พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 4

คนปากร้ายใจคอไม่ดี

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"เจอตัวแล้ว... เก็บกวาดให้เรียบตามคำสั่งนาย!" เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทที่แฝงตัวเข้ามาในคฤหาสน์หลังงามดังขึ้น พร้อมกับประกายเย็นเยียบของคมมีดพกที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้องทำงาน บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างบางในชุดนอนผ้าไหมสีมุกถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือราคาแพง ความหวาดกลัววิ่งพล่านไปทั่วอณูผิว แต่ศักดิ์ศรีและความเอาแต่ใจที่มีมาทั้งชีวิตกลับไม่ยอมให้เธอยืนตัวสั่นอยู่เฉยๆ ทว่า ก่อนที่คมมีดนั้นจะเฉียดเข้าใกล้ร่างของเธอ ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อเชิร์ตสีดำเข้ารูปของบอดี้การ์ดสาวก็พุ่งทะยานเข้ามาขวางไว้ราวกับเสือชีตาห์ที่ปกป้องอาณาเขต ปลายฟ้าใช้สันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของคนร้ายอย่างแม่นยำจนอาวุธมีคมร่วงหล่นลงพื้น เสียงโลหะกระทบกระเบื้องดังสนั่น ตามด้วยเสียงหมัดหนักหน่วงที่ซัดเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี การต่อสู้ระยะประชิดดำเนินไปอย่างรวดเร็วและดุเดือดราวกับฉากแอคชั่นในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ปลายฟ้าเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไว ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยพลังและความเด็ดขาด จนกระทั่งคนร้ายที่เหลืออีกสองคนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบถอยกรูดแล้วอาศัยความมืดหลบหนีออกทางหน้าต่างกระจกที่แตกละเอียด "แฮ่ก..." เสียงหอบหายใจเบาๆ ดังขึ้น ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ไหล่บางไหวเล็กน้อยจากการใช้พลังงานอย่างหนัก เธอปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือ ก่อนจะหันขวับกลับมามองคุณหนูจอมพยศที่ยังคงยืนพิงชั้นหนังสือด้วยสีหน้าซีดเผือด รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น แม้ในใจจะเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัว แต่ทิฐิเจ้ากรรมก็ยังสั่งให้เธอยืดอกขึ้น เชิดหน้าใส่บอดี้การ์ดสาวคนสนิทตามเคย "ช้าเป็นบ้าเลยนะปลายฟ้า! ถ้าฉันคอขาดกระเด็นไปแล้ว เธอคงได้แค่ยืนมองศพฉันว่างั้นเถอะ?" เสียงใสเอ่ยต่อว่าออกไปทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในอก น้ำเสียงแหลมสูงและท่าทีเชิ่ดๆ นั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกินในสายตาคนฟัง ปลายฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความเอือมระอา เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบางทีละก้าว แววตาคมกริบฉายแววดุจัดจนรินรดาต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ถ้าคุณหนูมีสติแล้วช่วยหุบปากแล้วยืนนิ่งๆ สักวินาทีเดียว ฉันคงไม่ต้องเหนื่อยมาเสี่ยงชีวิตเช็ดก้นให้แบบนี้หรอกนะคะ" ปลายฟ้าสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกจนคนฟังสะดุ้ง "แล้วนี่อะไร? เห็นคนบุกรุกถือมีดแต่ยังจะยืนทำหน้าอวดดีอยู่ได้ สมองคุณหนูทำด้วยอะไร ถึงไม่รู้จักรักตัวกลัวตายเอาซะเลย!" "นี่เธอ! กล้าดียังไงมาว่าฉันฮะ!" รินรดาตวัดเสียงใส่ หน้าหวานง้ำงอด้วยความไม่พอใจ เธอเกลียดนักเวลาที่ถูกอีกฝ่ายมองด้วยสายตาตำหนิราวกับเธอเป็นเด็กไร้เดียงสา ทั้งที่เธอโตจนทำงานบริหารบริษัทแทนพ่อได้แล้วแท้ๆ แต่ทว่า... ขณะที่กำลังจะอ้าปากเถียงต่อ สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นรอยแผลถลอกยาวที่ต้นแขนซ้ายของปลายฟ้า เลือดสีสดซึมผ่านเนื้อผ้าสีดำออกมาเป็นวงกว้าง ความโกรธเกรี้ยวที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่ตีรันอยู่ในอกทำให้เธอเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้บอดี้การ์ดสาวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กยื่นออกไปคว้าข้อแขนของอีกฝ่ายไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้หนักหน่วง แต่สั่นเทาเล็กน้อยจนคนถูกจับสังเกตได้ "เลือด... เธอเจ็บตัวเหรอเนี่ย" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ปลายเสียงสั่นพร่าด้วยความตกใจและความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ ปลายฟ้าก้มลงมองมือเรียวที่เกาะกุมแขนเธอไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคุณหนูจอมพยศ แววตาที่เคยแข็งกระด้างและดุดันเมื่อครู่ไหววับลงชั่วขณะ หัวใจดวงแกร่งที่เคยด้านชากับความเจ็บปวด กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้เห็นแววตาห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น มันไม่ใช่ความห่วงใยแบบนายจ้างมีให้ลูกน้อง แต่มันคือความกังวลจากใจจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดร้ายๆ ของอีกฝ่าย "แค่แผลแมวข่วนค่ะ คุณหนูไม่ต้องมาทำเป็นใส่ใจฉันหรอก เอาเวลาไปตรวจดูตัวเองเถอะว่าขาสั่นจนก้าวไม่ออกแล้วหรือยัง" ปลายฟ้าแกล้งทำเป็นพูดจาถางถางเพื่อกลบเกลื่อนความหูร้อนที่กำลังลามเลียพวงแก้ม แต่น้ำเสียงทุ้มนั้นกลับสั่นพร่ากว่าปกติจนจับสังเกตได้ "ใครขาสั่นกันยะ! ฉันแค่ตกใจต่างหากเล่า!" รินรดาหน้าแดงก่ำ เถียงกลับเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาตีรอกในอก เธอเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน "แล้วนี่... จะยืนทื่อให้อวดแผลอยู่หรือไง ตามมานี่เลยนะ!" ไม่พูดเปล่า รินรดาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของปลายฟ้าแล้วออกแรงดึงให้เดินตามไปยังห้องรับแขกด้านในอย่างถือวิสาสะ บอดี้การ์ดสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมก้าวเท้าตามแรงดึงนั้นไปแต่โดยดี โดยปราศจากคำคัดค้านใดๆ รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนตัวสูง รินรดาทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวนุ่ม หยิบกล่องปฐมพยาบาลใกล้มือออกมาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เธอจัดการแกะพลาสเตอร์และหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ด้วยมือที่ยังคงสั่นระริกเล็กน้อย ปลายฟ้านั่งมองท่าทางเก้กังนั้นเงียบๆ สายตาคมสำรวจใบเนียนสวยที่กำลังขมวดมุ่นด้วยความตั้งใจ ความใกล้ชิดที่แนบ "อยู่นิ่งๆ สิปลายฟ้า ถ้าฉันเช็ดโดนแผลแล้วเธอสะดุ้งจนฉันทำพัง ฉันจะหักเงินเดือนเธอนะ!" รินรดาเอ็ดเบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเธอไม่ยอมวางตา "เชิญหักตามสบายเลยค่ะ... แต่ถ้าคุณหนูยังทำหน้าแดงแล้วมือสั่นแบบนี้ ระวังฉันจะคิดนะคะว่าคุณหนูกำลัง... ห่วงฉันจริงๆ" ปลายฟ้าโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัว ลลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดาร่างกายแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเจอคนร้ายบุกบ้านเสียอีก ยังไม่ทันที่รินรดาจะอ้าปากเถียงแก้เขิน เสียงปรบมือดังแปะๆ จากความมืดบริเวณประตูห้องรับแขกก็ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวนั้นลงเสียก่อน "โอ้โห... ภาพบาดตาบาดใจอะไรขนาดนั้นล่ะครับเนี่ย เจ้านายกับบอดี้การ์ดรักกันกลมเกลียวจนน่าอิจฉาจริงๆ" เสียงทุ้มกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปรดของ "คิม" อดีตคู่หมั้นจอมตื้อที่รินรดาเกลียดแสนเกลียด พร้อมกับลูกน้องอีกสี่คนที่ยืนปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน ดวงตาคมกวาดมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "แกเข้ามาได้ยังไงคิม!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืน ชี้หน้าเอาเรื่องทันที "ก็เข้ามาทางประตูหน้าบ้านเธอนั่นแหละจ่ะที่รัก..." คิมย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า "พอดีฉันได้ข่าวว่าบ้านเธอมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือน เลยหวังดีแวะมาช่วย... พาเธอกลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ด้วยกัน" ปลายฟ้าขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าคุณหนูไว้ทันที แววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง "ถอยไปซะ... ก่อนที่แขนอีกข้างของนายจะได้แผลมากกว่านี้" ปลายฟ้าเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "ปากเก่งดีนี่ ยัยบอดี้การ์ดตกอับ!" คิมแค่นหัวเราะ ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องพุ่งเข้าใส่ "จัดการมัน! แล้วพาลูกสาวเศรษฐีกลับกับฉัน!" ความชุลมุนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่า... ก่อนที่หมัดแรกจะปะทะกัน เสียงประกาศกร้าวจากบุคคลที่ไม่คาดฝันก็ดังขึ้นขัดจังหวะที่หน้าประตูใหญ่ "หยุดนะ! ใครขยับฉันยิงหัวแน่!" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อหันไปมอง พร้อมๆ กับที่ลมหายใจของเธอสะดุดกึกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อคนที่ถือปืนเล็งตรงมาที่คิมไม่ใช่ใครอื่น—แต่เป็น... (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ... ขอบคุณที่แวะมาสัมผัสความละมุนและร้อนแรงไปกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%