กลิ่นหอมเย็นของโคโลญจน์ราคาแพงยังคงติดจางอยู่บนหมอนใบโต แต่เจ้าของกลิ่นกลับไม่อยู่ตรงนั้นอีกแล้วค่ะ รินรดากวาดตามองห้องนอนที่กว้างขวางจนน่าใจหาย ความเงียบงันในยามวิกาลไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสงบเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับส่งเสียงกรีดร้องเสียดแท่นอยู่ในโสตประสาท จนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นปิดหูด้วยความหงุดหงิด
กระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่แปะอยู่บนกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง... มีลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบของปลายฟ้าทิ้งไว้ว่า *'ดูแลตัวเองด้วยนะคะคุณหนู ฉันทلกภาระหน้าที่ตรงนี้แล้ว'*
คำว่า 'หมดหน้าที่' กระแทกเข้ากลางใจจนรินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอยับกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับยู่ยี่ ขว้างมันลงพื้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เจือปนด้วยความหวาดกลัวอย่างประหลาด
"คิดว่าอยากจะไปก็ไปอย่างนั้นเหรอ ปลายฟ้า! เธอกล้าดียังไง..."
เสียงตะคอกของเธอขาดห้วงลงเมื่อความจริงอันหนقหน่วงตบเข้าที่หน้าฉาดใหญ่ ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มคอยยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาดุๆ อีกแล้ว ไม่มีบอดี้การ์ดสาวจอมกวนประสาทที่คอยขัดใจเธอในทุกเรื่องแต่ก็พร้อมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากอันตราย
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา รินรดาคิดมาตลอดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง เธอยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่ ทายาทตระกูลดังที่ใครๆ ก็ต้องก้มหัวให้ อยากได้อะไรต้องได้ อยากไล่ใครออกก็แค่ดีดนิ้วสั่ง แต่พอมาถึงวินาทีนี้... วินาทีที่ความว่างเปล่าแผ่ขยายเข้ามาแทนที่อุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่าย รินรดากลับตระหนักได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งว่า เงินล้านที่เธอทุ่มลงไปซื้อได้แค่ตัว แต่ซื้อหัวใจที่ภักดีและห่วงใยเธออย่างแท้จริงไม่ได้เลย
ขาเรียวภายใต้ชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่มก้าวฉับๆ ออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องพักของบอดี้การ์ดส่วนตัว ประตูห้องเปิดอ้าซ่าเพราะไม่มีแม้แต่กุญแจคล้อง ข้าวของเครื่องใช้ถูกเก็บเรียบร้อยจนแทบไม่เหลือร่องรอยว่าเคยมีใครอาศัยอยู่ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
มือบางสั่นเทาขณะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออก สายแล้วสายเล่า... เสียงสัญญาณดังยาวนานราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ก่อนจะตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียง
*(“เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ค่ะ...”)*
"รับสายฉันเดี๋ยวนี้ยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย!" รินรดากรีดร้องใส่โทรศัพท์ หยดน้ำตาที่ไม่รู้ว่ากลั้นไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ร่วงเผาะลงบนหน้าจอแก้วจนพร่ามัว หัวใจดวงน้อยบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบไปหมด ความเย่อหยิ่งทระงាយทนถูกพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวที่เกาะกุมวิญญาณ
เธอเพิ่งรู้ตัว... ในวันที่ทุกอย่างสายเกินไป
รู้ว่าอ้อมแขนที่เคยผลักไส รusว่าสายตาที่เคยรำคาญ คือสิ่งเดียวที่ทำให้โลกใบโตอันแสนโดดเดี่ยวนี้มีความหมาย รินรดาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องที่ว่างเปล่าอย่างไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้วโดยไม่คิดจะยกมือขึ้นเช็ด
ความมืดมิดรอบตัวโอบกอดเธอไว้ในความเงียบงัน และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่คนเอาแต่ใจอย่างเธอ ได้รับบทเรียนราคาแพงที่สุด... บทเรียนที่สอนว่า การสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป เกิดขึ้นได้ง่ายดายเพียงใด เมื่อเราไม่รู้จักรักษาCมันไว้ในวันที่เขายังอยู่ตรงนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและกอดประคับประคองหัวใจของตัวละครมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะคะ
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 22
ตระหนักได้ในวันที่สายเกินไป
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!