ดวงตาคมกริบของรินรดาแทบจะถลึงออกจากเบ้า เมื่อเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปก้าวผ่านธรณีประตูห้องทำงานส่วนตัวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอวลด้วยความเงียบสงบเมื่อครู่ มลายหายไปในพริบตา ราวกับถูกไฟบรรัลกัลป์แผดเผาจนมอดไหม้
ในขณะที่ใบหน้าเรียบนิ่งดั่งรูปสลักของปลายฟ้า บอดี้การ์ดสาวมาادรนิ่ง กลับมืดมนลงในระดับติดลบ รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวระหงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย
"คุณอา... มาได้ยังไงคะ?"
เสียงหวานที่มักจะเชิดรั้นเอ่ยถามด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ รินรดารีบดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ความสูงของเธอจะไล่เลี่ยกับผู้มาใหม่ แต่รัศมีอำนาจของ 'คุณธนา' ผู้เป็นอาแท้ๆ และประธานกรรมการบริหารเครือโรงแรมชื่อดัง กลับกดดันให้คุณหนูเอาแต่ใจอย่างเธอต้องเม้มริมฝีปากแน่น
ธนาปรายตามองหลานสาวเพชรในตู้ปลาแวบหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบไปหยุดอยู่ที่ปลายฟ้า ซึ่งยืนบังร่างบางของรินรดาไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณของการเป็นบอดี้การ์ด รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายวัยกลางคน
"ถ้าฉันไม่มา... ก็คงไม่เห็นภาพน่ารักๆ ระหว่างคุณหนูตระกูลดัง กับ... บอดี้การ์ดรับจ้างหรอกมั้ง"
คำพูดเหน็บแนมนั้นทำเอารินรดาหน้าชาวา
"พูดจาให้เกียรติคนของฉันด้วยค่ะคุณอา ปลายฟ้าไม่ใช่แค่บอดี้การ์ดรับจ้าง... และนี่ก็ห้องส่วนตัวฉัน คุณอาไม่มีสิทธิ์เข้ามาอย่างไร้มารยาทแบบนี้!" รินรดาเถียงกลับทันควัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความโกรธ ไม่ยอมให้ใครมาหยามหยันคนที่ยืนอยู่ข้างกายเด็ดขาด
ปลายฟ้าเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนายจ้างสาว ความโกรธที่อีกฝ่ายปกป้องตนฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น ทำให้ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายของบอดี้การ์ดสาวกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความเย็นชาเมื่อครู่ ปลายฟ้ายกมือขึ้นแตะแขนเรียวของรินรดาส่งสัญญาณเบาๆ ให้เธอยั้งอารมณ์ ก่อนที่ร่างโปร่งจะก้าวขึ้นมาบังหน้าคุณหนูเอาไว้เต็มตัว พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน
"ขออภัยด้วยนะคะท่านประธาน พอดีหน้าที่ของดิฉันคือการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้คุณรินรดา การที่ท่านบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ ถือเป็นการคุกคาม... และดิฉันมีสิทธิ์ใช้กำลังเชิญท่านออกไปได้เช่นกันค่ะ"
สิ้นคำพูดของปลายฟ้า บรรยากาศในห้องก็แทบจะหยุดหายใจ ธนาหน้าตึงขึ้นทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสามัญชนไร้หัวนอนปลายเท้ามาต่อปากต่อคำ
"สามหาว! กล้าดียังไงมาพูดจากับฉันแบบนี้! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!" ธนาก้าวเข้ามาประชิด แต่ปลายฟ้าไม่มีทีท่าจะถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ร่างเพรียวตรึงอยู่นิ่งราวกำแพงเหล็ก แววตาสนเท่ห์และท้าทายสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของบอดี้การ์ดสาว
"รู้ค่ะว่าเป็นอาของคุณรินรดา... แต่ต่อให้เป็นประธานาธิบดี ถ้าล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ดิฉันก็มีวิธีจัดการในแบบของบอดี้การ์ดมืออาชีพเหมือนกันค่ะ" ปลายฟ้าสวนกลับเสียงเรียบ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากทำเอาธนาโกรธจนตัวสั่น
"ดี! ปากเก่งนักนะ! รินรดา... เธอเลี้ยงหมาป่าไว้ข้างกายระวังมันจะแว้งกัดเข้าสักวัน!" ธนาหันไปตวาดใส่หลานสาวที่ตอนนี้หน้าตาบูดบึ้งไม่แพ้กัน
"ถึงจะเป็นหมาป่า... แต่เขาก็ซื่อสัตย์กว่าคนบางคนที่จ้องจะฮุบสมบัติของฉันก็แล้วกันค่ะ!" รินรดาลุกขึ้นยืนหยัดสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว "เชิญออกไปค่ะคุณอา ก่อนที่ดิฉันจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไปจริงๆ!"
ธนากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ปรายตามองทั้งสองคนด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดตัวเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไป เสียงประตูกระแทกปิดดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรู
เมื่อร่างของธนาลับตาไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง เรียวปากเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่สุด... เกลียดที่ต้องมาแสดงความน่าสมเพชให้บอดี้การ์ดคนนี้เห็น
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันเริ่มกัดกินหัวใจ ปลายฟ้าก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ ชายตามองกองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเบนสายตามาสบกับดวงตาคู่สวยที่กำลังรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส
"เจ็บใจเหรอคะ?" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา ถูกส่งผ่านทางแววตาคู่คมคายคู่นั้น
รินรดาเงยหน้าขึ้นมอง ช้อนตาขึ้นสบกับปลายฟ้า ปากบางเม้มแน่น "ฉันไม่ได้อ่อนแอ... แค่รำคาญ"
"รู้ค่ะ ว่าคุณหนูคนเก่งไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็นง่ายๆ" ปลายฟ้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบกล่องของขวัญขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารบนโต๊ะทำงาน ซึ่งเธอแอบเอามาวางไว้ตั้งแต่ก่อนที่ธจะพังประตูเข้ามา กล่องกำมะหยี่สีครีมผูกริบบิ้นสีเงินเรียบหรูถูกเลื่อนมาตรงหน้าเจ้าของห้อง
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เธอมองกล่องของขวัญสลับกับใบหน้าเรียוניบของบอดี้การ์ดสาว "นี่... อะไรคะ?"
"เปิดดูสิคะ... ถึงจะไม่มีค่าเท่าเงินล้านที่คุณรินรดาชอบใช้แก้ปัญหา แต่มันน่าจะทำให้หัวใจพองโตได้บ้าง... มั้งนะ" ปลายฟ้าหลบสายตาเล็กน้อย ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ความซึนเดะและความเขินอายที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางนิ่งขรึมเริ่มหลุดรั่วออกมาทีละน้อย
รินรดากลั้นหายใจ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปแกะริบบิ้นสีเงินออกอย่างทะนุถนอม ฝากล่องถูกเปิดออกเผยให้เห็นสร้อยคอเงินแท้จี้รูปดาวดวงเล็กฝังเพชรน้ำงาม ที่ส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟในห้อง และที่สำคัญ... มันคือดีไซน์เดียวกับสร้อยข้อมือที่เธอเคยบ่นว่าชอบเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่เดินผ่านร้านเครื่องประดับหรูด้วยกัน แต่ปลายฟ้าทำเป็นเมินเฉยและบอกว่าไร้สาระ!
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโกรธเกรี้ยวและอึดอัดจากเหตุการณ์เมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่เอ่อล้นทะลักเข้ามาในอกจนแทบหายใจไม่ทัน
"เธอ... ซื้อให้ฉันเหรอ?" เสียงหวานเอמהถามแผ่วเบา ราวกับกลัวว่านี่จะเป็นความฝัน
"ก็... เห็นบ่นว่ามันสวยนักไม่ใช่เหรอคะ? ฉันไม่ได้ตั้งใจจะซื้อให้หรอกนะ แค่บังเอิญเดินผ่านแล้วมันทอนเงินเกินมาต่างหาก" ปลายฟ้าเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนอาการเขิน ปากก็ปฏิเสธเสียงแข็งแต่แก้มใสกลับแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ
รินรดากลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสุขและความซาบซึ้งใจ เธอรู้ดีว่าบอดี้การ์ดปากแข็งคนนี้ไม่มีทางยอมรับตรงๆ หรอกว่าแอบใส่ใจเธอมากแค่ไหน
"ปากแข็งชะมัด..." รินรดาพึมพำยิ้มๆ ก่อนจะหยิบสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมา แล้วลุกขึ้นยืนประชิดร่างสูงของปลายฟ้า "ไหนๆ ก็ซื้อให้แล้ว... ใส่ให้หน่อยสิคะ บอดี้การ์ดส่วนตัว"
ปลายฟ้าชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อร่างบางขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของนายจ้างสาว บอดี้การ์ดสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตากลมโตที่พราวเสน่ห์และเต็มไปด้วยความท้าทายแกมหยอกล้อ
มือเรียวสั่นน้อยๆ ยื่นมารับสร้อยคอจากมือบาง ปลายฟ้าขยับตัวอ้อมไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของรินรดา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดปอยผมยาวสลวยออกจากต้นคอขาวผ่อง ทำให้รินรดาสะấuเล็กน้อยอย่างจั๊กจี้ ลมหายใจอุ่นที่รินรดรดอยู่บริเวณท้ายทอยทำเอาปลายฟ้าแทบควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ได้
ในขณะที่ปลายฟ้ากำลังตั้งสมาธิเพื่อจะเกี่ยวตะขอสร้อยให้เรียบร้อย จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ...
*ติ๊ง!*
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความตัวอักษรปริศนาที่ส่งตรงเข้ามาขัดจังหวะความฟินจิกหมอน รินรดาเหลือบสายตาไปมองแวบหนึ่ง... แต่เพียงแค่เห็นชื่อผู้ส่งและประโยคแรกของข้อความ ร่างกายทั้งร่างก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน!
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตาเดียว ปลายฟ้าที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ชะงักมือที่กำลังเกี่ยวตะขอสร้อยทันที ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
"คุณรินรดา... เป็นอะไรไปคะ?"
รินรดาไม่ตอบ มือเรียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยความตกใจกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
*ข้อความบนหน้าจอระบุไว้ว่า:*
**"สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้า... คุณหนูคนสวย ระวังตัวไว้ให้ดี ของขวัญชิ้นใหญ่จากฉัน กำลังจะไปถึงห้องเธอแล้ว..."**
**จาก... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" มาโดยตลอดนะคะ!
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 16
เซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!