หน้าจอแท็บเล็ตในมือของมณทิราสว่างวาบ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ พาดหัวข่าวสีแดงฉานกระแทกตา รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ภาพถ่ายมุมสูงขณะที่เธอกำลังซบหน้าลงกับลาดไหล่ของปลายฟ้าในมุมลับตาคนถูกเผยแพร่พร้อมแคปชั่นเสี้ยมหนามที่เรียกยอดแชร์ทะลุหลักหมื่นภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
“อุ๊ย ตายจริง... หน้าเสียกันเลยเหรอคะพี่ริน” มณทิราแสร้งยกมือปิดปาก หัวอกกระเพื่อมไหวด้วยความสะใจ “ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ รักษาภาพลักษณ์ยิ่งชีพ จะมีรสนิยมชอบกิน ‘บอดี้การ์ด’ ของตัวเอง แถมยังแนบชิดกันซะสนิทสนมขนาดนี้ คุณอาท่านทราบเรื่องนี้หรือยังนะ หรือว่าต้องให้มดช่วยส่งลิ้งก์นี้เข้ากลุ่มไลน์ตระกูลดีล่ะคะ?”
“เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน มณทิรา!” รินรดากัดฟันกรวด ดวงตาคู่สวยตวัดมองลูกพี่ลูกน้องด้วยแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์สาวพร้อมขย้ำเหยื่อ ต่อให้ในใจจะหวาดหวั่นกับผลกระทบที่จะตามมาแค่ไหน แต่ศักดิ์ศรีของคุณหนูรินรดาไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำเด็ดขาด “อยากได้แสงนักใช่ไหม ถึงได้เที่ยวเอาขยะพวกนี้มาป่าวประกาศ ถ้าช่องทางทำมาหากินของเธอที่บริษัทมันว่างมากนัก เดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์ให้ไปนั่งว่างงานยาวๆ ที่เกาะร้างเอง!”
“ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะพี่ริน เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่หนูคนเดียวหรอกนะที่รู้...” มณทิราลอยหน้าลอยตาไหวไหล่ “คุณอาโทรสายตรงเข้ามือถือพี่รินแล้วมั้งคะ ลองหยิบขึ้นมาดูสิคะว่าสายที่ไม่ได้รับน่ะ... เบอร์ใคร?”
ครืน!
ราวกับคำสาป โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือนต่อเนื่อง หน้าจอแสดงชื่อ ‘คุณพ่อ’ โทรเข้าซ้ำๆ เป็นสายที่สิบ บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงในทันที ปลายวันที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องขยับตัวเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็น แม้สถานการณ์จะบีบคั้น แต่ปลายนิ้วแกร่งกลับเอื้อมมาแตะข้อศอกของรินรดานิ่งๆ เป็นเชิิงส่งกระแสความมั่นคงผ่านสัมผัสแผ่วเบา
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอปัดมือมณทิราที่ยื่นแท็บเล็ตเข้ามาใกล้Rทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด
“ค่ะพ่อ...”
*(“รินรดา! หล่อนทำบ้าอะไรลงไป!”)* เสียงตวาดลอดออกมาจากปลายสายดังลั่นจนปลายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังได้ยินชัดเจน *(“ข่าวฉาวหน้าหนึ่งว่อนโซเชียล ลูกสาวตระกูลใหญ่ทำตัวต่ำตมไปคบหากับบอดี้การ์ดหน้าเงินเนี่ยนะ! รู้ถึงไหนอายถึงนั่น แกเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! กลับมาที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ!”)*
สายตัดไปพร้อมกับเสียงกระแทกหูฟังอย่างเกรี้ยวกราด รินรดานิ่งค้างไปชั่วขณะ ความรู้สึกน้อยใจและอัดอั้นตีตื้นขึ้นมาจุกอก แม้เธอจะชินชากับความเข้มงวดและการเห็นหน้าตาทางสังคมสำคัญกว่าความรู้สึกของพ่อมาตลอด แต่การถูกเหยียบย่ำในเรื่องที่เธอจริงใจ มันกลับสร้างบาดแผลลึกเกินกว่าจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้
“ไงคะ... คุณพ่อเรียกตัวด่วนจี๋เลยสินะ” มณทิรายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ “โชคดีนะคะพี่ริน ที่ต้องไปเคลียร์กับคุณพ่อชุดใหญ่... อ้อ แล้วก็เตรียมใจเรื่องสัญญาจ้างบอดี้การ์ดคนนี้ไว้ด้วยล่ะ เพราะคนอย่างคุณอาไม่มีทางยอมให้คนต่ำต้อยมาแปดเปื้อนวงศ์ตระกูลแน่นอนค่ะ”
