องเธอได้เสมอ ความโกรธเคืองเรื่องที่ถูกขัดจังหวะเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความเชื่อใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด
"ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นกับพี่ จนกว่าจะบอกมาให้ชัดเจนว่ามันเกิดอะไรขึ้น!" รินรดาตอกกลับเสียงดัง
วรินทร์หันมาจ้องหน้าทั้งคู่ด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ "งั้นเหรอ? งั้นก็เตรียมตัวรับข่าวร้ายไว้ได้เลย เพราะสิ่งที่เธอกำลังปกป้องอยู่ตอนนี้... อาจจะเป็นคนเดียวกับที่หักหลังเธอในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า"
เขาทิ้งท้ายด้วยประโยคกำกวมก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา มือเรียวสั่นเทาขณะยกขึ้นกุมขมับ
ปลายฟ้าค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ เธอคุกเข่าลงตรงหน้าบอดี้การ์ดสาวผู้นิ่งสงบเปลี่ยนท่าทีจากความดุร้ายเป็นความอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น เธอเอื้อมมือไปจับมือรินรดาไว้แน่น ความอุ่นจากฝ่ามือของปลายฟ้าส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยให้คนตัวเล็กอย่างน่าประหลาด
"อย่าไปฟังเขาเลยนะคะ" ปลายฟ้าเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดกับน้ำเสียงเชือดเฉือนเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "คนแบบนั้น... มักจะใช้ความกลัวเป็นอาวุธ เพื่อควบคุมคนที่ไม่ยอมสยบ"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า แววตาของปลายฟ้าไม่ได้มีความซ่อนเร้นหรือหวังผลประโยชน์ มันมีเพียงความห่วงใยที่ใสสะอาดจนรินรดาใจสั่น "ทำไม... ทำไมเธอต้องดีกับฉันขนาดนี้ ทั้งที่ฉันเอาแต่ใจและทำตัวแย่ใส่เธอมาตลอด"
ปลายฟ้ายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง มันซ่อนอยู่ภายใต้ความดุร้ายของหน้าที่การงาน แต่ในยามนี้มันกลับดูอ่อนหวานจนหัวใจของรินรดาเต้นรัว "เพราะหน้าที่คือสิ่งที่ดิฉันรับผิดชอบ... แต่ความรู้สึก คือสิ่งที่ดิฉันควบคุมไม่ได้ค่ะ"
รินรดาชะงัก หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา เธอกำลังจะเอ่ยปากถามความหมายของประโยคกำกวมนั้น แต่ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของปลายฟ้าที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นรัวขึ้นมาเสียก่อน
ปลายฟ้าหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด สายตาที่เคยมองรินรดาด้วยความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด เธอรีบลุกขึ้นยืนพลางคว้าปืนขึ้นมาตรวจเช็คความพร้อมอีกครั้ง
"เกิดอะไรขึ้น?" รินรดาถามด้วยความใจเสีย
ปลายฟ้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและตัดสินใจ "มีคนลอบเข้ามาในเขตตึกนี้แล้ว... และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มันมาเพื่อปิดบัญชีคุณ"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตั้งตัว ประตูห้องพักของเธอก็ระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล พร้อมกับกลุ่มคนในชุดดำนับสิบที่กรูเข้ามา ปลายฟ้าผลักรินรดาไปด้านหลังอย่างรวดเร็วพร้อมกับลั่นไกปืนสวนกลับไปทันที!
"หมอบลงค่ะรินรดา! อย่าเงยหน้าขึ้นมาเด็ดขาด!"
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องพักสุดหรู รินรดาเห็นปลายฟ้ากระโดดหลบกระสุนอย่างคล่องแคล่วและยิงโต้กลับอย่างแม่นยำ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ปลายฟ้าถูกยิงเข้าที่ไหล่จนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมถอย
รินรดาตะโกนลั่นด้วยความตกใจ "ปลายฟ้า! เลือด... เลือดเธอ!"
ปลายฟ้าไม่ได้สนใจบาดแผล เธอกัดฟันแน่นและใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวเข้าประจันหน้ากับหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำที่ถือมีดเล่มยาวตรงมาที่รินรดา เสียงคมมีดปะทะกับเสียงปืนดังสนั่น ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงพร้อมกับร่างของปลายฟ้าที่ทรุดลงกองกับพื้น... ท่ามกลางเลือดที่นองพื้นจนน่าใจหาย!
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านสำหรับการติดตามและเป็นกำลังใจให้กับ "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ!
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 7
รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!