เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 6

อาหารมื้อเที่ยงที่ร้อนระอุ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งและกระเทียมเจียวที่ไหม้เกรียมเล็กน้อย ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์นของเซฟเฮาส์ ทิศเหนือยืนถือตะหลิวค้างไว้กลางอากาศ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิด ขณะที่พริมาซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์น้ำตาแตกซิกมาหมาดๆ กำลังใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาบนแก้มลวกๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำ แต่ประกายความเอาชนะยังคงพุ่งพล่านไม่มีลดละ “บอกแล้วใช่ไหมครับว่าไฟแรงเกินไป คุณผู้กำกับคนเก่ง” พริมาเอ่ยเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีพร้อมกับกอดอกแน่น พยายามซ่อนร่องรอยความเปราะบางเมื่อครู่ไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้าง “ผมคุมสถานการณ์ได้น่าพริมา คุณต่างหากที่ส่งเสียงโวยวายจนผมเสียสมาธิ” ทิศเหนือเถียงหน้าตาย แม้ว่าเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้กัน รอยซบลาดไหล่เมื่อครู่ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างรีบถอยห่างออกจากกันทันทีที่ตั้งสติได้ เหลือไว้เพียงบรรยากาศกรุ่นไอความอึดอัดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ “เสียสมาธิเพราะผม หรือเพราะคุณทำอาหารไม่เป็นกันแน่ครับ?” พริมาย้อนถามเสียงสูง ดวงตาเรียวรีหรี่มองกระทะที่ตอนนี้ไข่เจียวฟูหนาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม “นี่กะจะทำไข่เจียวหรือทำคาร์บอนเผาถ่านครับเนี่ย” “ถ้าเก่งนักก็มาทำเองเลยครับ!” ทิศเหนือโยนตะหลิวลงในอ่างล้างจานเสียงดังลั่น ก่อนจะถอยหลังกรูดแล้วกอดอกมองร่างบางด้วยสายตาท้าทาย “เชิญครับ ปรมาจารย์ด้านบทละครและครัวเรือน ผมอยากเห็นฝีมือคุณเหมือนกันว่าจะรอดสักกี่น้ำ” พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาแทนที่ด้วยความมั่นใจเกินร้อย เธอคว้าผ้ากันเปื้อนลายเรียบมาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีอ่อนอย่างทะมัดทะแมง ดวงตาคู่สวยกวาดมองวัตถุดิบที่วางเกลื่อนกลาดบนเคาน์เตอร์ด้วยสายตาวิเคราะห์ ก่อนจะจัดการเคลียร์พื้นที่ความวายป่วงที่ผู้กำกับหนุ่มสร้างไว้ด้วยความรวดเร็ว “ถอยไปครับ เกะกะ” เธอกระแทเสียงใส่เมื่อเห็นเขายังยืนกอดอกขวางทางอยู่ใกล้ๆ “ที่นี่บ้านผมนะพริมา คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ผม” ทิศเหนือกระตุกยิ้มมุมปาก ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชนกัน จงใจแกล้งให้คนตัวเล็กกว่าเสียจังหวะ “ถ้าไม่อยากให้มื้อเที่ยงกลายเป็นมื้อล้างผลาญ ก็ช่วยเงียบปากแล้วยืนดูเงียบๆ เถอะครับ” พริมาหันมาตอกกลับด้วยประโยคที่เฉียบคมไม่แพ้กัน ทว่าจังหวะที่หันหน้ากลับมานั้น ปลายจมูกรั้นเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกโด่งเป็นสันของคนตัวโตที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นควันจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส พริมานิ่งค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่พราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ ทิศเหนือไม่ได้ถอยหนี เขากลับใช้ความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับเคาน์เตอร์ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างแนบเนียน “ไหน... ดูซิครับว่าคนปากเก่งจะทำอะไรอร่อยๆ ให้ผมกินบ้าง” เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเย้ายแหย่ที่จงใจแกล้งให้หัวใจของคนฟังเต้นผิดจังหวะ พริมาเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู เธอพยายามควบคุมสติไม่ให้หลงกลบรรยากาศชวนใจสั่นนี้ มือบางจึงคว้าขวดน้ำปลาบนชั้นวางแล้วยื่นไปจ่อตรงหน้าเขาแทนคำขู่ “ถ้าไม่อยากโดนน้ำปลาหกใส่เสื้อราคาแพง ก็ถอยไปห่างๆ เลยครับ!” ทิศเหนือหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างจำยอม