พูดจบ มณทิราก็สะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องทำงานด้วยความสะใจ ทิ้งให้ความเงียบงันและไอความตึงเครียดโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้
รินรดายืนนิ่ง ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างรวดเร็ว เธอเกลียดการแสดงความอ่อนแอต่อหน้าใคร โดยเฉพาะในเวลาที่เธอกำลังพ่ายแพ้ มือเรียวเล็กกำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา ก่อนที่สัมผัสอุ่นจัดจะกุมทับลงบนหลังมือที่เย็นเฉียบ
“ไม่ต้องกลัวค่ะ” เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลของปลายฟ้าดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาของบอดี้การ์ดสาวไม่มีความหวาดหวั่นเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะพายุโหมกระหน่ำแค่ไหนก็ไม่หวั่นไหว “ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าเงาอย่างฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้ ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นพ่อของคุณก็ตาม”
“เธอไม่เข้าใจหรอกปลายฟ้า...” รินรดาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา ความเปราะบางที่ซ่อนไว้ภายใต้ความหยิ่งทะนงหลุดรอดออกมาให้เห็น “พ่อไม่เคยฟังเหตุผลของฉันเลยสำหรับท่าน ฉันเป็นแค่ตุ๊กตาประดับตระกูลที่ต้องทำตามคำสั่งทุกอย่าง พอฉันแหกคอก... ท่านก็จะทำลายทุกอย่างที่ฉันรัก ไม่เว้นแม้แต่...”
รินรดาชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ดวงตาสั่นระริกมองใบหน้าคมคายของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความกลัวที่ว่าปลายฟ้าจะต้องถูกไล่ออก ถูกพรากไปจากชีวิตเธอด้วยอำนาจเงินและอิทธิพลของครอบครัว มันกัดกินหัวใจเธอจนเจ็บแปลบ
“แม้แต่ฉันเหรอคะ?” ปลายฟ้าต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทรงพลังและอบอุ่นที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้รับ “เชื่อใจฉันสิคะ คุณหนูจอมเอาแต่ใจคนนี้เก่งจะตายไม่ใช่เหรอคะ? เรื่องแค่นี้... เราผ่านมันไปด้วยกันได้อยู่แล้วค่ะ”
“ใครบอกว่าฉันกลัวกันล่ะ...” รินรดาเชิดหน้าขึ้นริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่ถูกกระตุ้นด้วยสายตาคู่นั้น “ฉันแค่รำคาญต่างหากที่จะต้องไปฟังเสียงบ่นของพ่อ... ไปสิ! อยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะเฉดหัวฉันออกจากกองมรดกได้สักกี่น้ำ!”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่หัวใจกลับเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเห็นข่าวฉาวเสียอีก
รถหรูคันงามแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ตระกูลรังสรรค์พงศ์ บรรยากาศภายในบ้านเงียบกริบราวกับป่าช้า แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากห้องรับแขก รินรดาก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างามเชิดหน้าขึ้นสูงแม้ในใจจะเริ่มรวนเรเล็กน้อย โดยมีปลายทางเดินเคียงข้างด้วยฝีเท้ามั่นคงในฐานะบอดี้การ์ดผู้ปกป้อง
ทันทีที่ผลักบานประตูไม้สักเข้าไป สายตานับคู่ก็พุ่งตรงมาที่พวกเธอ
คุณกิตติคุณ ประมุขของบ้านนั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ข้างกายมีคุณหญิงมารศรีมารดาที่นั่งซับน้ำตาด้วยความอับอายขายขี้หน้า และที่ขาดไม่ได้คือมณทิราที่นั่งกอดอกทำหน้าเหนือกว่าอยู่มุมห้อง
“กล้ามาเหยียบหัวพ่อเหรอยัยริน!” คุณกิตติคุณตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้าบุตรสาวด้วยความโกรธจัด “ข่าวฉาวโฉ่หน้าหนึ่งทำให้หุ้นบริษัทร่วงกราวรูด แกยังกล้าลอยหน้าลอยตาพาคนชั้นต่ำคนนี้เข้ามาเหยียบเรือนอีกรึ!”
“คุณพ่อคะ!” รินรดาโต้กลับเสียงแข็ง ไม่ยอมลดราวาศอก “รินทำอะไรผิดนักหนาคะ ข่าวพวกนั้นมันก็แค่พวกนักข่าวหิวแสงแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อเรียกเรตติ้ง ทำไมพ่อถึงไม่ถามรินก่อนว่าความจริงมันคืออะไร!”
