“โกหกผมไม่เก่งหรอกพริมา แต่คุณน่ะ... ดูเหมือนจะถนัดนักนะ”
เสียงทุ้มต่ำของทิศเหนือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิทภายในห้องนั่งเล่นของเซฟเฮาส์ เขาไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย แต่สายตาคมกริบกลับจ้องเขม็งไปยังแฟ้มเอกสารบางอย่างที่พริมาแอบซ่อนไว้ใต้กองนิตยสารบนโต๊ะกาแฟ กลิ่นไอของความระแวงที่อบอวลอยู่รอบตัวเขาเริ่มเปลี่ยนอากาศที่เคยถ่ายเทสะดวกให้กลายเป็นห้องที่ไร้ออกซิเจน
พริมาไม่ได้สะดุ้ง ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เธอเพียงแค่ค่อยๆ วางแก้วชาลงบนจานรอง เสียงกระทบกันของเซรามิกเบาหวิว แต่ในความรู้สึกของเธอ มันกลับดังก้องเหมือนเสียงปืนนัดแรกของการดวล
“ถ้าคุณคิดว่าการที่ฉันจัดการงานเอกสารให้คุณคืองานอดิเรกที่น่าสงสัย งั้นผู้กำกับทิศเหนือคงต้องทบทวนนิยามคำว่า ‘ความไว้วางใจ’ ใหม่แล้วล่ะครับ” เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยหนามแหลมคม
ทิศเหนือแค่นยิ้มที่มุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงถึงความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบรอยเท้าเหยื่อ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งเดินอ้อมโต๊ะไม้ตัวยาวเข้ามาหาเธอช้าๆ จังหวะฝีเท้าของเขามั่นคงและกดดันจนพริมาต้องเผลอกลั้นหายใจ
“งานเอกสาร?” เขาเลิกคิ้ว ถามเสียงเย็น “คนเรามักจะจัดระเบียบสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของ แต่สิ่งที่คนเราซ่อนไว้ใต้กองกระดาษ... มักจะเป็นสิ่งที่เขากำลังกลัวความจริง”
เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร พริมาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา ทว่ามันไม่ใช่ความอบอุ่นที่ชวนฝัน มันคือความร้อนของพายุที่กำลังก่อตัว
“อย่าหาเรื่องใส่ตัวด้วยการเดาสุ่มเลยทิศเหนือ คุณกำลังเครียดเรื่องโปรเจกต์ใหม่จนหลอนไปเอง” พริมาสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคู่สวยของเธอไม่ยอมหลบห่าง แต่มันกลับมีความวูบไหวที่ทิศเหนือจับสังเกตได้ เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาคู่นั้น และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจที่สุด
“ความเงียบของคุณน่ะ พริมา... มันไม่ได้แปลว่าคุณบริสุทธิ์ แต่มันคือคำตอบที่ตะโกนบอกผมว่าคุณกำลังปิดบังบางอย่างอยู่”
ทิศเหนือยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารที่เธอซ่อนไว้ พริมาพยายามจะแย่งมันคืนแต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ความเป็นผู้กำกับที่ต้องคุมสถานการณ์อยู่หมัดทำให้เขารู้ทันทีว่าควรจัดการอย่างไร
“ถ้าคุณเปิดแฟ้มนั้น...” เสียงของพริมาแผ่วลง ความสุขุมที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน “เราคงจบกันแค่นี้”
ทิศเหนือหยุดชะงัก นิ้วของเขาสัมผัสที่ขอบแฟ้ม เขามองหน้าเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความสับสนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง “จบกัน? คุณหมายความว่ายังไง พริมา เราสองคนมาไกลเกินกว่าจะจบแค่เพราะความลับพรรค์นี้”
“บางคนยอมตายเพื่อรักษาความลับ แต่สำหรับฉัน...” พริมาขยับเข้าไปใกล้จนชิดหน้าอกกว้างของเขา สูดหายใจลึก “ฉันยอมทิ้งทุกอย่างรวมถึงคุณ เพื่อรักษา ‘ความจริง’ ที่ฉันแบกไว้”
ทิศเหนือหัวเราะในลำคอ แต่ในดวงตาเขากลับเต็มไปด้วยความร้าวราน “คุณคิดว่าผมโง่ขนาดนั้นเหรอ? ผมเห็นคุณแอบรับโทรศัพท์ตอนดึกๆ ผมเห็นสายตาที่คุณมองไปทางประตูเซฟเฮาส์ทุกครั้งที่มีเสียงนกร้อง... พริมา ใครส่งคุณมา?”
