"ถ้าคุณยังขับรถด้วยความเร็วระดับนี้ เลิกฝันเรื่องการกลับไปคว้าตุ๊กตาทองได้เลยครับผู้กำกับทิศเหนือ เพราะเราคงได้ไปนั่งคุยกับพญายมในสภาพวิญญาณไร้หัวแทน"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือแววประชดประชันดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวภายในห้องโดยสารของรถยนต์เอสยูวีคันหรู เครื่องปรับอากาศกำลังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นไปด้วยไอร้อนจากความอึดอัดที่สะสมมาตลอดสามชั่วโมงเต็มของการเดินทางข้ามจังหวัด
ทิศเหนือผ่อนลมหายใจยาวเหยียดผ่านปลายจมูกสันคม มือหนาที่กุมพวงมาลัยหนังแท้คลายออกเล็กน้อย เขานั้นไม่ได้ใส่ใจคำขู่ของคนข้างกายเท่าไรนัก สิ่งที่กวนใจผู้กำกับหนุ่มไฟแรงในยามนี้คือเส้นทางเบื้องหน้าที่ทอดยาวไปท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าทึบ และเสียงถอนหายใจเป็นรอบที่สิบแปดของพริมา
"หุบปากแล้วนั่งเงียบๆ ไปเถอะครับคุณนักเขียนบท ถ้าสมองคุณว่างมากจนเอาแต่บ่น ผมแนะนำให้เอาเวลาไปคิดพล็อตตอนจบของซีรีส์ที่เรากำลังถ่ายทำอยู่ดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้บทหน้ากองให้ผมปวดหัวอีก"
ทิศเหนือตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ถนัด ดวงตาคมกริบเหลือบมองกระจกหลังชั่วแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาโฟกัสถนนลาดยางที่เริ่มเปียกชื้นจากละอองฝนปรอยๆ เม็ดฝนเริ่มกระทบกระจกหน้ารถเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สร้างบรรยากาศที่ชวนให้โลกใบนี้แคบลงถนัดตา
พริมาหันขวับมามองหน้าคนขับทันที ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด เธอกอดอกแน่นจนเนื้อผ้าเสื้อเบลาส์ตึงเปรี๊ยะ "นี่คุณ! ฉันเตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรมนะ ไม่ได้อยากต่อปากต่อคำด้วยหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะยางรถยนต์เจ้ากรรมเกิดแตกกลางทางตอนดึกดื่น ป่านนี้ฉันคงนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ในเซฟเฮาส์ไปนานแล้ว ไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่บนรถคันเดียวกับคนปากเสียอย่างคุณหรอกครับ... เอ๊ย! ไม่ใช่! หมายถึงคนปากเสียอย่างคุณหรอก!"
คำพูดที่เกือบจะเผลอหลุดปากเลียนแบบสำนวนของอีกฝ่ายทำเอาพริมาต้องรีบเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขัดใจ ทิศเหนือหลุดหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นท่ามกลางความมืดทำให้ใบหน้าด้านข้างของเขายิ่งดูโดดเด่นและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
"หึ... ติดใจคำพูดผมเหรอครับ ถึงได้เผลอเอาไปใช้" ทิศเหนือแกล้งเย้า
"หลงตัวเอง!" พริมาสะบัดหน้าหนีไปมองทัศนียภาพนอกหน้าต่างทันที ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนก่อนหน้า แต่มันกลับมีความแปลกประหลาดบางอย่างแทรกซึมเข้ามาในช่องว่างระหว่างเขากับเธอ
รถยนต์คันหรูเลี้ยวโค้งหักศอกเข้าสู่เขตพื้นที่ห่างไกล ทันใดนั้นเอง ไฟหน้าก็กะพริบวูบวาบก่อนที่เครื่องยนต์จะส่งเสียงคำรามแปลกๆ แล้วดับสนิทลงกลางความมืดสนิทอย่างไร้สัญญาณเตือน
"เวรเอ๊ย!" ทิศเหนือสบถเบาๆ มือหนาทุบพวงมาลัยรถด้วยความหงุดหงิด ไฟฉุกเฉินกะพริบส้มสลัวสาดส่องความว่างเปล่ารอบด้าน
"เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย ทำไมรถถึงดับล่ะ" พริมาหันกลับมาถามด้วยความตกใจ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เจือความตระหนกอย่างปิดไม่มิด ความมืดมิดรอบคันทำให้เธอเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้คนขับโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
"ไม่รู้ครับ สงสัยไดชาร์จจะมีปัญหาจากฝนตกหนักเมื่อกี้" ทิศเหนือกดปุ่มสตาร์ทรถซ้ำๆ แต่ไร้ผล เขาถอนหายใจพรืดใหญ่มือผลักประตูลงไปดูสถานการณ์ภายนอก
"เฮ้ย..." ชายหนุ่มอุทานเบาๆ เมื่อก้าวลงไปเหยียบพื้นดินที่แฉะไปด้วยโคลน ละอองฝนเปลี่ยนเป็นเม็ดฝนโปรยปรายหนักขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาไม่กี่วินาที เขารีบวิ่งกลับเข้ามาในรถด้วยสภาพเปียกปอนเล็กน้อย เส้นผมหยักศกยุ่งเหยิงลู่แนบหน้าผาก หยดน้ำเกาะพราวตามกรอบหน้าคมคาย ทิศเหนือดูดิบเถื่อนและเซ็กซี่ขึ้นเป็นกองในยามที่เปียกปอนเช่นนี้
พริมาเผลอจ้องมองภาพนั้นโดยไม่กะพริบตา หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอรีบเบนสายตาหนีไปทางอื่นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาทในการจ้องมองผู้ชาย