“หลักฐานคาตาขนาดนี้ แกยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอ!” คุณหญิงมารศรีโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แกมันทำให้วงศ์ตระกูลต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง! เอาแต่ใจตัวเองไม่พอ ยังไปคว้าบอดี้การ์ดไร้หัวนอนปลายเท้ามาทำสาม... มาคลอเคลียกันไม่อายฟ้าอายดิน! แกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนห่ะริน!”
“ถ้าความรักมันจะทำให้ตระกูลเราเสื่อมเสียขนาดนั้น งั้นรินก็ไม่สนหรอกค่ะ!” รินรดาตะโกนกลับด้วยความอัดอั้น น้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามฝืนกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา “รินเหนื่อยเต็มทีแล้วกับการใช้ชีวิตเพื่อรักษาหน้าตาของพวกท่าน! อยากได้คนสมบูรณ์แบบนักทำไมไม่ปั้นหุ่นยนต์ขึ้นมาแทนลูกสาวล่ะคะ!”
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มเนียนดังสนั่นลั่นห้อง รินรดาหน้าหันไปตามแรงกระแทก ความชาแล่นแปลบไปทั่วซีกหน้า รสชาติเค็มปร่าของเลือดจางๆ ที่มุมปากทำให้รู้ว่าความอดทนของบิดาขาดผึ่งลงแล้ว
“ริน!”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปลายฟ้าวางตัวไม่ถูกชั่วขณะเมื่อเห็นนายจ้างถูกทำร้าย ร่างสูงพุ่งเข้าไปขวางตรงหน้ารินรดาโดยสัญชาตญาณ มือแกร่งคว้าจับข้อมือของคุณกิตติคุณที่เงื้อมค้างไว้กลางอากาศไว้แน่น ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธขึงที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่ง
“แก... แกกล้าจับมือฉันเหรอวะ! ไอ้บอดี้การ์ดไร้มารยาท!” คุณกิตติคุณตวาดลั่นหน้าดำคร่ำเครียด “ไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้! และแก... ยัยริน ฉันจะตัดชื่อแกออกจากกองมรดก ห้ามแตะต้องเงินสักบาทเดียว และต้องแต่งงานกับคนที่ฉันหาให้ภายในสัปดาห์นี้!”
ความเงียบงันช็อกโลกเข้าปกคลุมทันที รินรดานิ่งอึ้ง สมองขาวโพลน คำประกาศิตของบิดาเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ตัดขาดทุกเส้นทางที่เธอเคยมี
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้พูดอะไร ปลายฟ้าที่ยืนนิ่งมาตลอดกลับขยับตัวก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งยืนบังรินรดาไว้มิดชิด ดวงตาสีเข้มมองตรงไปยังประมุขของบ้านด้วยรอยยิ้มเยርนหยันที่แฝงไว้ด้วยความอันตรายอย่างยิ่งยวด
“คุณพูดเองนะคะ... ว่าจะตัดสิทธิ์ทุกอย่างของคุณริน” ปลายฟ้ายกมุมปากขึ้นช้าๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าขนลุก “งั้นก็ดีค่ะ... เพราะต่อจากนี้ไป คุณหนูที่เอาแต่ใจคนนี้ จะไม่ใช่ทายาทตระกูลรังสรรค์พงศ์อีกต่อไป แต่เธอจะอยู่ภายใต้การดูแลของ ‘ฉัน’ คนนี้เพียงคนเดียว... และบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าคนอย่างฉัน ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอได้อีกแม้แต่ปลายเล็บ”
บรรยากาศในห้องรับแขกนิ่งสนิทราวกับเวลาหยุดเดิน คุณกิตติคุณเบิกตากว้างด้วยความตกตะกอนกับความอวดดีของบอดี้การ์ดสาว ในขณะที่รินรดาหันขวับมามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจที่เคยแตกสลายกลับถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและลึกซึ้งจนเกินกว่าจะบรรยาย
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูทางเข้าห้องรับแขก พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงสง่าในชุดสูทราคาแพงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่เวลานี้!
“พูดได้ดีนี่ครับ บอดี้การ์ดปลายฟ้า...”
เสียงทุ้มต่ำเยียบเย็นเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากของ ‘ธนาภัทร’ คู่หมั้นที่ทางครอบครัวหมาย The One เอาไว้ให้รินรดา ซึ่งก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารในมือและสายตาราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม!
— รี้ดเดอร์คะ เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนต่อไปไว้ให้ดีนะคะ เพราะเกมนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ค่ะ! —
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" มาโดยตลอดนะคะ เลิฟยูค่ะ!)
พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 19
พายุที่โหมกระหน่ำ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเงาพิทักษ์ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!