“เวรกรรม…” ทิศเหนือพึมพำลอดไรฟัน “พี่ชายแท้ๆ ของคุณ… มาทำอะไรที่นี่เวลานี้วะเนี่ย”
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามาในวินาทีถัดไป ขัดจังหวะความเงียบงันที่ปกคลุมเซฟเฮาส์หลังน้อยแห่งนี้ตั้งแต่ลืมตาตื่น ทิศเหนือขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิดระคนร้อนรน ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโซฟา พริมาในยามนี้ดูแตกต่างจากนักเขียนบทสาวผู้สุขุมและเฉียบคมคนเดิมอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าหวานเผือดสีลงเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
“พี่ภูมิ… เขาไม่ควรมาอยู่ที่นี่” พริมาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสะท้อนความตึงเครียดออกมาทุกอณู “ถ้าเขาเห็นคุณอยู่ในเซฟเฮาส์กับฉันในสภาพนี้… งานที่เราทำทั้งหมดพังแน่ ทิศเหนือ!”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะคุณ ให้มุดออกทางหน้าต่างหรือไง” ผู้กำกับหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดพอๆ กัน แม้ลึกๆ ในใจเขาจะนึกสนุกที่ได้เห็นคนคุมกฎอย่างเธอสติหลุด แต่สถานการณ์ตอนนี้มันล่อแหลมเกินกว่าจะมาเล่นลิ้น “พี่ชายคุณเป็น ‘นักลงทุน’ รายใหญ่ของโปรเจกต์เรานะ ถ้าเขาเข้าใจผิดว่าผู้กำกับกับคนเขียนบทแอบมาสวีตกันนอกรอบจนเสียเนื้องาน มีหวังทุนสร้างปลิวหายไปในพริบตานะครับ”
ก๊อกๆๆ!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นเคยของ ‘ภูมิ’ พี่ชายแท้ๆ ของพริมาที่พ่วงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารค่ายหนังยักษ์ใหญ่
“ปริมา! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้ พี่รู้นะว่าเธออยู่ข้างใน!”
ทิศเหนือสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สายตากวาดมองรอบห้องรับแขกอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ เสื้อผ้าของเขายังอยู่ครบ แม้จะยับยู่ยี่จากการนอนคว่ำหน้าบนโซฟาเมื่อคืน ส่วนพริมา… เธอก็อยู่ในชุดนอนผ้าสำลีเรียบร้อยมิดชิด แต่ปัญหาคือ บรรยากาศของความอึดอัดที่ค้างคามาจากเหตุการณ์เมื่อคืนต่างหาก ที่มันฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศจนแทบจะจับต้องได้
เมื่อคืนนี้… หลังจากถกเถียงกันเรื่องบทภาพยนตร์จนดึกดื่น ทิศเหนือเกือบจะเผลอข้ามเส้นความสัมพันธ์ที่เป็นเพียง ‘เพื่อนร่วมงาน’ ไปเสียแล้ว ความใกล้ชิดที่มากเกินจำเป็นและสายตาที่มองกันและกันมันฟ้องชัดเจนว่าต่างฝ่ายต่างหวั่นไหว แต่แล้วความกระอักกระอ่วนก็เข้ามาแทนที่ทันทีที่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ ความเงียบที่น่าอึดอัด การหลบสายตา และความพยายามที่จะเว้นระยะห่าง ถูกขัดจังหวะลงอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วยแขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนี้
“ไปหลบในห้องนอนก่อนไป” ทิศเหนือตัดสินใจเฉียบขาด ดันร่างบางของพริมาให้ถอยหลัง
“แล้วคุณล่ะ?” พริมาขมวดคิ้วแน่น ไม่ยอมขยับ
“เดี๋ยวผมรับหน้าเอง บอกว่าผมมาประชุมเรื่องบทแต่เช้าตรู่… ไปสิครับ ยืนบื้ออยู่ได้ เดี๋ยวพี่คุณพังประตูเข้ามาจริงๆ หรอก”
พริมาลังเลอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหายเข้าไปในห้องนอน พร้อมกับปิดประตูเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทิศเหนือมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วเดินไปปลดล็อกกลอนประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่สุด
แอ๊ด…
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของภูมิ พี่ชายพริมาในชุดสูทเนี๊ยบกริบ แม้จะอยู่ในวัยสามสิบปลายๆ แต่ความเฉียบคมและทรงอำนาจไม่เป็นรองใคร สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจภายในห้องทันทีที่ก้าวเข้ามา ทิศเหนือยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ กลบเกลื่อนพิรุธได้อย่างแนบเนียน
“อ้าว, คุณภูมิ… ลมอะไรหอบมาถึงนี่แต่เช้าครับเนี่ย” ทิศเหนือทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยิ้มมุมปากเล็กน้อยตามสไตล์ผู้กำกับหนุ่มมั่นใจ
ภูมิตวัดสายตากลับมามองน้องสาวต่างสายงานอย่างจับผิด “ฉันต่างหากที่ต้องถามคุณ ทิศเหนือ… ผู้กำกับมือทอง ทำไมถึงมาโผล่ที่เซฟเฮาส์ส่วนตัวของน้องสาวผมแต่เช้าตรู่แบบนี้?”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตา ทิศเหนือไม่สะทกสะท้านกับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากผู้บริหารหนุ่ม เขายักไหล่เบาๆ อย่างไม่ี่ใส่ใจ
“เราก็แค่มาทำงานครับคุณภูมิ บทภาพยนตร์ฉากสุดท้ายมันมีปัญหาเรื่องอารมณ์ตัวละคร ผมในฐานะผู้กำกับจำเป็นต้องมาทำความเข้าใจกับคนเขียนบทอย่างละเอียด เพื่อความสมบูรณ์แบบของงาน… หวังว่าคุณภูมิคงไม่คิดมากหรอกนะครับว่าเราจะมาทำเรื่องไร้สาระกัน”
ภูมิหรี่ตามองพิจารณาคำพูดของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยไว้วางใจนัก เขารู้ดีว่าทิศเหนือเป็นคนเจ้าชู้เงียบและมีความเป็นศิลปินสูงแค่ไหน แม้ฝีมือการกำกับจะเป็นที่ยอมรับ แต่เรื่องผู้หญิงก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน
“หวังว่าจะเป็นอย่างที่พูดนะ ทิศเหนือ” ภูมิพูดเสียงเข้ม “โปรเจกต์นี้เดิมพันด้วยเงินลงทุนหลายร้อยล้าน ผมไม่ได้จ้างพวกคุณมาสวีทกันเองในเซฟเฮาส์ของบริษัท และที่สำคัญ… ปริมารักษาตัวและทำงานหนักมามาก ผมไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาทำให้ไขว้เขว”
“วางใจเถอะครับ” ทิศเหนือตอบกลับ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความจริงจังที่เฉียบคมไม่แพ้กัน “ผมแยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัวได้ดีเสมอ… ว่าแต่คุณภูมิเถอะครับ มีธุระอะไรด่วนถึงขั้นต้องมาตามด้วยตัวเองถึงที่นี่?”
ก่อนที่ภูมิจะได้ตอบคำถาม เสียงเปิดประตูก็จากห้องนอนด้านในก็ดังขึ้น ขัดจังหวะการสนทนาที่กำลังคุกรุ่น ทิศเหนือหันไปมองทันที พริมาเดินออกมาด้วยท่าทีที่ควบคุมให้สงบนิ่งที่สุด แม้ใบหน้าจะยังคงมีความตึงเครียดเจืออยู่บ้าง เธอกวาดสายตามองพี่ชายและผู้กำกับหนุ่มสลับกันไปมา
“พี่ภูมิ…” พริมาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “พี่มาทำอะไรที่นี่คะ?”
