เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นราวกับเป็นการช่วยชีวิตปอดของผมที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ ทิศเหนือถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เขายอมผละร่างออกจากตัวผมอย่างไม่เต็มใจนัก ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดชัดเจนจนคนมาขัดจังหวะคงต้องเสียวสันหลังวาบหากเปิดประตูเข้ามาเจอสายตานั้นเข้า
ผมรีบยกมือขึ้นสางผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองลวกๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ ทิศเหนือหันไปมองหน้าผมแวบหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นยังคงทิ้งประกายความเร่าร้อนบางอย่างไว้จนผมต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
"เข้ามา" ผู้กำกับหนุ่มเอ่ยเสียงห้วนด้วยความไม่สบอารมณ์
ประตูกระจกบานเลื่อนถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของทีมงานฝ่ายประสานงานที่ถือแฟ้มเอกสารกองโตเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ผู้กำกับครับ ทีมตัดต่อส่งคัทแรกของฉากดราม่ามาให้ตรวจด่วนครับ บอกว่ามีปัญหาเรื่องโทนสีที่อาจจะต้องรีบแก้ก่อนส่งนายทุน"
ทิศเหนือขมวดคิ้วมุ่น ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยโหมดการทำงานจริงจังในพริบตา นี่แหละครับตัวตนที่ทำให้ผมทั้งหมั่นไส้และยอมรับในเวลาเดียวกัน ผู้ชายคนนี้สลับโหมดจากเสือร้ายกลายเป็นผู้กำกับจอมเผด็จการได้เร็วยิ่งกว่ากระพริบตา
"วางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวผมดูต่อจากนี้" ทิศเหนือตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันกลับมามองผมที่ยืนเว้นระยะห่างออกไป "ส่วนเธอ... เรื่องบทตอนที่ห้าที่เราเถียงกันค้างไว้ ยังไม่จบแค่นี้แน่ เตรียมตัวเคลียร์สมองให้ดี พรุ่งนี้เช้าเราต้องรื้อเขียนใหม่หมด"
"ฉันบอกแล้วไงว่าโครงสร้างเดิมมันสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว คุณต่างหากล่ะที่เอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับงาน!" ผมอดไม่ได้ที่จะโต้กลับทันควัน ทิฐิในฐานะนักเขียนบทมืออาชีพมันค้ำคออยู่ จะให้ยอมก้มหัวให้ความเอาแต่ใจของเขาหรือครับ ไม่มีทางเสียหรอก
"อารมณ์ส่วนตัวเหรอ?" ทิศเหนือแค่น้ำเสียง in your face ใส่ผมพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนผมต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน "ถ้าผมใช้อารมณ์ส่วนตัวจริงๆ ตอนนี้เธอคงไม่ได้ยืนเถียงผมอยู่ตรงนี้หรอกพริมา... ออกไปเคลียร์สมองแล้วกลับมาคุยกันใหม่ซะ"
สายตาที่เขาส่งมามันเต็มไปด้วยความท้าทายและแรงดึงดูดประหลาดที่ทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบ ผมทำได้เพียงกัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ ส่งค้อนวงใหญ่ให้ผู้กำกับหนุ่มก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินทางออกจากห้องทำงานของเขาด้วยความฉุนเฉียว ทิ้งให้ทิศเหนือยืนมองตามด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ผมเกลียดนักเกลียดหนา
คืนนั้นทั้งคืน ผมนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในเซฟเฮาส์ สมองพยายามประมวลผลบทสนทนาและพล็อตเรื่องทั้งหมดเพื่อหาทางโต้แย้งข้อกล่าวหาของทิศเหนือให้ได้ในวันพรุ่งนี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างยังคงวนเวียนอยู่ในอก ทั้งความโกรธ ความอึดอัด และสัมผัสอุ่นร้อนจากไอร่างของเขาที่ยังติดตรึงอยู่บนผิวเนื้อ
จนกระทั่งนาฬิกาบอกเวลาตีสอง เสียงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างกาย ผมหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย
*T.Neua:* [เลิกดื้อแล้วนอนซะ ถ้าพรุ่งนี้ขอบตาดำจนเข้าฉากไม่ได้ ผมจะปรับเงินเดือนในฐานะที่ทำให้กองถ่ายเสียเวลา]
ผมมองข้อความนั้นแล้วอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นให้รู้แล้วรู้รอด ผู้ชายอะไรทั้งปากจัด เอาแต่ใจ และเผด็จการที่สุดในสามโลก! แต่กระนั้น... มุมปากของผมกลับยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเสียอย่างนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องประชุมสตูดิโอกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง กองเอกสารบทภาพยนตร์ถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะยาว ทิศเหนือในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกนั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ สายตาคมกริบกวาดมองผมที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เอาล่ะ มาดูกันว่านักเขียนบทคนเก่ง จะมีข้ออ้างอะไรมาแก้ตัวเรื่องบทพูดของตัวเอกในซีนที่สาม" ทิศเหนือเปิดประเด็นขึ้นทันทีโดยไม่เสียเวลาทักทาย
ผมวางแฟ้มบทภาพยนตร์ลงกระแทกโต๊ะเบาๆ เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจ "ฉันไม่ได้มาแก้ตัวค่ะ... เอ้ย! ฉันไม่ได้มาแก้ตัวครับ!" ผมรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปากต่อหน้าเขา จนทิศเหนือถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ
"ฮึ... เรียบร้อยดีนี่ เริ่มจำกฎของตัวเองได้แล้วสินะ" เขาเอ่ยแซ I ด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า
"เข้าเรื่องเถอะค่ะ... เอ๊ย! เข้าเรื่องเถอะครับ!" ผมหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโมโห "ที่คุณบอกว่าบทพูดมันขาดความสมจริง ฉันได้ลองทบทวนดูแล้วและยืนยันว่า..."
ก่อนที่ผมจะได้ร่ายยาวอธิบายเหตุผลตามหลักการ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'กันต์' พระเอกซูเปอร์สตาร์ชื่อดังประจำโปรเจกต์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาของดาราดังมองตรงมาที่เราสองคนสลับกันไปมาด้วยแววตาแปลกใจ
"ผู้กำกับครับ... ผมเพิ่งรู้ข่าวจากผู้จัดการส่วนตัวเรื่องการปรับบทกะทันหัน... และผมคิดว่าเราจำเป็นต้องคุยกันเรื่องนี้โดยด่วนที่สุด ก่อนที่ผมจะตัดสินใจถอนตัวจากโปรเจกต์นี้"
คำพูดของกันต์ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา ทิศเหนือหันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มทันที แววตาที่เคยมีความขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันขึ้นมาทันที ขณะที่ผมได้แต่นิ่งง้าง อ้าปากค้างกับวิกฤตการณ์กะทันหันที่กำลังจะพังทุกอย่างลงตรงหน้า
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 4
เมื่อแรงบันดาลใจปะทะทิฐิ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!