“จะยืนบื้ออยู่อีกนานไหม ถ้าไม่อยากให้ความลับรั่วไหลจนหนังพัง ก็ขยับตัวตามผมมาสิ!”
เสียงทุ้มต่ำของทิศเหนือตัดผ่านความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างสูงในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทหันกลับมามองด้วยแววตาเฉียบคม ก่อนจะคว้าข้อมือของพริมาให้ก้าวตามออกจากเซฟเฮาส์ท่ามกลางความสับสนที่ยังไม่จางหายไปจากใจ
ร่างที่เพิ่งก้าวเข้ามา—ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่แขกที่ได้รับเชิญ—ยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงประตูทิศเหนือไม่ได้รอให้คนแปลกหน้าเอ่ยทัก เขาตัดสินใจพาพริมาลัดเลาะผ่านทางหนีไฟที่เขาเตรียมไว้สำหรับการหลบหนีฉุกเฉินเท่านั้น ความเร่งรีบทำให้ลมหายใจของพริมาหอบถี่ แผ่นหลังกว้างของเขามันดูมั่นคงเสียจนเธอนึกหมั่นไส้ในใจ แต่ในขณะเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ที่ติดตัวเขามาก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด
“คุณจะพาฉันไปไหน!” พริมาสะบัดข้อมือออกทันทีที่ถึงที่จอดรถใต้ดินที่มืดสลัว
ทิศเหนือหยุดกึ๊ก หันกลับมาจ้องหน้าเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีร่องรอยของความหงุดหงิดระคนกับความจริงจัง “เราต้องเขียนบทฉากนี้ให้สมจริงที่สุด พริมา ถ้าคนคนนั้นมาตามล่าเรา แสดงว่าข้อมูลที่อยู่ในหัวคุณมันมีค่ามากกว่าที่ผมคิด และวิธีเดียวที่จะปกป้องมันได้ คือการเอาข้อมูลไปทิ้งไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่า… ในหนังของผม”
“นี่คุณบ้าหรือเปล่า เรากำลังหนีตายนะ ไม่ใช่กองถ่าย!”
“ชีวิตก็คือหนังเรื่องหนึ่งต่างหาก” ทิศเหนือเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนพริมาต้องถอยหลังไปชิดกำแพงเย็นเฉียบ เขาเท้าแขนกั้นเธอไว้ในกรงขังชั่วคราว ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า “ถ้าอยากรอด ก็เล่นตามบทที่ผมเขียนให้ดี อย่าเพิ่งมาตั้งคำถามกับผู้กำกับในเวลาที่ศัตรูกำลังไล่หลังมา”
พริมาเงียบไปชั่วขณะ เธอจ้องมองนัยน์ตาที่ซ่อนความอ่อนไหวภายใต้ความหยิ่งยโสทระนงนั้น ความขัดแย้งในใจเธอเริ่มเบาบางลง เหลือเพียงความตื่นเต้นที่ปะทะกับสัญชาตญาณเอาตัวรอด “คุณมีแผนอะไรกันแน่?”