“ฉันมาตรวจความคืบหน้าของงาน แล้วก็แวะเอาเอกสารสำคัญมาให้เธอ” ภูมิหันไปมองน้องสาว น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อพูดกับเธอ “แล้วก็… มาดูให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้โดนใครแถวนี้รังแก” ประโยคหลังเขาเหลือบตามองทิศเหนืออย่างจงใจ
พริมาเม้มปากแน่น หลบสายตาพี่ชายวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความอึดอัดสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาในอกอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้โดนรังแก… แต่เธอกำลังตกหลุมพรางความรู้สึกของตัวเองต่างหาก และคนที่ขุดหลุมนั้นไว้ก็ยืนอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงสามก้าวนี้เอง
“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะพี่ภูมิ และเรื่องงาน… เรากำลังจัดการกันได้ด้วยดี ไม่มีอะไรต้องห่วง” พริพากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความกลัวว่าความลับเรื่องความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างเธอกับทิศเหนือจะถูกจับได้
ทิศเหนือแอบลอบมองปฏิกิริยาของหญิงสาว เขาสังเกตเห็นร่องรอยความกังวลในแววตาคู่นั้น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ตั้งแต่เช้ากลับตีตื้นขึ้นมาอีกระลอก ผู้ชายคนนี้… ไม่ชอบเลยที่เห็นพริมาต้องมาตึงเครียดต่อหน้าคนอื่น ทั้งที่จริงแล้ว… เธอกับเขาควรจะเคลียร์ความรู้สึกที่ค้างคาเมื่อคืนให้รู้เรื่อง
“ในเมื่อคุณภูมิเอาเอกสารมาให้แล้ว และเราก็คุยกันเข้าใจเคลียร์ทุกประเด็น…” ทิศเหนือตัดสินใจแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด เดินเข้าไปใกล้พริมาอีกนิดจนระยะห่างลดลงอย่างน่าใจหาย “งั้นผมว่า… เรามาเริ่มลุยงานกันต่อเลยดีกว่าครับ เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว”
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้กำกับหนุ่มทันที ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อยกับความอุกอาจของเขา ทิศเหนือส่งสายตาเจ้าเล่ห์กลับมา พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก เคมีร้อนแรงที่เคยปะทะกันเมื่อคืนกลับมาคุกรุ่นในบรรยากาศอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ราวกับไฟที่ถูกเติมเชื้อเพลิง
ภูมิขมวดคิ้วมองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยความรู้สึกระแคะระคายบางอย่างในสัญชาตญาณ “พวกคุณสองคน… ดูแปลกๆ นะ”
“แปลกยังไงเหรอครับคุณภูมิ?” ทิศเหนือเลิกคิ้วถามอย่างท้าทาย ขยับตัวเข้ามาบังร่างบางของพริมาไว้ครึ่งหนึ่งโดยธรรมชาติ “หรือว่าคุณภูมิคิดว่าผู้กำกับมืออาชีพกับนักเขียนบทมือหนึ่ง เขาคุยงานกันด้วยวิธีปกติไม่ได้?”
