เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 9

เมื่อกำแพงเริ่มพังทลาย

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
หน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะทำงานตัวยาวสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกของนิ้วมือเรียวที่รัวพิมพ์ข้อความปฏิเสธจากทางฝ่ายกฎหมายของสตูดิโอใหญ่ ตัวเลขงบประมาณที่ถูกตัดทอนลงเกือบครึ่งสะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตของพริมาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของเธอถอดสีจนซีดเผือด เมื่อความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าว่าวิกฤตครั้งใหญ่กำลังจะพังทลายโปรเจกต์ทั้งหมดลงในพริบตาเดียว ความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ติดขัดของหญิงสาว "ทางนั้นส่งเมลมาคอนเฟิร์มแล้วค่ะ... ไม่สิ ส่งมาบอกยกเลิกการสนับสนุนฉากไคลแมกซ์ต่างหาก" เสียงของพริมาสั่นเครือเล็กน้อยยามเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้กำกับหนุ่ม เธอลืมเรื่องความรู้สึกวาบหวิวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น สมองถูกแทนที่ด้วยความกดดันระดับสูงสุด "ถ้าเราไม่มีเงินทุนก้อนนั้น ถ่ายต่อไม่ได้แน่ ทิศเหนือ" ทิศเหนือที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างอยู่ก่อนแล้ว ไม่ได้แสดงอาการตีโพยตีพายอย่างที่เธอคาดคิดไว้แม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มจ้องมองใบหน้าตื่นตระหนกของนักเขียนบทสาว นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัวทำให้พริมาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ตกใจจนหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ คุณนักเขียนบทมือหนึ่ง" ทิศเหนือเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เจือความเย้ยหยันตามนิสัยเดิม แต่กลับไม่มีประกายความเกรี้ยวกราดหรือการประชดประชันรุนแรงอย่างทุกครั้ง "คิดว่าผมจะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนหรือไง" พริมาขมวดคิ้วแน่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่ความตกใจในทันที "รู้แล้วทำไมถึงยังทำตัวระรื่นอยู่ได้ล่ะคะ! หรือคุณอยากให้โปรเจกต์นี้พังคามือคุณจริงๆ ถึงได้ไม่แคร์อะไรเลย" "ใครบอกว่าผมไม่แคร์" ทิศเหนือสวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างพนักเก้าอี้กับแผ่นอกกว้าง "ผมแค่กำลังประเมินสถานการณ์ ไม่ได้สติหลุดโวยวายเหมือนคนที่กำลังนั่งหน้าซีดอยู่ตรงนี้ต่างหาก" "ฉันไม่ได้สติหลุด!" พริมาเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามดันอกอีกฝ่ายออกแต่ไม่เป็นผลเมื่อเขายิ่งโน้มตัวเข้ามาใกล้จนรับรู้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของกันและกัน "ในเมื่อคุณรู้ว่าทุนก้อนนั้นโดนถอน ทำไมไม่ยอมบอกฉันตั้งแต่แรก ปล่อยให้ฉันมานั่งลุ้นจนตัวโก่งทำไมคะ" "บอกแล้วคุณจะทำอะไรได้ นั่งร้องไห้เหรอ" ทิศเหนือแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่ทอดมองลงมาไม่มีแววหยריอกล้อเหมือนเคย แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง "ฉากไคลแมกซ์ที่ทุนหายไปครึ่งหนึ่ง... แปลว่าเราต้องรื้อบทใหม่ทั้งหมดภายในคืนนี้" คำพูดนั้นทำให้พริมาชะงักไป ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้ "รื้อบทใหม่? คุณบ้าไปแล้วหรือไง ทุนหายไปครึ่งหนึ่งแต่เราต้องเก็บบรรยากาศและความเข้มข้นของเรื่องไว้เท่าเดิมเนี่ยนะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก!" "เป็นไปได้สิ ถ้าคุณเลิกเถียงผมแล้วเอาสมองอัจฉริยะของคุณมาช่วยคิดแก้ปัญหา" ทิศเหนือผละตัวออกยืนตรงเต็มความสูง เขาไม่ได้พูดจาถากถางเหมือนเคย