หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสยังคงสว่างวาบด้วยข้อความมรณะ ข้อความที่ตอกย้ำว่าอดีตอันดำมืดกำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอบนตึกสูงระฟ้าแห่งนี้ ทว่าในวินาทีนี้... รินรดาแทบจะไม่ได้สนใจเงาหัวของใครหน้าไหนอีกแล้ว ในเมื่อสิ่งมีชีวิตที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้าเธอนี่ต่างหาก คือปัญหาใหญ่ที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่า
"จะยืนทำหน้ายักษ์ใส่วิญญาณฉันไปถึงไหนคะคุณบอดี้การ์ด หรือว่ากลัวจนขาสั่นจนต้องทำท่าเก๊กขู่?"
รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย แม้ลึกๆ ในอกจะยังคงหวาดหวั่นกับตัวหนังสือขู่ขวัญบนหน้าจอ แต่วินาทีนี้ศักดิ์ศรีของคุณหนูเอาแต่ใจไม่อนุญาตให้เธอยอมจำนนต่อสายตาดุๆ คู่นั้นเด็ดขาด
ปลายฟ้าถอนหายใจยาวพรืด เธอปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับคนอวดดีที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ชนิดที่รินรดาไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกของเธออยู่รำคาญ หากไม่ติดว่ารินรดาเอนตัวหนีไปเสียก่อน
"คนที่ควรจะกลัวจนขาสั่น ไม่ใช่ฉันค่ะคุณรินรดา... แต่เป็นคุณต่างหาก ที่ทำตัวเป็นเด็กดื้อ ไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลย" ปลายฟ้าเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเจือแววคาดคั้นที่ทำเอาคนฟังถึงกับร้อนๆ หนาวๆ "ข้อความขู่ฆ่าหราอยู่บนหน้าจอขนาดนั้น แต่คุณยังมานั่งทำหน้าลอยชายท้าทายฉันอยู่อีกเหรอคะ"
"ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ! จะให้วิ่งหนีหัวซุกหัวซอนร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนนางเอกละครน้ำเน่าหรือไง ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอนะปลายฟ้า!" รินรดาเถียงกลับทันควัน เสียงใสเริ่มสั่นพร่าด้วยความอัดอั้น ตลอดชีวิตเธอมีแต่คนคอยปกป้องและตามใจ แต่ไม่เคยมีใครมองเข้ามาในแววตาแล้วดุเธอด้วยความห่วงใยอย่างจริงจังเท่าผู้หญิงคนนี้มาก่อนเลย
ปลายฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวทอดอ่อนลงชั่วขณะเมื่อเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความหยิ่งยโสของคุณหนูตระกูลดัง มือเรียวยาวเอื้อมออกไปคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นขึ้นมาคว่ำหน้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องกลั้นหายใจ
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของบอดี้การ์ดสาวลอยละลิ่วเข้ามาแตะจมูก ผสมผสานกับไออุ่นจากร่างกายที่แผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามรากับจะกระโดดออกมานอกอก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายฟ้าโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหู
"ถ้ากลัว... ก็บอกกันดีๆ สิคะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ทรงพลังดังขึ้นข้างใบหู "ไม่ต้องมาทำเป็นเก่งใส่ฉันหรอกค่ะริน... เพราะต่อให้ใครหน้าไหนจะส่งของขวัญอะไรมา ฉันก็ไม่มีวันยอมให้มันเข้าใกล้คุณแม้แต่ปลายเล็บหรอก"
คำพูดห้วนๆ แต่แฝงด้วยความหนักแน่นนั้น ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง แก้มเนียนนวลขึ้นสีแดงจัดโดยอัตโนมัติ รินรดาพยายามจะเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่ปลายฟ้ากลับใช้มืออีกข้างประคองปลายคางเธอไว้เบื้องหน้า บังคับให้ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ปลายฟ้า... คุณ..."
"ฉันพูดจริงนะคะ" ปลายฟ้าเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคู่สวยมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ไม่ว่าคนในอดีตคนนั้นจะเป็นใคร หรือมันจะส่งอะไรมา... ตราบใดที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครทำร้ายคุณได้ทั้งนั้น จำเอาไว้ด้วยค่ะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงเครื่องปรับอากาศบนเพดานกลายเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยิน รินรดานิ่งงิ่งงัน หัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกับคนตรงหน้า ความหวาดกลัวจากข้อความขู่ขวัญเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นซ่านลึกที่แผ่กระจายไปทั่วห้องอก มือเล็กๆ ที่เคยกำแน่นคลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมไปแตะลงบนแขนของบอดี้การ์ดสาวเบาๆ เป็นเชิงยอมจำนน
"ปากร้ายชะมัด..." รินรดาพึมพำเสียงเบาหวิว หลบสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยความเขินอาย "แต่... ขอบคุณนะคะ"
ปลายฟ้ายิ้มมุมปากน้อยๆ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นจากบอดี้การ์ดสาวมาดนิ่งคนนี้ รอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจของคุณหนูเอาแต่ใจละลายจนแทบไม่เหลือทรง มือเรียวที่ประคองคางอยู่เปลี่ยนเป็นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาทาบแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกห้าวหาญนั้นทำให้รินรดายิ่งใจเต้นแรงขึ้นไปอีก
"รู้ตัวก็ดีค่ะ... งั้นคืนนี้ เพื่อความปลอดภัย ฉันคิดว่าเราควรจะ..."
*กริ๊งงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักส่วนตัวดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ปลายฟ้าชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลับมาเป็นความเยือกเย็นและระแวดระวังภัยในเสี้ยววินาที มือเรียวชักกลับไปแตะอาวุธปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้สูทอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ
รินรดาสดุ้งตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอกำชายเสื้อสูทของปลายฟ้าแน่นโดยไม่รู้ตัว
ปลายฟ้ายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นสัญญาณให้เงียบ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวถอยห่างจากรินรดาอย่างระมัดระวัง สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนทีไล่และประเมินสถานการณ์
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับเสียงข้อความเข้าที่ดังขึ้นตัดขั้วหัวใจ
**"เปิดประตูซิคะ... ของขวัญมาส่งแล้วนะ"**
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกดีๆ ที่ค่อยๆ ผลิบานนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"กลิ่นลิลลี่สีขาว"
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 17
จังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!