"เชิญครับ... ถ้าคิดว่าเสียงหัวเราะเยาะของดารกาจะช่วยให้บทภาพยนตร์เรื่องนี้มันสมบูรณ์ขึ้นได้"
ทิศเหนือไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน เสียงเปิดประตูห้องทำงานที่กระแทกเข้ามาอย่างไร้มารยาทนั้นบ่งบอกตัวตนของแขกไม่ได้รับเชิญได้ดีเสียยิ่งกว่าเห็นเงา ร่างสูงยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะกระชั้นชิด สายตาคมกริบจดจ่ออยู่กับหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและโครงสร้างบทภาพยนตร์ที่ถูกรื้อแก้ใหม่เกือบครึ่ง
ดารกาชะงักรอยยิ้มเยาะที่แต่งแต้มอยู่บนริมฝีปาก เธอในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูปยืนกอดอกอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องเซฟเฮาส์ที่ตอนนี้สภาพดูไม่ต่างจากสนามรบย่อมๆ กองกระดาษโน้ตและแก้วกาแฟที่วางระเกะระระกะฟ้องชัดเจนว่าคนในห้องนี้ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมานานแค่ไหน
"แหม... ผู้กำกับทิศเหนือขา ทำไมต้องใช้น้ำเสียงดุเดือดขนาดนั้นด้วยล่ะคะ ฉันแค่วิตกกังวลแทนโปรเจกต์ของค่ายเราก็เท่านั้นเอง เห็นข่าวลือหนาหูว่าผู้กำกับมือหนึ่งกับนักเขียนบทมือดีกำลังจะทำพังคามือ ฉันในฐานะนักแสดงนำก็เลยต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าเรายังพอมีทางกู้หน้าทันไหม"
น้ำเสียงดัดจริตและรอยยิ้มเคลือบยาพิษของดารกานั้นช่างน่ารำคาญเสียจนพริมาที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หญิงสาววางปากกาในมือลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กอย่างแผ่วเบา แต่เสียงนั้นกลับดังพอที่จะดึงสายตาของทุกคนให้หันมามอง
พริมาไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้นยืน เธอปัดเศษกระดาษเล็กๆ บนตักออกอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดารกาด้วยแววตานิ่งสนิทที่ทรงพลังกว่าการตะโกนด่าเป็นไหนๆ
"ถ้าคุณดารกามีเวลาว่างมาเดินตรวจงานคนอื่นถึงที่นี่ แสดงว่าคิวซ้อมบทฉากดราม่าไคลแมกซ์ที่ฉันเขียนส่งให้เมื่อวาน คงท่องจำขึ้นใจจนไม่มีที่ติแล้วสินะครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีฉันจำได้ว่าในบทฉากนั้น นางเอกต้องใช้สมาธิสูงมาก ไม่ใช่มาเดินเล่นหาเรื่องชาวบ้านแบบนี้" พริมาจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงประชดประชันได้อย่างเจ็บแสบ
ดารกาหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเสแสร้งแทบจะฉีกขาด "นี่เธอกล้าพูดกับฉันแบบนี้เหรอพริมา! เธอก็เป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือนเขียนบท อย่ามาทำเป็นปากดีแถวนี้เลย"
"พอกدครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะ ทิศเหนือลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังพริมาโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการสร้างอาณาเขตปกป้องนักเขียนบทสาวคนนี้โดยปริยาย แม้ปากของเขาจะมักจะต่อปากต่อคำกับเธออยู่เสมอก็ตาม
ดวงตาคมกริบของผู้กำกับหนุ่มจ้องมองดารกาด้วยแววตาเย็นเยียบไร้เยื่อใย "ห้องนี้เป็นพื้นที่ทำงานส่วนตัวของผม ถ้าคุณไม่มีธุระเรื่องงาน หรือไม่มีปัญญาแม้แต่จะจำบทพูดของตัวเองในหน้ากระดาษที่พริมาเขียนให้ ก็เชิญกลับออกไปทางเดิมซะ... และกรุณาอย่าเหยียบเข้ามาที่นี่อีกถ้าผมไม่อนุญาต"
"คุณเหนือ! คุณกล้าไล่ฉันเพื่ออี... นังนี่เนี่ยนะ!" ดารกากรีดเสียงแหลมด้วยความเหลืออด ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
"เชิญครับ" ทิศเหนือผายมือไปทางประตูอย่างสุภาพ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเยือกเย็นจนดารกาไม่กล้าต่อความยาวสาวความยืดอีกต่อไป หญิงสาวสะบัดหน้าพรืดแล้วกระแทកเท้าเดินออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูดังสนั่น
ปัง!