“ไม่มีใครส่งฉันมาทั้งนั้น” เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “คนที่ส่งฉันมา... คือความผิดพลาดในอดีตของคุณเองที่ยังตามหลอกหลอนไม่เลิก”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจ ทิศเหนือชะงัก มือที่ถือแฟ้มสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่ล้มเหลวและชื่อเสียงที่พังทลายในอดีตผุดขึ้นมาเหมือนฉากหนังที่ฉายซ้ำ
เขามองดูใบหน้าของเธอที่ดูเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางความตึงเครียด กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอกลับรบกวนสติสัมปชัญญะของเขาอย่างน่าประหลาด ความโกรธที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นความปรารถนาที่จะทำความเข้าใจ... หรืออาจจะปรารถนาอย่างอื่นที่เขาก็ยังเรียกชื่อมันไม่ถูก
ทิศเหนือโยนแฟ้มลงบนโซฟาข้างหลังอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างยันผนังล้อมตัวพริมาไว้ ไม่ให้เธอถอยหนีไปไหนได้อีก
“บอกผมมา...” เขาโน้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอ้อนวอนที่ซ่อนอยู่ “บอกมาว่าทำไมผมถึงควรเชื่อใจคุณ ทั้งที่หลักฐานตรงหน้ามันตะโกนบอกผมว่าคุณคือภัยพิบัติ”
พริมาเงยหน้าขึ้น สายตาคู่นั้นของเธอสั่นระริกเหมือนแสงเทียนที่ถูกลมพัด “เพราะถ้าฉันเป็นภัยพิบัติ คุณก็คือพายุทิศเหนือ... และพายุอย่างคุณ ไม่มีวันปล่อยให้เหยื่อตายโดยไม่มีการสั่งลาหรอก จริงไหม?”
นิ้วเรียวของเธอแตะที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ ทิศเหนือค้างไปชั่วขณะ เขารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นแรงของตัวเอง ความเงียบในห้องเริ่มเปลี่ยนบรรยากาศจากความเย็นชาเป็นความปรารถนาที่อันตราย
เขากำลังจะโน้มตัวลงไปปิดกั้นคำพูดเหล่านั้นด้วยริมฝีปากของเขาเอง ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูหน้าเซฟเฮาส์ดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่นและเยือกเย็น มันเป็นจังหวะที่คนในเซฟเฮาส์ไม่มีวันเคาะ
ทิศเหนือชะงัก พริมาหน้าถอดสีในทันที ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ จากคนภายนอกที่กำลังเดินวนอยู่หน้าประตูทำให้บรรยากาศภายในห้องที่เพิ่งจะเดือดพล่านกลับมาเงียบงันจนน่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง
“พริมา...” ทิศเหนือกระซิบเสียงต่ำพลางคว้าปืนที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะ “อย่าบอกนะว่านี่คือความจริงที่คุณกำลังปิดบังอยู่?”
ก่อนที่พริมาจะทันได้ตอบ ประตูไม้บานหนาก็ถูกถีบจนเปิดออก เผยให้เห็นชายชุดดำที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่คุ้นเคย... ใบหน้าที่ควรจะตายไปจากชีวิตของทิศเหนือเมื่อห้าปีก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" เสมอมานะครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 20
ความเงียบคือคำตอบ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!