เสียงปิดประตูดังปัง พร้อมกับการปรากฏตัวของสปอนเซอร์รายใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด ทำลายบรรยากาศอึดอัดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างทิศเหนือและพริมาลงอย่างสิ้นเชิง
ทิศเหนือตวัดสายตากลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เรียบสนิทจนน่ากลัว รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งอย่างไม่ปิดบัง เขากลืนความรู้สึกบางอย่างที่คั่งค้างอยู่ในอกลงไป แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นผู้กำกับมาדนิ่งผู้ควบคุมสถานการณ์ได้เสมอในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
“คุณธนาคาร... มาเร็วกว่าที่นัดไว้นะครับ” ทิศเหนือเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจที่เจืออยู่จางๆ
“ถ้าผมไม่มาตอนนี้ คงไม่ได้เห็นฉากเด็ดระหว่างผู้กำกับกับคนเขียนบทหรอกมั้งครับ” ธนาคารยิ้มเยาะ ดวงตาคมปลาบกวาดตามองพริมาที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะหยุดนิ่งที่กองกระดาษร่างบทละครบนโต๊ะ “คุยงานกันถึงไหนแล้วล่ะครับโปรเจกต์นี้ หรือว่ามัวแต่เคลียร์ปัญหาหัวใจกันอยู่”
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา เธอรีบก้าวถอยหลังออกห่างจากทิศเหนืออีกนิด จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ แล้วปั้นหน้าสุขุมตามวิสัยของนักเขียนบทมืออาชีพ
“เรากำลังทบทวนฉากสำคัญในตอนที่เจ็ดและแปดกันอยู่ค่ะคุณธนาคาร” พริมาชิงตอบก่อนที่ทิศเหนือจะทันได้อ้าปากพ่นคำพูดกวนประสาทใส่แขกผู้มาเยือน “เนื้อหาในพาร์ทนี้มีความละเอียดอ่อนสูง เราจำเป็นต้องลงรายละเอียดเรื่องปมในอดีตของตัวละครเอกให้ลึกซึ้ง เพื่อให้สมเหตุสมผลกับพฤติกรรมในปัจจุบัน”
ธนาคารเลิกคิ้วสูง เดินเข้าไปหยิบปึกกระดาษบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ สองสามหน้า “อดีตเหรอครับ? ผมนึกว่าหนังของคุณทิศเหนือเน้นความหวือหวาซะอีก ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งขุดคุ้ยเรื่องดราม่าชีวิตรันทดอะไรทำนองนี้”
ทิศเหนือแค่นเสียงในลำคอ ก้าวขายาวๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างธนาคารกับโต๊ะทำงานของพริมา บังคับให้ธนาคารต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยปริยาย ความสูงและออร่าที่กดดันทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา
“งานของผมจะออกมาเป็นแบบไหน ผมเป็นคนตัดสินใจครับคุณธนาคาร” ทิศเหนือเอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องมองนักลงทุนรายใหญ่ด้วยแววตาที่เยียบเย็น “และถ้าคุณไม่มีธุระด่วนอะไรเกี่ยวกับงบประมาณการผลิต เชิญรอข้างนอกห้องประชุมก่อนดีกว่าครับ เซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ได้กว้างพอที่จะต้อนรับคนไม่มีนัดหมาย”
ธนาคารหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระกับท่าทีคุกคามนั้น “ใจร้อนเป็นไฟสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับคุณทิศเหนือ... เอาล่ะ ผมแค่จะมาแจ้งว่าพรุ่งนี้จะมีทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์เข้ามาเก็บภาพเบื้องหลังการทำงาน หวังว่าคุณกับคุณพริมาจะเคลียร์ ‘เคมี’ ส่วนตัวให้ลงตัวก่อนที่กล้องจะมาถึงนะครับ ไม่อย่างนั้นภาพที่ออกไปอาจจะทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าพวกคุณกำลังอินเลิฟกันจริงๆ มากกว่าทำงานร่วมกัน”
พูดจบ ธนาคารก็ยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้พริมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังไล่หลังเบาๆ
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมเซฟเฮาส์อีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอึดอัดและความตึงเครียดที่ยังคงค้างคาจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เกือบจะล้ำเส้น
พริมาหลุบตาลงมองพื้น เธอรู้สึกได้ถึงหัวใจที่ยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะคำพูดของธนาคาร แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนและสายตาคู่คมของคนที่ยืนอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบเมื่อครู่ต่างหาก
“คุณธนาคารนี่ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” พริมาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แต่เขาก็พูดถูกบางเรื่องนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทิศเหนือไม่ได้เดินหนีไปไหน เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปลายสายตาทอดมองร่างบางที่พยายามสร้างกำแพงกั้นระหว่างเขากับเธอ
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ตั้งใจ “เรื่องอะไรคะ?”
“เรื่องเคมีของเรา” ทิศเหนือตอบหน้าตาเฉย ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก “เขาบอกว่าเราดูเหมือนคนกำลังอินเลิฟกัน... คุณคิดว่ายังไงล่ะพริมา?”