"ฝนตกหนักขนาดนี้สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้" พริมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะที่มือเรียวพยายามกดหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นสัญลักษณ์กากบาทสีแดงเด่นชัด
"ก็คงต้องติดแหง็กอยู่บนรถคันนี้จนกว่าฟ้าจะสว่างแหละครับ หรือไม่ก็รอให้มีความช่วยเหลือผ่านทางมา ซึ่งดูจากสภาพถนนเส้นนี้แล้ว... โอกาสน่าจะน้อยกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง" ทิศเหนือตอบหน้าตาเฉย เขานั่งพิงเบาะรถ ปรับเบาะเอนลงเล็กน้อยเพื่อความสบาย ก่อนจะหันมามองคนข้างๆ ที่กำลังนั่งตัวเกร็งชิดประตูฝั่งตรงข้าม
พื้นที่ภายในรถที่กว้างขวางในยามปกติ กลับรู้สึกแคบลงถนัดตาเมื่อคนทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้า ความเงียบสงบยามวิกาลทำให้เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของพริมา
"ขยับมานี่หน่อยสิครับ" ทิศเหนือเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"ทำไมฉันต้องขยับด้วย ตรงนี้ก็กว้างดีอยู่แล้ว" พริมาตอบเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"แอร์ฝั่งนั้นมันเสียฮีตเตอร์ไม่ทำงาน คุณไม่ได้ยินเสียงลมฝนข้างนอกเหรอครับ เดี๋ยวก็เป็นปอดบวมตายคาเบาะรถผมพอดี ผมไม่อยากโดนข้อหาฆาตกรรมโดยประมาทหรอกนะ" ทิศเหนือพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความใส่ใจที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนไว้อย่างแนบเนียน
พริมาเม้มปากแน่น ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างจำใจ ความเย็นเยียบจากอากาศรอบด้านทำให้เธอปฏิเสธความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่มไม่ได้เลย
ระยะห่างที่เคยมีนับเมตร บัดนี้เหลือเพียงแค่คืบเดียว ไหล่บางแนบชิดกับอกแกร่ง ทิศเหนือเหลือบมองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังนั่งนิ่งเงียบ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกที่พริมาไม่เคยเห็นมาก่อน
"โกรธผมเหรอครับเรื่องที่กองถ่ายวันนี้" ทิศเหนือเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาผสมผสานกับกลิ่นฝนยิ่งทำให้พริมาสติหลุดลอย
"เปล่า... ฉันไม่ได้โกรธ แต่แค่เหนื่อย" พริมาตอบเสียงแผ่วเบา เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าของทิศเหนือโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดพวงแก้ม
"คุณรู้ไหม... เวลาที่คุณดื้อกับผม มันไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่ปากพูดเลยนะพริมา" น้ำเสียงของทิศเหนือเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วพร่า นัยน์ตาคมกريบสะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนกแต่กลับสร้างคลื่นความร้อนระอุแล่นริ้วไปทั่วสรรพang
พริมานิ่งงัน ลลมหายใจติดขัด สมองขาวโพลนไปหมด เธอยกมือขึ้นจะดันอกอีกฝ่ายออกแต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือบางเอาไว้ รั้งให้เข้ามาชิดแนบอกแกร่งยิ่งขึ้น
"ทิศเหนือ... ปล่อยนะ เราไม่ควร..." คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาประชิดริมฝีปาก ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตากลมโตสั่นไหวด้วยความตื่นตระหนกปนความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า
ทิศเหนือจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยสายตาร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยเรียวไว้มั่น ขณะที่เสียงกระซิบพร่าพร้อมดังชิดริมฝีปาก
"ผมพยายามสร้างระยะห่างระหว่างเรามาตลอด... แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพยายามเท่าไหร่ เส้นกั้นที่เราขีดไว้มันยิ่งเลือนหายไปเรื่อยๆ เลยล่ะครับ..."
ยังไม่ทันที่พริมาจะได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องโดยสารอย่างรุนแรง ขัดจังหวะนาทีวิกฤตหัวใจได้อย่างเฉียดฉิว!
---
*ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอมานะครับ*
- **ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ**
เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง•ตอนที่ 12
เส้นกั้นที่เลือนหาย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับผู้กำกับมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!