พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 20

คำพูดที่ทำร้ายหัวใจ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงกระดาษปึกหนาในมือของธนาภัทรถูกสะบัดเบา ๆ แต่กลับดังบาดแก้วหู ราวกับเสียงกิโยตินที่กำลังรอเวลาทิ้งใบมีดลงมาตัดรอนลมหายใจของคนฟัง รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธระอุขึ้นจนร้อนผ่าวไปทั่วกรอบหน้า แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าเอกสารการฮุบกิจการตรงหน้า กลับไม่ใช่ท่าทีเจ้าเล่ห์ของคู่หมั้นกำมะลอคนนี้... แต่มันคือสายตานิ่งสนิทที่ทอดมองมาจากมุมห้องของ ‘ปลายฟ้า’ บอดี้การ์ดสาวผู้ยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหิน “ว่ายังไงล่ะครับคุณริน... เอกสารชุดนี้เซ็นชื่อลงไปเมื่อไหร่ ทุกอย่างที่ตระกูลของคุณสร้างมาก็จะกลายเป็นของผมโดยสมบูรณ์ และแน่นอนว่า... รวมถึงตัวคุณด้วย” ธนาภัทรเหยียดยิ้มร้าย ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินรดารู้สึกสะอิดสะเอียน ร่างบางถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับอֶกแกร่งของใครบางคนเข้าอย่างจัง กลิ่นหอมสะอาดคุ้นเคยที่แฝงด้วยความเย็นชาปะทะเข้ากับจมูก ปลายฟ้าก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับธนาภัทรตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้ชายตรงหน้าเป็นชิ้น ๆ หากกล้าล้ำเส้นมากกว่านี้ “ถอยไป ถ้ารักษา ‘มารยาท’ ของการเป็นแขกไม่ได้รับเชิญไม่ได้ ก็เชิญไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะให้คนลากคุณออกไปจริง ๆ” ปลายฟ้าเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลังจนธนาภัทรชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากระตุกวูบ “หึ บอดี้การ์ดชั้นต่ำ... มีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับว่าที่สามีเจ้าของบ้านคราบศาลาริมน้ำอย่างฉัน?” ธนาภัทรแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน มือหนายื่นออกไปราวกับจะกระชากแขนเรียวของปลายฟ้าเพื่อสั่งสอน พึ่บ! แต่เร็วกว่าความคิด ปลายฟ้าปัดมือคู่นั้นออกอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาคมกริบจ้องเขม็ง “ถ้าไม่อยากให้มือข้างนั้นใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็เก็บมันกลับไปซะ!” “พอได้แล้ว!” เสียงกรีดร้องของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด เส้นความอดทนของเธอขาดผึ่งลงแล้ว ความกดดันจากตระกูล ปัญหาธุรกิจ และความกลัวลึก ๆ ที่กลัวว่าปลายฟ้าจะต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอ มันตีรวนอยู่ในอกจนกลายเป็นความสับสนอลหม่าน รินรดาหันขวับไปมองบอดี้การ์ดสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยน้ำใส ๆ เอ่อคลอ แต่ภายนอกกลับเชิดขึ้นด้วยทิฐิอันดื้อรั้น “คุณริน...” ปลายฟ้าขมวดคิ้วมุ่น หันมามองนายจ้างสาวด้วยความไม่เข้าใจเมื่อเห็นรังสีความเกรี้ยวกราดที่อีกฝ่ายพยายามแสดงออก “เธอต่างหากที่ต้องหยุด! ปลายฟ้า!” รินรดาตะโกนใส่หน้าคนตรงด้วยความโมโหที่พุ่งทะลุขีดจำกัด เธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดมันออกไป แต่วินาทีนั้น ความต้องการที่จะปกป้องปลายฟ้าให้ออกไปจากวังวนอันเน่าเฟะนี้มันรุนแรงเสียจนต้องเลือกวิธีที่เจ็บปวดที่สุด “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉัน! เป็นแค่บอดี้การ์ดรับจ้าง... มีสิทธิ์อะไรมาทำตัวกร่างในบ้านของฉัน!” บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบกริบลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ธนาภัทรยืนกอดอกยิ้มเยาะด้วยความสะใจที่ได้เห็นรอยร้าวในความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ขณะที่ปลายฟ้า... นิ่งสนิท ร่างสูงโปร่งชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววห่วงใยและปกป้อง ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเรียบเฉย เยียบเย็น และว่างเปล่าจนน่าใจหาย หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธออยากจะกลืนคำพูดพวกนั้นกลับลงคอแทบตายเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดวาดผ่านดวงตาสีนิลคู่สวยนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยเกราะป้องกันอันแข็งกระด้าง “นั่นสินะคะ... ดิฉันมันก็แค่บอดี้การ์ดรับจ้าง” ปลายฟ้าแค่นหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงแหบพร่าแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “คงไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณหนูผู้สูงศักดิ์หรอกค่ะ” “ปลายฟ้า... ฉันไม่ได้—” “ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ ดิฉันมีเกียรติพอที่จะไม่เสนอหน้าอยู่ต่อในที่ที่เขาไม่ต้องการ” ปลายฟ้าตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาคู่คมจ้องมองรินรดาราวกับจะจดจำใบหน้านี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบกระเป๋าและเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองอย่างไม่ลังเล “เดี๋ยวสip! ปลายฟ้า ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ!” รินรดาก้าวตามด้วยความตื่นตระหนก ความหยิ่งทะนงทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเห็นแผ่นหลังบางนั้นกำลังจะเดินพ้นประตูห้องไป “ปล่อยเธอไปเถอะน่าคุณริน มาสนใจเรื่องของเราดีกว่า เอกสารนี่—” “หุบปากไปนะ!” รินรดาหันไปตวาดใส่ธนาภัทรด้วยความเกลียดชังสุดขีด ก่อนจะวิ่งตามร่างสูงที่ก้าวออกไปที่ประตูบ้านอย่างรวดเร็ว “ปลายฟ้า! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” รินรดากระชากแขนเรียวไว้ได้ทันที่บริเวณระเบียงทางเดินด้านนอก ลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะร่างจนสั่นสะเทือน แต่ความหนาวเย็นข้างนอกยังเทียบไม่ได้กับความเหน็บหนาวในอก ปลายฟ้าสะบัดแขนออกเบา ๆ แต่เด็ดเดี่ยว หันกลับมามองด้วยแววตาที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึก “ปล่อยเถอะค่ะคุณริน... เล่นละครตบตาคู่หมั้นของคุณมันสนุกมากไหมคะ? หรือที่ผ่านมา ดิฉันมันก็เป็นแค่ของเล่นแก้เหงาเวลาที่คุณเบื่อผู้ชายพวกนั้น” คำพูดเชือดเฉือนหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคยพร่ำกระซิบคำว่าปลอดภัย รินรดาน้ำตาคลอเบ้า มือบางสั่นเทาจนแทบจะจับอะไรไม่อยู่ “เธอคิดว่าฉันกำลังเล่นละครเหรอ? เธอไม่เห็นหรือไงว่าไอ้บ้านั่นมันเอาเอกสารอะไรมาขู่ฉัน! ฉันไล่เธอเพราะฉันไม่อยากให้เธอต้องมาซวยไปด้วยต่างหากเล่า! ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจอะไรเลย!” “แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมพูดความจริงกับดิฉันตั้งแต่แรก?” ปลายฟ้าสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้าง “คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง? คิดว่าตัวคนเดียวแล้วจะรับมือกับคนเลว ๆ แบบมันได้เหรอคุณริน! คุณมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร!” เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มเนียนดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาชะงักค้าง มือข้างที่เพิ่งตบลงไปสั่นระริก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำลงไป น้ำตาหยดใสไหลทะลักออกมาอาบแก้ม “เธอ... พูดเกินไปแล้วนะ ปลายฟ้า” ปลายฟ้าหันหน้ากลับมาตามแรงตบ รอยแดงประทับเด่นชัดบนแก้มขาวจัด แต่นัยน์ตากลับไม่มีหยาดน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ยิ้มที่ทำให้รินรด้ารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด “ค่ะ... ดิฉันมันก็แค่คนปากเสียที่ไม่เจียมตัว” ปลายฟ้าถอยหลังห่างออกไปอีกก้าว ปลดป้ายบัตรประจำตัวบอดี้การ์ดโยนลงบนโต๊ะข้าง ๆ อย่างไม่ใยดี “จากนี้ไป... เราต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ คุณรินรดา” ร่างสูงหมุนตัวเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้รินรดาร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนอยู่ลำพังท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน ร่างบางทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งถาโถมเข้ามาจนหายใจไม่ออก แต่ทว่า... ในวินาทีที่เأพิ่งคิดว่าทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้าแล้วนั้น เสียงปรบมือช้า ๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมด้วยเงาร่างของใครอีกคนที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของระเบียง รินรดาตื่นตระหนก เงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดกลัว คิดว่าเป็นธนาภัทรที่ตามออกมา ทว่าไม่ใช่... กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับที่ลอยมาแตะจมูก กลับไม่ใช่ของธนาภัทร และใบหน้าที่ก้มลงมามองเธอกลับฉาบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ชวนให้ขนลุกเกลียว ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยเล่ห์กล พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าที่เอ่ยชื่อของเธอออกมาอย่างสนิทสนม “ร้องไห้ฟูมฟายซะน่าสมเพชเลยนะคะ... คุณหนูรินรดาคนเก่ง” เสียงหวานเยденของหญิงสาวแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นมือเรียวขาวสะอาดมาแตะที่คางของเธอ “สนใจมา ‘ทำข้อแลกเปลี่ยน’ กับพี่ไหมล่ะคะ... รับรองว่าสนุกกว่าการไล่บอดี้การ์ดงี่เง่าคนนั้นออกไปตั้งเยอะนะ” รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบถึงตาตุ่ม เมื่อเงาร่างนั้นขยับตัวเข้ามาใกล้จนแสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าของ ‘ผู้มาใหม่’ ชัดเจน—ผู้หญิงที่ควรจะอยู่ต่างประเทศและไม่มีทางเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะยังไม่โกรธยัยคุณหนูรินรดานะคะ กอดแน่นๆ ค่ะ! – กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%