“คุณทิศเหนือ!” พริมาหน้าแดงขึ้นมาอีกรอบ เธอตวัดสายตาค้อนขวับใส่ผู้กำกับหนุ่มจอมกวน “อย่ามาพูดจาเล่นลิ้นแบบนี้นะคะ เรากำลังคุยกันเรื่องงานอยู่”
“ใครว่าผมเล่น?” ทิศเหนือขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ก้าวเดียวที่ทำให้พริมาต้องเผลอกลั้นหายใจ “คุณลองอ่านบทที่คุณเพิ่งแก้เสร็จเมื่อกี้สิ... อ่านทบทวนดูดีๆ อีกรอบ แล้วบอกผมซิว่าข้างในนั้นมันมีแค่เรื่องงานจริงๆ หรือเปล่า”
คำพูดนั้นทำให้พริมาสะดุดใจ เธอนึกถึงหน้ากระดาษที่เธอเพิ่งเขียนแก้ไขไปเมื่อไม่กี่นารีก่อนหน้านี้ หน้ากระดาษที่บรรยายถึงความรู้สึกของตัวละครพระเอก—ผู้ชายปากร้ายที่ซ่อนความเปราะบางไว้เบื้องหลังท่าทีแข็งกร้าว ผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งผลักไสคนที่ตัวเองรัก เพื่อปกป้องเธอจากความพังพินาศในโลกที่เขาควบคุมไม่ได้
มือบางเอื้อมไปหยิบปึกกระดาษใกล้มือขึ้นมาพลิกเปิดดูด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ตัวอักษรแต่ละบรรทัดที่ทิศเหนือเป็นคนร่างโครงเรื่องไว้ในตอนแรก และเธอนำมาขัดเกลาต่อเติมจนสมบูรณ์ มันไม่ใช่แค่บทละครธรรมดา แต่มันคือตัวตนของทิศเหนือ... ตัวตนที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น ตัวตนที่เต็มไปด้วยรอยแผล ความกลัวที่จะสูญเสีย และความรักที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เจ้าตัวจะกล้าเอ่ยปากบอกออกมาตรงๆ
พริมาไล่สายตาอ่านบทสนทนาระหว่างตัวละครเอกทั้งสองในฉากสำคัญของตอนที่ 8
*[พระเอก]: “ถ้าการอยู่ใกล้ฉันมันทำให้เธอต้องเจ็บปวด ทำไมเธอถึงไม่เดินออกไปซะล่ะพริมา? ทำไมถึงยังดื้อด้านอยู่ตรงนี้เพื่อรอรับความใจร้ายจากฉันอยู่ได้?”*
*[นางเอก]: “เพราะฉันรู้ว่าใต้ความใจร้ายนั้น... คุณไม่ได้เหลือใครเลยยังไงล่ะคะ”*
อ่านมาถึงตรงนี้ ขอบตาของพริมาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอมองหน้าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทิศเหนือในตอนนี้ไม่ได้มีท่าทางมั่นใจจนน่าหมั่นไส้เหมือนทุกที แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นสายตาที่พริมามองมา
“คุณ...” พริมาเอ่ยเสียงแผ่ว ความแข็งกระด้างในใจก่อนหน้านี้ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเข้าใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ “คุณเอาเรื่องจริงของตัวเองมาใส่ไว้ในบทละครเหรอคะ?”
ทิศเหนือชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะกวนๆ บนมุมปากเลือนหายไป กลายเป็นความเงียบงันที่ลึกซึ้ง เขาเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเธอตรงๆ ด้วยแววตาที่จริงจังจนพริมาต้องหายใจสะดุด
“บางที...” ทิศเหนือเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา “การเป็นคนเขียนบท อาจจะทำให้เรามองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่หลังกล้องได้ดีกว่าที่คิด... โดยเฉพาะความจริงที่ว่า ฉันไม่เคยเก่งเรื่องการพูดความรู้สึกตัวเองเลยสักครั้ง”
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบ พริมาอ้าปากค้างเล็กน้อย สมองประมวลผลคำพูดกำกวมที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไปเพื่อทำลายความเงียบที่น่าตื่นเต้นนี้—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
“พี่เหนือคะ! แย่แล้วค่ะ! ทีมตัดต่อโทรมาแจ้งว่าไฟล์ฟุตเทจหลักของฉากสำคัญเมื่อวานเกิดความเสียหาย เปิดอ่านไม่ได้ค่ะ!”
เสียงใสของ *‘มิน ‘* ผู้ช่วยผู้กำกับสาวสวยที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อเห็นภาพของทิศเหนือและพริมาที่ยืนประชิดตัวกันอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพตรงหน้า
ทิศเหนือสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย เขาผละตัวออกจากพริมาอย่างไม่สบอารมณ์ ตวัดสายตาคมกริบมองผู้ช่วยสาวด้วยแววตาที่ดุดันจนมินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“นายว่ายังไงนะมิน?” ทิศเหนือถามเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด
“ฟะ... ฟุตเทจหลักของฉากไคลแม็กซ์... เสียหายหมดเลยค่ะพี่เหนือ!” มินละล่ำละลักตอบ เสียงสั่นเครือด้วยความกลัวอารมณ์คุกรุ่นของผู้กำกับหนุ่ม
พริมาหน้าถอดสีทันที เธอลืมเรื่องความรู้สึกวาบหวิวเมื่อครู่ออกไปจากหัวจนหมดสิ้น เมื่อตระหนักได้ว่าวิกฤตครั้งใหญ่กำลังจะพังทลายโปรเจกต์ทั้งหมดลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" นะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 8
ความรู้สึกที่สั่นคลอน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!