"ถ้าคิดว่าการจ้างบอดี้การ์ดมาอารักขาคุณหนูเอาแต่ใจสักคน จะทำให้ชีวิตฉันสงบสุขลงได้ล่ะก็... บอกเลยว่าคุณกำลังฝันกลางวันตื่นใหญ่อยู่ค่ะ คุณอาขา"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเยาะหยันดังขึ้นก้องห้องรับแขกสไตล์หลุยส์สุดหรู รินรดาตวัดสายตากลับมามองบุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอยังไม่ลืมสัมผัสอึดอัดจากตอนที่แล้ว—เงาร่างของ 'ธนา' อาหนุ่มผู้หวังฮุบสมบัติ ที่พ่วงมาด้วยการยัดเยียดใครบางคนเข้ามาในชีวิตเธอเพื่อเป็นหูเป็นตา แต่เกมนี้... คนอย่างรินรดาไม่มีทางยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครเขี่ยเล่นเด็ดขาด
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของคุณหนูเอาแต่ใจสะดุดกึก ไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมของอาหนุ่ม หากแต่เป็นบุคคลที่ยืนนิ่งสงбиอยู่ด้านหลังเขาต่างหาก
ปลายฟ้า... อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติผู้ผันตัวมาเป็นบอดี้การ์ดเฉพาะกิจ เรือนร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นทรวดทรงให้ดูทะมัดทะแมงและน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างไร้ที่ติ ดวงตากลมโตคู่คมกริบไร้ซึ่งความหวาดหวั่น จ้องมองตรงมาที่เธอราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นหนึ่งบนชั้นวาง
"รู้จักกันไว้ซะสิ รินรดา" ธนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดัน "นี่คือคุณปลายฟ้า บอดี้การ์ดมืออาชีพที่ฉันลงทุนจ้างมาดูแลความปลอดภัยให้หลานโดยเฉพาะ... และแน่นอน เธอจะอยู่กับหลานทุกฝีก้าว ตลอด 24 ชั่วโมง"
คำว่า 'ทุกฝีก้าว' และ '24 ชั่วโมง' ถูกเน้นเสียงหนักหน่วง ราวกับจงใจประกาศิตกรงขังกลายๆ
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความพอยท์อินเฟลม เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนนิ่งสนิทเป็นรูปปั้น ห่างกันเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงระยับจากตัวเธอปะทะเข้ากับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านและเจือกลิ่นอายความเย็นชาของอีกฝ่ายอย่างจัง
"มืออาชีพเหรอคะ?" รินรดาเอียงคอมอง เหยียดยิ้มมุมปาก พลางไล่สายตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสสมเพชแกมท้าทาย "ดูบอบบางปานนี้ เกรงว่าจะต้องให้ฉันเป็นคนปกป้องเธอมากกว่ามั้งคะคุณบอดี้การ์ด... หรือว่ารับงานนี้เพราะเงินมันหนาพอจะซื้อศักดิ์ศรีของเธอได้กันแน่ล่ะ"
บรรยากาศในห้องรับแขกเย็นเยียบลงทันตาเห็น ธนากระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นชนวนระเบิดเริ่มทำงาน ขณะที่ปลายฟ้า... ไม่มีแม้แต่รอยสะดุ้งสะเทือน เธอยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าเชิ่ดรั้นของคุณหนูจอมพยศนิ่งๆ ก่อนจะขยับริมฝีปากบางเฉียบเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ถ้าฉันบอบบางอย่างที่คุณหนูว่า... ป่านนี้เหรียญทองระดับประเทศคงไม่มาแขวนอยู่บนคอฉันหรอกค่ะ" ปลายฟ้าสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์แต่ทรงพลังเสียจนคนฟังถึงกับชะงัก "ส่วนเรื่องศักดิ์ศรี... วางใจเถอะค่ะ มันราคาแพงเกินกว่าที่คุณหนูจะเอาเงินฟาดหัวซื้อได้แน่นอน"
ฉึก!
ราวกับมีลูกดอกพุ่งปักกลางอก รินรดากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ยัยนี่! กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับเธอ แถมยังใช้สายตาเย่อหยิ่งแบบนั้นมองกลับมาอีก!
"ปากเก่งดีนี่" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเสียงต่ำด้วยความกรุ่นโกรธ "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะคุณบอดี้การ์ด เพราะฉันนี่แหละ... จะทำให้คุณอยากลาออกแทบไม่ทันภายในสามวัน!"
ปลายฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาไหววับชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอยกยิ้มมุมปากน้อยๆ อย่างท้าทายพอกัน "ยินดีรับคำท้าค่ะคุณหนู แต่บอกไว้ก่อนนะ... คนอย่างปลายฟ้า ไม่เคยยอมแพ้ให้อะไรโง่ๆ ง่ายๆ หรอกค่ะ"
"แหม... ดูเข้ากันได้ดีนี่ ฉันก็ค่อยหมดห่วงหน่อย" ธนากล่าวแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศมาคุ ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า "ในเมื่อทำความรู้จักกันเบื้องต้นแล้ว ก็มาเซ็นสัญญาฉบับนี้ซะรินรดา เงื่อนไขทุกลายลักษณ์อักษรในนี้ จะช่วยให้เธอ 'ปลอดภัย' และอยู่ในโอวาทมากขึ้น"
รินรดาละสายตาจากใบหน้าคมคายของบอดี้การ์ดสาวชั่วขณะ เธอก้มมองแฟ้มเอกสารสีดำสนิทด้วยความรู้สึกหงุดหงิดระคนระแวง มือเรียวบางหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดผ่านๆ ก่อนดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อกวาดสายตาอ่านเจอข้อความในหน้าถัดไป
นี่มันบ้าชัดๆ!
"อะไรกันเนี่ย!" รินรดาโพล่งออกมาเสียงดังลั่นห้อง กระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะจนกระดาษกระจัดกระจาย "ห้ามออกนอกเคหสถานหลังสามทุ่ม? ห้ามติดต่อคนนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต? แล้วนี่อะไร... บอดี้การ์ดมีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของนายจ้างหากเห็นว่ามีความเสี่ยง?! นี่คุณเอาสมองส่วนไหนคิดคะอาธนา! ฉันเป็นนายจ้างนะ ไม่ใช่นักโทษเดนตาย!"
ธนาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับเสียงโวยวายนั้นเลยสักนิด "นั่นคือเงื่อนไขความปลอดภัยขั้นเด็ดขาด ถ้าเธออยากได้อิสรภาพ ก็จงเซ็นซะ แล้วทำตามกฎทุกข้ออย่างไร้ข้อ 2... ไม่อย่างนั้น ฉันจะยึดสิทธิ์การถือหุ้นทั้งหมดของเธอแล้วส่งเธอไปสงบสติอารมณ์ที่ต่างประเทศซะตอนนี้เลย"
คำขู่ขشกรรโชกนั้นทรงพลังพอดู รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความคับแค้นใจพุ่งพล่านจนขอบตาร้อนผ่าว เธอมองหน้าอาหนูผู้เลือดเย็นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของปลายฟ้าที่ยืนกอดอกมองดูเธอราวกับกำลังชมละครสัตว์เรื่องหนึ่ง
ทางเลือกมีไม่มากนัก... ระหว่างการยอมจำนนต่อกรงขังนี้ หรือสูญเสียทุกอย่างที่แม่ทิ้งไว้ให้
"ก็ได้!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเจ็บใจ เธอคว้าปากกาหรูบนโต๊ะขึ้นมาเซ็นชื่อลงในกระดาษแผ่นสุดท้ายด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษจนเกือบทะลุ "ฉันเซ็นแล้ว! พอใจคุณหรือยังคะคุณอา!"
ธนามองลายเซ็นนั้นด้วยรอยยิ้มพอใจ "ดีมาก... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ปลายฟ้าคือเงาของเธอ อย่าคิดตุกติกเด็ดขาด เพราะฉันมีตาอยู่ทุกหนทุกแห่ง"
พูดจบ ธนาก็สะบัด 180 องศาเดินออกจากห้องรับแขกไป ทิ้งให้ความเงียบที่อึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ รินรดายืนหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธ เธอกำปากกาในมือแน่นราวกับอยากจะหักมันเป็นสองท่อน
"เซ็นได้สวยดีนี่คะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาตวัดสายตากลับไปมองด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทว่า... ปลายฟ้ากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็วชนิดที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว มือเรียวแกร่งเอื้อมมาฉวยแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไปถือไว้ได้อย่างง่ายดาย
"ถอยไปนะ!" รินรดาผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แต่ร่างสูงกลับมั่นคงราวกับเสาหิน ปลายฟ้าก้มหน้าลงมามองเธอในระยะประชิด ชิดเสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับความเย็นชาพัดปะทะใบหน้า จนหัวใจดวงน้อยๆ ของคุณหนูจอมพยศกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ทำอะไรของเธอ..." รินรดาเสียงสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อดวงตากลมโตคู่คมกริบของบอดี้การ์ดสาวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ ราวกับกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งถึงความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันดุร้าย
"ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป... ฉันคือเงาของคุณหนูค่ะ" ปลายฟ้ากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงราบเรียบแต่ทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์จนน่าขนลุก "และกฎข้อแรกของฉัน... คือห้ามคุณหนูร้องไห้ต่อหน้าใคร... โดยเฉพาะไอ้อาจอมปลอมคนนั้น"
รินรดานิ่งค้างไป ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในช่องท้อง
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่ประตูด้านหลังจะถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของแม่บ้านเก่าแก่ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับข่าวสารที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ
"คุณหนูคะ!แย่แล้วค่ะ! รถของคุณธนาที่เพิ่งขับออกไป... เกิดอุบัติเหตุระเบิดกลางถนนใหญ่ค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและฟินไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 2
ข้อตกลงลับฉบับห้ามแหกกฎ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!