เสียงเคาะประตูด้านนอกดังรัวระรัวราวกับกลองเพล สะท้อนความร้อนรนของผู้มาเยือนจนแทบจะพังบานไม้สักเข้ามาให้ได้ ทิศเหนือยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หูยังคงอื้ออึงกับเสียงแหลมสูงที่ประกาศศักดาอยู่หลังบานประตู ขณะที่พริมาเบิกตากว้าง หันขวับมามองผู้กำกับหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท
"ใครกัน..." พริมาขยับริมฝีปากกระซิบถามโดยไร้เสียง
"คนที่ผมไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในรอบสามเดือนนี้ยังไงล่ะครับ" ทิศเหนือเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเปลี่ยนจากความอ่อนล้าเมื่อครู่เป็นความเย็นชาและหงุดหงิดเต็มพิกัด
ครืนนน—!
เสียงฟ้าร้องคำรามก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยก พร้อมกับสายฝนห่าใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงลมกระโชกแรงซัดน้ำฝนปะทะกระจกหน้าต่างเสียงดังสนั่น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟนีอオンสีขาวนวลภายในเซฟเฮาส์ก็กะพริบถี่สองครั้งก่อนจะดับวูบลง ความมืดมิดกลืนกินพื้นที่รอบตัวทันที เหลือเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าที่แล่นผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นเงาร่างของทั้งสองคนที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด
"กรี๊ด! ไฟดับเหรอเนี่ย!" เสียงแหลมปรี๊ดของบุคคลภายนอกดังทะลุเข้ามาอีกระลอก พร้อมเสียงบิดลูกบิดประตูรัวๆ "เปิดสิคะ! ทำไมไม่เปิดประตู! ข้างนอกฝนตกหนักจนเปียกหมดแล้วนะ!"
ทิศเหนือถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอา เขาขยับตัวจะเดินไปที่ประตูเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้า แต่พริมากลับเอื้อมมือคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว แรงดึงนั้นเบาหวิวแต่กลับรั้งฝีเท้าของคนตัวสูงให้หยุดชะงักได้อย่างน่าประหลาด
"คุณจะออกไปไม่ได้นะ... ถ้าแม่ของคุณ หรือใครก็ตามที่อยู่ข้างนอกนั้นรู้ว่าเราติดอยู่ในห้องนี้ด้วยกันสองต่อสองในสภาพนี้..." พริมาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ความหวาดระแวงฉายชัดในดวงตาคู่สวย
ทิศเหนือชะงัก เขาก้มลงมองมือเรียวที่กำชายเสื้อของเขาแน่น สายตาของชายหนุ่มอ่อนลงชั่วขณะเมื่อความมืดทำให้เกราะป้องกันตัวตนของเขารั่วไหล "กลัวเหรอครับ คุณนักเขียนบทผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร"
"นี่ไม่ใช่เวลามาประชดนะครับทิศเหนือ" พริมาตวัดเสียงกลับทันควัน แม้ความมืดจะอำพรางใบหน้าของเธอ แต่เขารู้ว่าเธอกำลังเม้มปากแน่นด้วยความเครียด
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นใกล้ตัวอาคารจนแสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วห้อง ในเสี้ยววินาทีนั้น ทิศเหนือตัดสินใจคว้าข้อแขนเรียวของพริมาแล้วดึงเธอหลบเข้าไปในมุมอับของห้องทำงาน—ซอกมุมแคบๆ ระหว่างชั้นหนังสือสูงท่วมหัวกับผนังทึบ ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วผ่านเนื้อผ้า
"ชูส์..." ทิศเหนือกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนพริมาต้องเกร็งตัวแข็งทื่อ มือหนาข้างหนึ่งยันผนังห้องไว้เพื่อกั้นพื้นที่ ขณะที่อีกข้างยังคงกุมข้อมือเธอไว้หลวมๆ "เงียบไว้ครับ ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้"
ข้างนอกนั้น เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกสองสามครั้ง ก่อนจะตามด้วยเสียงตะโกนอย่างหัวเสีย "สงสัยไม่อยู่... ชิ! ฝนก็ตกหนักเป็นบ้าเลย" ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปทางบันไดหนีไฟ
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดระเบียงด้านนอก ทว่าความเงียบครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดระลอกใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อสติเริ่มกลับมาทำงาน พริมาก็ตระหนักได้ว่าตอนนี้เฃากำลังอยู่ในระยะที่แนบชิดกันเกินไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ จากตัวทิศเหนือรุกรานประสาทสัมผัสของเธอจนสมองแทบประมวลผลไม่ถูก
"คุณ... ปล่อยแขนฉันได้แล้วมั้งครับ" พริมาเอ่ยเสียงกระซิบ ลมหายใจของเธอปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขา
ทิศเหนือยังไม่ขยับ เขาก้มมองคนในอ้อมแขนผ่านแสงสลัวจากสายฟ้าที่ยังคงแลบแปลบปลาบเป็นระยะ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้มาตลอด
"ทำไมล่ะครับ อยู่แบบนี้... ไม่อบอุ่นกว่าการออกไปเผชิญโลกข้างนอกหรือไง" น้ำเสียงของเขาเจือแววเย้าแหย่ตามนิสัยเดิม แต่ลึกๆ แล้ว น้ำเสียงนั้นกลับสั่นไหวอย่างผิดปกติ
"เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมฉันต้องมาหาความอบอุ่นจากผู้กำกับปากเสียอย่างคุณด้วย" พริมาสวนกลับทันควัน พยายามดันอกอีกฝ่ายออก แต่ทิศเหนือกลับไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อน ราวกับกำแพงที่สร้างขึ้นจากความดื้อรั้นและ... ความโหยหา
"ปากเสียเหรอครับ?" ทิศเหนือทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาหวิวดังขึ้น "ถ้ารู้ว่าผมปากเสีย แล้วคุณยังจะดันทุรังมานั่งฟังผมระบายเรื่องความล้มเหลวเมื่อสามปีก่อนทำไมล่ะครับ พริมา"
ชื่อจริงที่ถูกเปล่งออกมาโดยไม่มีคำนำหน้า ทำให้พริมาชะงัก ก้อนเนื้อในอกกระตุกวูบ
"ฉันไม่ได้อยากฟัง... คุณพูดเองต่างหาก" เธอเถียงเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
"แต่คุณก็ไม่ได้เดินหนี" ทิศเหนือสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความกดดันที่เปี่ยมด้วยความลึกซึ้ง "คุณอยู่ตรงนั้น ฟังทุกคำ ฟังกระทั่งเสียงที่ผมเกลียดที่สุด... เสียงที่ยอมรับว่าตัวเองน่ะ มันพ่ายแพ้"
ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างทั้งคู่ ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้กับความเปราะบางที่กำลังถูกเปิดเปลือย
พริมาสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอยกมือขึ้นวางบนแผงอกของเขา คราวนี้ไม่ใช่เพื่อผลักไส แต่เป็นการสัมผัสเพื่อยืนยันว่ามนุษย์ตรงหน้าเธอไม่ได้เป็นเพียงผู้กำกับจอมเผด็จการที่เธอเคยเกลียดชัง
"ไม่มีใครไม่เคยแพ้หรอกค่ะ... เอ๊ย... หรอกครับ" พริมาเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาจนต้องรีบแก้คำสรรพนาม ทว่าทิศเหนือกลับหลุดยิ้มออกมาในความมืด เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความเยาะหยันหลงเหลืออยู่เลย
"นั่นสินะครับ" ทิศเหนือทอดถอนใจ "แต่การพ่ายแพ้ต่อหน้าคนที่... คนที่เราอยากให้ยอมรับมากที่สุด มันเจ็บปวดกว่าที่คิดนะครับ พริมา"
ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงทีละน้อยโดยไม่มีใครรู้ตัว ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวแข่งกับเสียงสายฝนภายนอก ทิศเหนือโน้มใบหน้าลงช้าๆ สายตาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า
"ถ้าผมจะขอ... เริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่บทแรกที่เรายังไม่เคยรู้จักกัน" ทิศเหนือกกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ "คุณจะอนุญาตไหมครับ?"
พริมานิ่งงิ่ง สมองขาวโพลน คำพูดนับร้อยที่เคยเตรียมไว้เพื่อโต้เถียงมลายหายไปจนหมดสิ้น เธอกำลังจะอ้าปากตอบคำถามนั้น—
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงไขกุญแจที่ดังคลิก!
"พี่เหนือคะ! หนูถือวิสาสะไขเข้ามาแล้วนะ ไฟดับแบบนี้ต้องมีคนติดอยู่ในห้องแน่ๆ เล..."
เสียงใสแจ๋วของ 'มินตรา' นางเอกสาวดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังเป็นข่าวฉาวกับทิศเหนือดังลั่นห้อง พร้อมๆ กับที่แสงไฟนีออนสว่างพรึบขึ้นทันทีเมื่อระบบสำรองไฟทำงาน!
ภาพที่มินตราเห็นตรงหน้า คือผู้กำกับหนุ่มเนื้อหอมกับนักเขียนบทสาวมือฉมัง ที่ยืนชิดติดกันจนแทบจะรวมร่างอยู่ในซอกมุมห้องทำงาน สายตาทั้งคู่ผสานกันอย่างมีความหมาย และริมฝีปากของทิศเหนืออยู่ห่างจากริมฝีปากของพริมาไม่ถึงเซนติเมตร!
มินตราอ้าปากค้าง ถาดกาแฟในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
ทิศเหนือผละตัวออกจากพริมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนน่ากลัว ขณะที่พริมาหน้าแดงก่ำ รีบก้าวถอยหลังออกห่างทันที
---โปรดติดตามตอนต่อไป---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นท่ามกลางพายุฝนด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 7
ฝนตกกับความลับที่เผลอหลุด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!