แต่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องทุกอากัปกิริยาของหญิงสาวไม่วางตา ราวกับว่าการได้ยืนมองเธอง่วนอยู่กับการทำอาหาร เป็นสิ่งที่น่าสนใจกว่าภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เขาเคยกำกับมา บรรยากาศในครัวที่เคยตึงเครียดค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงหั่นผักกระทบเขียงเป็นจังหวะ และเสียงน้ำมันเดือดเบาๆ พริมาแสดงความสามารถในการทำอาหารออกมาได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นระบบ เธอเลือกที่จะทำ "แกงจืดเต้าหู้หมูสับ" เมนูง่ายๆ ที่ช่วยล้างรสชาติความเผ็ดร้อนและความวุ่นวายเมื่อครู่ให้เจือจางลง กลิ่นหอมละมุนของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับรากผักชีและกระเทียมลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ มันเป็นกลิ่นที่เรียบง่าย ทว่ากลับทรงพลังในการเยียวยาความรู้สึกเหนื่อยล้าของคนทั้งคู่ได้อย่างน่าประหลาด ทิศเหนือยืนมองแผ่นหลังบางที่กำลังตักแกงใส่ชามด้วยแววตาที่ลึกล้ำขึ้น ความดื้อรั้นและปากจัดที่เธอแสดงออกต่อหน้าเขาเสมอ แท้จริงแล้วซ่อนความใส่ใจและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ภายใต้ความเงียบขรึมนั้นเสมอ เขารู้ดีว่าเมนูนี้ไม่ใช่แค่เมนูแก้ขัด แต่มันคืออาหารที่เธอเคยเอ่ยถึงด้วยแววตาโหยหาเมื่อครั้งที่เราเคยพูดคุยกันถึงเรื่องราวในวัยเด็ก “เสร็จแล้วครับ... เชิญคุณชายไปรับประทานได้ จะได้เลิกบ่นสักที” พริมาวางชามแกงจืดร้อนๆ ลงบนโต๊ะอาหารพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ สองจาน เธอถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอให้เขาเชิญ ทิศเหนือเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมมองชามแกงตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว เขาตักน้ำซุปขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วชิมมันช้าๆ รสชาติกลมกล่อม ละมุนละไม และอบอุ่นจนน่าประหลาดใจ มันคือรสชาติเดียวกับแกงจืดที่แม่ของเขาเคยทำให้กินในวันที่ฝนตกเมื่อนานมาแล้ว... รสชาติที่เขาคิดว่าลืมเลือนไปหมดสิ้นแล้ว “เป็นยังไงครับ? ไม่อร่อยจนพูดไม่ออกเลยหรือไง” พริมาเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นเขานิ่งเงียบไปนาน ทิศเหนือวางช้อนลงอย่างช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาคมกริบนั้นไหววูบไปชั่วขณะ ปราศจากรอยยิ้มเยาะกวนประสาทเช่นเคย มีเพียงความจริงจังที่สะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ “อร่อยครับ...” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบາ ทว่าก้องกังวานในความเงียบ “อร่อยจนผมเกือบจะลืมไปเลยว่า... ความรู้สึกอุ่นๆ แบบนี้มันเป็นยังไง” พริมาที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากชะงักค้าง เธอมองสบตาผู้กำกับหนุ่มผู้มั่นใจในตัวเองสูงคนนั้น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กำแพงความหงุดหงิดที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็พังทลายลงอย่างราบคาบ เหลือเพียงความเข้าใจอันเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นกลางใจ ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศความโรแมนติกที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงกริ่งประตูก็แหลมคมดังขึ้นทำลายความเงียบ สร้อยข้อมือทองคำกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งพร้อมกับเสียงเคาะรัวเร็วด้านนอกที่บ่งบอกถึงความร้อนรน “ทิศเหนือ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะคุณผู้กำกับ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังทะลุประตูเข้ามา ทำให้ทั้งทิศเหนือและพริมาต้องสะ giอตัวหันขวับไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ ทิศเหนือขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อจำได้แม่นว่านั่นคือเสียงของใครบางคนที่เขาพยายามหลบหน้ามาตลอดสัปดาห์นี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรานะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%