“แผนคือ... เราต้องไปที่บาร์ใต้ดินย่านการค้าเก่าที่พวกนั้นมักจะนัดพบกัน ผมต้องการให้คุณเห็นว่า ‘โลกเบื้องหลัง’ ที่เรากำลังเขียนถึงน่ะ มันเหี้ยมโหดแค่ไหน คุณถึงจะเขียนบทออกมาได้โดยไม่ต้องใช้จินตนาการให้เปลืองสมอง”
ทิศเหนือเปิดประตูรถหรูคันเก่ง พริมาลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว ทิศเหนือขับรถออกไปด้วยความเร็วที่ชวนให้ใจหายคว่ำ เขาหันมามองเธอเป็นระยะ แววตาที่เคยมองเธอเป็นเพียง ‘นักเขียนจอมจู้จี้’ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่เขายากจะปิดบัง
เมื่อถึงจุดหมาย บรรยากาศของบาร์กึ่งผับใต้ดินที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่และแสงไฟสลัวช่างแตกต่างจากสตูดิโอที่เธอคุ้นเคย ทิศเหนือเดินนำเธอเข้าไปท่ามกลางสายตาของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มองมาด้วยแววตาไม่เป็นมิตร เขาทำเพียงแค่กุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
“อย่าสบตาใคร” เขากระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่า “แค่มองตรงไปที่โต๊ะมุมขวาตรงนั้น... นั่นคือเป้าหมายของเรา”
พริมาพยักหน้า เธอหยิบสมุดจดเล่มเล็กออกมาโดยอัตโนมัติ การสังเกตการณ์คือสัญชาตญาณของนักเขียน แต่ในวินาทีที่เธอจดบันทึกเกี่ยวกับบุคลิกของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม แรงกระชากจากด้านหลังก็ทำให้เธอลอยหวือเข้าไปในอ้อมกอดของทิศเหนือ
“หมอบลง!” เขาตะโกนเสียงเข้มพร้อมกับดึงตัวเธอลงใต้โต๊ะไม้หนา เสียงปืนเก็บเสียงดัง ‘พึ่บ’ ติดต่อกันสองนัดเข้าที่ขอบโต๊ะจนไม้แตกกระจาย พริมาหน้าถอดสี มือสั่นเทาขณะเกาะแขนเสื้อทิศเหนือไว้แน่น
“ทิศเหนือ... พวกเขาเห็นเราแล้ว” เธอกระซิบเสียงสั่น
ทิศเหนือกัดฟันกรอด แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับสิงโตที่ถูกต้อนให้จนมุม เขาหันมามองพริมา สบตาเธอนิ่งนานในระยะที่ใกล้เสียจนรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านระหว่างกัน “ผมบอกแล้วไง ว่าให้เชื่อใจผม... ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ผมจะไม่ยอมให้หน้ากระดาษของคุณต้องเปื้อนเลือดแน่นอน”
เขาลุกขึ้นพรวดพราด ดึงตัวเธอให้วิ่งฝ่าวงล้อมออกไปทางประตูหลัง แรงปะทะจากบอดี้การ์ดฝ่ายตรงข้ามทำให้ทิศเหนือต้องรับหมัดแทนเธอจนร่างกระแทกกับผนังอิฐพริมาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่ทิศเหนือพยายามรวบรวมสติและคว้ามือเธอวิ่งสุดชีวิตไปจนถึงตรอกแคบๆ ที่เงียบสงัด
ทั้งสองหอบหายใจรุนแรง แผ่นหลังพิงกำแพงอิฐที่เย็นเฉียบ พริมาเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่ใบหน้ามีรอยถลอกจากการต่อสู้ แต่แววตาเขายังคงจ้องมองเธอด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
“ทำไมถึงทำขนาดนี้?” เธอถาม เสียงสั่นพร่า
ทิศเหนือใช้มือข้างหนึ่งเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน “เพราะบทที่สมบูรณ์ที่สุด... มันต้องมีแรงบันดาลใจที่คุ้มค่าแก่การเสี่ยง”
ทว่าก่อนที่ระยะห่างจะสิ้นสุดลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังสะท้อนเข้ามาในตรอก พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาหยุดลงที่ร่างของพวกเขา ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน และร่างที่ก้าวออกมาจากเงามืดก็ทำให้ลมหายใจของพริมาแทบหยุดกั้น
ชายในชุดสูทคนเดิม... คนที่ยืนรออยู่ในเซฟเฮาส์เมื่อครู่—เดินเข้ามาพร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่หน้าอกของทิศเหนือ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า “จบการแสดงแค่นี้เถอะครับ ผู้กำกับ... เพราะบทต่อไปที่ผมเตรียมไว้ให้คุณ คือจุดจบ!”
ขอบพระคุณที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในทุกบรรทัดนะครับ! - ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 10
ภารกิจหาข้อมูลลับ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!