ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของ ‘มินตรา’ เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวนขึ้นกลางห้องรับแขกอันหรูหรา กลิ่นอายความอิจฉาริษยาและแผนการร้ายคละคลุ้งอยู่ในอากาศจนเกือบจะหายใจไม่ออก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ไม่ใช่เพราะผู้หญิงหน้าไม่อายคนนี้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ แต่เป็นเพราะสายตาของ ‘ปลายฟ้า’ บอดี้การ์ดสาวมาWาดผู้ยืนอยู่ไม่ไกล ที่มองตรงมาด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ซึ่งความระ2-3ระแวง หรือแม้กระทั่งความหึงหวงอย่างที่เธอคาดหวัง
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่รินรดาจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก
"คิดจะเอาเศษกระดาษอะไรมาเล่นละครฉากใหม่อีกละคะคุณมินตรา หรือว่าเงินก้อนโตรอบที่แล้วยังละลายไม่สะใจ ถึงได้เดินเข้ามาหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายขายหน้าถึงในบ้านของฉัน" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามรักษาฟอร์มของคุณหนูผู้หยิ่งทะนงเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดะดานด้วยความน้อยใจที่สุมอยู่ข้างใน
มินตราแย้มยิ้มเยาะ ยื่นซองเอกสารนั้นไปข้างหน้าทีละน้อย ราวกับนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"เศษกระดาษงั้นเหรอคะคุณรินรดา... แต่กระดาษพวกนี้อาจจะทำให้ใครบางคนแถวนี้ ตาตื่นจากความฝันลมๆ แล้งๆ ได้เลยนะคะ ว่าแต่... คนที่ยืนคุมกฎอยู่ข้างกายคุณตอนนี้ เขาจะรู้ความจริงเบื้องหลังรอยยิ้มหวานๆ ของคุณบ้างไหมนะ"
คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัยพุ่งเป้าไปที่ปลายฟ้าอย่างจงใจ รินรดาสะใจไม่ลงเมื่อหันไปมองบอดี้การ์ดสาว ปลายฟ้ายังคงยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยคมเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ไม่มีแม้แต่คำถาม ไม่มีแม้แต่ท่าทีปกป้องนายจ้างอย่างที่ควรจะเป็น ความเงียบงันและความเฉยเมยนั้น... ช่างบาดลึกหัวใจของคนมองเสียเหลือเกิน
"ปลายฟ้า!" รินรดาเผลอหลุดปากเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังด้วยความเหลืออด น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวพยายามจะบังคับมันให้อยู่ทรง "ยืนบื้ออะไรอยู่คะ! จัดการผู้หญิงคนนี้สิ หรือว่า... คุณเองก็อยากรู้เรื่องไร้สาระพวกนั้นเหมือนกัน ถึงได้ยืนดูด Vอยู่แบบนี้!"
ปลายฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (และหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้า) ของคุณหนูจอมเอาแต่ใจ แววตาของบอดี้การ์ดสาวไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีเย็นชาตามเคย
"หน้าที่ของฉันคือคุ้มครองความปลอดภัยให้คุณรินรดาจากอันตรายค่ะ ไม่ใช่การไล่แขกอย่างไร้มารยาทตามอารมณ์ชั่ววูบของคุณ" ปลายฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไร้ความปรานี "ถ้าเอกสารในมือคุณมินตรามันสำคัญขนาดนั้น ก็เชิญเปิดดูให้มันจบๆ ไปค่ะ จะได้ไม่ต้องมาโวยวายเสียบุคลิกอยู่ตรงนี้"
*เปรี้ยง!*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก คำพูดเจือความรำคาญและท่าทีผลักไสไล่ส่งจากปากของปลายฟ้า แทรกซึมเข้าไปบั่นทอนความเข้มแข็งทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้น ปลายฟ้าไม่แคร์เธอเลย... ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเธอเลยสักนิด ผู้หญิงคนนี้เห็นเธอเป็นแค่ภาระหน้าที่ เป็นแค่เด็กเอาแต่ใจที่น่ารำคาญคนหนึ่งเท่านั้นสินะ!