แต่มือหนากลับหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเปิดไฟล์สตอรี่บอร์ดแล้วเลื่อนให้เธอดู "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราไม่มีเงิน แต่อยู่ที่เราพยายามถ่ายทำในสเกลที่ใหญ่เกินความจำเป็นต่างหาก" พริมามองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้กำกับจอมเอาแต่ใจคนนี้ยอมรับฟังคำแนะนำและวิเคราะห์ปัญหาด้วยเหตุผลโดยไม่มีการประชดประชันสักคำเดียว "คุณ... พูดจริงเหรอเนี่ย" เธอลองเชิงถาม เสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ผมดูเหมือนคนพูดเล่นอยู่หรือไง" ทิศเหนือถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ เธออย่างถือวิสาสะ "ฟังนะพริมา จากเดิมที่เราต้องใช้โลเคชั่นโกดังร้างอลังการเพื่อถ่ายฉากระเบิดตึก ทุนที่เหลือมันไม่พอจ่ายค่าซีจีและค่าเช่าสถานที่แน่ๆ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้พื้นที่จำกัด... เช่นห้องใต้ดินแคบๆ ของเซฟเฮาส์หลังนี้แทนล่ะ" พริมานิ่งงัน สมองของนักเขียนบทประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอมองตามโครงสร้างที่ผู้กำกับหนุ่มร่างขึ้นมาคร่าวๆ บนหน้าจอ "ห้องใต้ดิน..." เธอพึมพำ ดวงตาเริ่มเป็นประกายขึ้นมาทีละน้อย "จริงด้วย! ถ้าเราบีบพื้นที่ให้แคบลง อารมณ์ความกดดันของตัวละครจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นแบบทวีคูณ ไม่ต้องพึ่งซีจีราคาแพง แค่ใช้มุมกล้องกับแสงเงาเน้นความอึดอัด... มันทรงพลังกว่าฉากระเบิดตึกโ่ๆ นั่นซะอีก!" "เห็นไหมล่ะ" ทิศเหนือเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่ดูจริงใจและทรงเสน่ห์จนน่าประหลาด "บางที... สมองของนักเขียนบทหัวดื้อคนนี้ก็พอจะมีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกันนี่นา" "นั่นคำชมหรือคำเหน็บแนมคะคุณทิศเหนือ" พริมาค้อนขวับให้หนึ่งที แต่ใบหน้ากลับระบายรอยยิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจมาตลอดทั้งวันมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกระตือรือร้นในการทำงานที่กลับมาลุกโชนอีกครั้ง "ถือว่าเป็นคำชมจากผู้กำกับมือฉมังก็แล้วกัน" ทิศเหนือตอบหน้าตาย ดวงตาพราวระยับจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้กลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง "เอาล่ะ ในเมื่อเราเห็นตรงกันแล้วว่าจะรื้อบทใหม่เพื่อแก้เกมนี้ คุณพร้อมจะนั่งโต้รุ่งกับผมเพื่อกู้โปรเจกต์นี้ไหมล่ะครับ... คุณพริมา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยชื่อเธอพร้อมสรรพนามสุภาพแบบนั้นทำเอาพริมาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย บรรยากาศรอบตัวที่เคยร้อนระอุด้วยการปะทะคารม กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นละมุนละไมที่ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด เธอกลืนน้ำลายลงคอ พยายามตั้งสติแล้วพยักหน้ารับช้าๆ "ก็ได้ค่ะ เพื่อโปรเจกต์นี้ ฉันยอมทุ่มสุดตัวเหมือนกัน" ทิศเหนือยิ้มรับ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เขายื่นมือมาข้างหน้าเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญญาลูกผู้ชาย พริมามองมือนั้นครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือเรียวไปจับตอบเพื่อเป็นการยืนยันข้อตกลง ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกันและแรงบีบกระชับแน่นขึ้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้อذنุญาตจากเจ้าของบ้าน ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน และร่างที่ก้าวเข้ามาก็ทำให้ลมหายใจของทั้งพริมาและทิศเหนือสะดุดกึกทันที! ติดตามตอนต่อไป "เมื่อกำแพงเริ่มพังทลาย" ได้เลยนะครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่สนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%