“ฉันแค่รู้สึกว่า… พวกเธอดوใกล้ชิดกันเกินกว่าความเป็นเพื่อนร่วมงานทั่วไป” ภูมิหรี่ตามองอย่างจับผิด
พริมาสะดุ้งเล็กน้อย รีบก้าวถอยหลังออกมาครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความอายและร้อนรน เธอกลัวว่าพี่ชายสายตาเฉียบคมคนนี้จะจับพิรุธเรื่องความสัมพันธ์ที่เลยเถิดเมื่อคืนได้
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ภูมิ… ทิศเหนือเขาก็แค่… บ้างานตามสไตล์เขาเท่านั้นเอง” พริมาพยายามควบคุมเสียงให้ราบเรียบที่สุด
ทิศเหนือแอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทางลิบลับของหญิงสาวที่ปกติมักจะแข็งข้อกับเขาเสมอ แต่ตอนนี้กลับทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอพี่ชายแท้ๆ จับผิด ความรู้สึกเอ็นดูระคนหมั่นไส้แล่นริ้วขึ้นมาในอกจนเขาอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าต่อ
“นั่นสิครับคุณภูมิ… ผมก็แค่บ้างาน” ทิศเหนือลากเสียงยาว สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของพริมา “โดยเฉพาะงานชิ้นนี้… ที่มี ‘รายละเอียดลึกซึ้ง’ หลายจุด ที่เราต้องทบทวนกันเป็นพิเศษ… แบบตัวต่อตัว”
คำว่า ‘ตัวต่อตัว’ ถูกเน้นเสียงหนักแน่นจนพริมาต้องส่งค้อนวงใหญ่มาให้ทันที ดวงตาคู่สวยดุใส่เขาอย่างไม่ปิดบัง เป็นสัญญาณเตือนภัยกลายๆ ว่าอย่าล้ำเส้นไปมากกว่านี้
ภูมิถอนหายใจเบาๆ อย่างไม่ค่อยไว้วางใจนัก แต่เพราะมีงานกองโตที่บริษัทรออยู่ เขาจึงจำต้องยอมถอย “โอเค… ถ้าพวกเธอว่าอย่างนั้น ฉันก็ไม่มีเวลามานั่งเฝ้าหรอกนะ จำไว้ว่าโปรเจกต์นี้ต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ทิศเหนือ… ฝากดูแลน้องสาวฉันด้วย”
“ด้วยชีวิตของผมเลยครับ” ทิศเหนือตอบรับด้วยรอยยิ้มกวนประสาท
หลังจากภูมิเดินคล้อยหลังออกไปและปิดประตูสนิท ความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมเซฟเฮาส์อีกครั้ง ทิศเหนือหันกลับมามองพริมาที่ยืนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ร่างบางทิ้งน้ำหนักพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างหมดแรง
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ…” พริมาพึมพำเบาๆ ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง
ทิศเหนือก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง บรรยากาศความอึดอัดที่ค้างคาตั้งแต่เช้ากลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้งอย่างรุนแรง พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นๆ ของคนทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในพื้นที่แคบๆ นี้
“เกือบไปจริงๆ ด้วยครับ…” ทิศเหนือโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่น “แต่ตอนนี้… พี่ชายคุณไม่อยู่แล้ว…”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงระยะประชิด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล พริมาอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรือถอยหนี แต่ทิศเหนือกลับเร็วกว่า มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางไว้เบาๆ ไม่ให้เธอขยับหนีไปไหน สายตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายอย่างชัดเจน
“คุณทิศเหนือ… ปล่อยนะ เราต้องคุยเรื่องบทต่อ…” พริมาพยายามดึงมือออก เสียงพูดติดขัดเล็กน้อยเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป
“บทอะไรล่ะครับ…” ทิศเหนือโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดขอบแก้มเนียน น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ “ในเมื่อเรื่องที่เราต้องเคลียร์ตอนนี้… ไม่ใช่เรื่องงานในกระดาษอีกต่อไปแล้ว”
พริมานิ่งค้างไปทันที ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้แย้งไม่ออกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเริ่มลูบไล้กรอบหน้าเธอแผ่วเบา ความหวานปนความอึดอัดที่สะสมมาตั้งแต่เช้ากำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกประตูหน้าดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน พร้อมกับการผลักบานประตูเข้ามาโดยไม่มีการเคาะเตือนล่วงหน้า!
พริมาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ผนวกกับทิศเหนือที่ชะงักกึก ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง รีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็วก่อนที่แขกผู้มาใหม่จะทันสังเกตเห็นความใกล้ชิดเมื่อครู่
ทิศเหนือหันขวับไปมองที่ประตูด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ใครมันบังอาจมาขัดจังหวะเวลาสำคัญแบบนี้อีกรอบวะเนี่ย!
ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเจิดจ้าที่ทำเอาทั้งห้องหยุดหายใจ…
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ… ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย พอดีฉันได้ยินว่าโปรเจกต์นี้มีปัญหา เลยแวะมาดูให้เห็นกับตาตัวเองค่ะ…”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอึดอัดที่แสนหวานนี้ด้วยกันนะครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 14
ความอึดอัดที่แสนหวาน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!