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความอึดอัดเช่นเคย บรรยากาศรอบตัวกลับเจือไปด้วยความผ่อนคลายที่แปลกประหลาด
พริมาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยลมหายใจยาวเหยียดออกมาจากอก เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่ยังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ใกล้ๆ
"ไม่คิดว่าคุณจะใจร้ายกับนางเอกเบอร์หนึ่งของค่ายลงคอแบบนั้นนะครับ" พริมาเอ่ยแซwเบาๆ รอยยิ้มบางๆ จุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกขัน
ทิศเหนือหันมามองค้อนเธอเล็กน้อย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับเก้าอี้ที่พริมานั่งอยู่ ปลายจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ จนพริมาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ผมไม่ได้ใจร้าย... ผมแค่ปกป้องสิ่งที่สำคัญกว่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว
"อะไรคือสิ่งสำคัญกว่าล่ะครับ โปรเจกต์เหรอ?" พริมาแสร้งทำเป็นเฉไฉ ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปนี้
"โปรเจกต์น่ะมันสำคัญอยู่แล้ว..." ทิศเหนือเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ขับเน้นความหมายซ่อนเร้น "แต่คนนั่งแก้บทอยู่ตรงนี้... สำคัญกว่ามาก"
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ขยันหาลูกเล่นแพรพราวมาทำให้เธอเสียอาการอยู่เรื่อย พริมาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนใบหน้า เธอยื่นมือไปเคาะหน้าผากมนของเขาเบาๆ ด้วยด้ามปากกา
"เลิกหยอดคำหวานแล้วกลับไปทำงานต่อเถอะครับ คุณผู้กำกับ บทในฉากที่สามสิบยังแก้ไม่เสร็จเลยนะ"
ทิศเหนือหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมลุกขึ้นยืนแต่โดยดี ก่อนจะดึงเก้าอี้ของตัวเองมานั่งประกบชิดติดกับเก้าอี้ของพริมาอย่างไร้ยางอาย ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับไหล่บางของเธอเบาๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวผ่านจุดที่เป็นสงครามประสาทมาไกลลิบ จากการปะทะคารมอย่างไร้ความปรานี กลายมาเป็นการทำงานร่วมกันอย่างเข้าขาและไร้รอยต่ออย่างน่าประหลาด ทิศเหนือโยนไอเดียเจ๋งๆ ออกมา พริมาก็สานต่อและขัดเกลาให้ออกมาคมคายและลึกซึ้ง บทภาพยนตร์ที่เคยเป็นอัมพฤกษ์ใกล้ตายในวันแรก ตอนนี้กลับมีชีวิตชีวาและทรงพลังเสียจนแม้แต่คนเขียนเองก็ยังใจเต้น
"ตรงนี้... ถ้าเราปรับให้ตัวละครพระเอกพูดน้อยลงหน่อย แต่ใช้สายตาสื่อความรู้สึกแทน คุณว่าดีไหม?" ทิศเหนือโน้มตัวเข้าไปใกล้ ชี้ปลายนิ้วลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ใบหน้าของเขากลืนกินพื้นที่สายตาของพริมาจนหมดสิ้น
"อืม..." พริมาพยักหน้ารับ สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่แผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ "ถ้าทำแบบนั้น มันจะช่วยขับเน้นความรู้สึกผิดในอดีตของเขาออกมาได้ชัดเจนขึ้น... เหมือนกับตัวคุณในตอนนี้เลยนะครับ"
ทิศเหนือชะงัก ปลายมืดที่ชี้หน้าจอค้างไว้ เขาหันขวับมามองสบตากับคนพูดทันที
"คุณหมายความว่ายังไง หือ?"
"ก็หมายความว่า..." พริมาหันไปสบตากับเขาตรงๆ รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปาก "ผู้ชายที่ปากแข็งที่สุดในโลกคนนี้ กำลังพยายามใช้ความเงียบกลบเกลื่อนความกลัวที่จะล้มเหลวอีกครั้งยังไงล่ะครับ"
ดวงตาคมกริบของทิศเหนือวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความโกรธ ทว่ามันคือประกายความลึกซึ้งที่ร้อนแรงและอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดติดกับแก้มเนียนของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้วจนพริมาต้องหลบสายตา
"ถ้าผมกลัวความล้มเหลว... ผมคงไม่ยอมเอาหัวใจตัวเองมาเดิมพันกับนักเขียนบทปากร้ายอย่างคุณตั้งแต่แรกหรอกครับ พริมา"
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างหูทำเอาพริมานิ่งค้างไป สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก เคมีที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งสองกำลังเดือดพล่านจนแทบจะหลอมละลายกำแพงทั้งหมดที่พริมาสร้างขึ้นมา
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน—สามครั้ง ห้วนสั้น และทรงพลัง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พริมาสะดุ้งสุดตัว รีบดันอกของทิศเหนือให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาด้วยความเขินอาย ขณะที่ทิศเหนือขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
"ใครวะ..." ผู้กำกับหนุ่มสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย
ก่อนที่ทิศเหนือจะได้เอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างสูงโปรชายวัยกลางคนในสูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เคลือบความลับบางอย่างเอาไว้
"สวัสดีครับคุณทิศเหนือ... และคุณพริมา ขอโทษที่ผมมาขัดจังหวะการทำงานสำคัญนะครับ พอดีผมมีข่าวดี... หรืออาจจะเป็นข่าวร้ายสุดๆ มาแจ้งให้พวกคุณทราบพอดิบพอดีเลยล่ะครับ"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 15
โปรเจกต์ที่กลับมามีความหมาย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!