น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดารีบยกมือขึ้นปัดมันออกลวกๆ ด้วยความอับอาย แต่สายตาที่มองไปยังปลายฟ้ากลับเต็มไปด้วยความตัดพ้อและเจ็บปวดร้าวลึก
"ใช่ส... ฉันมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจ น่ารำคาญ ปากจัด ไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรอกค่ะ!" รินรดาตะโกนใส่หน้าบอดี้การ์ดสาว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ในเมื่อคุณอยากรู้ความจริงนัก ทำไมไม่เปิดดูเองเลยล่ะคะ! จะได้รู้ว่าฉันมันเลวร้ายแค่ไหน!"
พูดจบรินรดาก็คว้าซองเอกสารจากมือมินตรามาฉีกกระชากด้วยความโมโห เอกสารข้างในกระจายเกลื่อนพื้น ภาพถ่ายนับสิบใบและรายงานลับปรากฏต่อสายตาทุกคนในห้อง ภาพเหล่านั้นคือหลักฐานการสืบประวัติเบื้องหลังตระกูลของเธอ ปมปัญหาดาร์กๆ ที่เธอพยายามปกปิดเอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้—รวมถึงเรื่องที่เธอยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อตัวบอดี้การ์ดฝีมือดีอย่างปลายฟ้ามาอยู่ข้างกาย โดยมีเบื้องหลังซ่อนเร้นบางอย่างที่เธอยังไม่เคยบอกใคร
มินตราหัวเราะร่าสะใจ "เห็นหรือยังคะคุณปลายฟ้า? ผู้หญิงที่คุณกำลังปกป้องอยู่... มีความลับเน่าเฟะซ่อนอยู่ตั้งเท่าไหร่ คนแบบนี้ไม่คู่ควรกับความจริงใจของใครหรอกค่ะ!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด รินรดายืนตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพรั่งพรูลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอก้มหน้ามองเศษกระดาษบนพื้น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางลานประหารที่ไร้ทางหนีทีไล่ หัวใจดวงน้อยๆ บีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ เธอรอคอยคำปฏิเสธ รอคอยท่าทีปกป้องจากปลายฟ้า... รอคอยให้อีกฝ่ายบอกว่าเรื่องพวกนี้มันไม่สำคัญ
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบ... ความเงียบที่น่ากลัวที่สุด
ปลายฟ้าก้มลงมองภาพถ่ายบนพื้นช้าๆ สายตาคมกริบกวาดอ่านตัวหนังสือในรายงานแต่ละแผ่น ใบหน้าสวยเฉียบยังคงนิ่งสนิท ไร้รอยยิ้ม ไร้ความโกรธเกรี้ยว และไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆ
ความเงียบงันดำเนินไปเนิ่นนาน ราวกับเข็มนาฬิกาถูกหยุดเวลาไว้ รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจดิ่งวูบลงเหวลึก ความอับอายพุ่งขึ้นมาจุกอกจนอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นเสียให้ได้ ในเมื่อปลายฟ้าเลือกที่จะเงียบ... นั่นก็เท่ากับคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว
"สมใจคุณแล้วสินะคะ..." รินรดาเค้นเสียงพูดออกมาเบาหวิว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อล้น "ออกไป... ออกไปจากบ้านฉันให้หมดทั้งคู่เลยนะ!"
มินตราแย้มยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปด้วยความสะใจ ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องเพียงลำพัง โดยมีปลายฟ้ายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม... ไม่ขยับเขยื้อน และไม่เอ่ยคำลา
รินรดาหันหลังให้บอดี้การ์ดสาว ยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ด้วยความหยิ่งทรนงครั้งสุดท้าย ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอไปมากกว่านี้ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินหนีขึ้นชั้นบนนั้นเอง...
มืออุ่นจัดของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่น!
รินรดาสะดุ้งเฮือก หันกลับไปมองด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตสบเข้ากับประกายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของปลายฟ้า แววตาที่เคยเย็นชาราวกับน้ำแข็งบัดนี้กลับลุกโชนด้วยไฟบางอย่างที่ร้อนแรงและจริงจังจนน่ากลัว ปลายฟ้าดึงเธอกลับเข้าไปหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
"คิดจะไล่ฉันไปไหนคะ... คุณหนูจอมดื้อ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหีบปาก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ยังคงมีคราบน้ำตาติดอยู่ "ในเมื่อเอกสารพวกนั้น... มันยังสำคัญไม่เท่ากับความจริงที่ว่า ฉันไม่มีทางปล่อยมือจากคุณ... ตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของทั้งคู่ด้วยนะคะ ❤️
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 14
น้ำตาคุณหนูที่ไม่มีใครเห็น
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!