คราบไคลของความตายไม่ได้ส่งกลิ่นเหม็นเน่าเสมอไปหรอกครับ บางครั้งมันหอมหวานราวกับดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งท่ามกลางซากศพ ในห้องสอบสวนของกองปราบปรามยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงบนโต๊ะไม้สักขัดมันจนสะท้อนเงาโครงหน้าของ ร.ต.อ.ภาคิน ให้บิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง
สารวัตรหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กำลังจ้องมองแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนด้วยหมึกสีแดง รอยคล้ำใต้ดวงตาของเขาฟ้องชัดถึงการอดนอนหลายคืนติดต่อกัน แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเหนื่อยล้าทางกาย คือความนิ่งงันในแววตาคู่นั้น—แววตาของผู้ชายที่กำลังยอมรับความมืดมิดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจโดยไม่รู้ตัว
เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีทึบมุมห้อง ร่างทรงอิสระไม่ได้แตะต้องเครื่องรางหรือกระดิ่งสำริดในมือเลยแม้แต่น้อย เขากำลังใช้ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นพิจารณาท่วงท่าของภาคิน ราวกับกำลังผ่าตัดสมองของนายตำรวจหนุ่มทีละส่วนด้วยมีดผ่าตัดทางจิตวิทยา
"คุณกำลังมองหาฆาตกรในกระจกเงาหรือครับสารวัตร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงนั้นเจือความเย้ยหยันจางๆ แต่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ภาคินชะงักมือที่กำลังถือปากกา ปลายปากกาลอยค้างอยู่เหนือกระดาษรายงาน เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงก่อนจะแย้มยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่เรย์ไม่เคยชอบใจเอาเสียเลย มันไม่ใช่รอยยิ้มของพิทักษ์สันติราษฎร์ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เริ่มพึงพอใจในกลิ่นเลือดของเหยื่อ
"ผมกำลังมองหาความจริง เรย์" ภาคินตอบเสียงเรียบ ประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางความคิด "ความจริงที่กฎหมายและวิทยาศาสตร์ของคุณปฏิเสธที่จะมองเห็น"
"ความจริง หรือความกระหายที่จะแก้แค้นกันแน่ครับ" เรย์ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาโต๊ะทำงานราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ "ผมอยู่กับวิญญาณและแรงอาฆาตมาทั้งชีวิต ผมดูออกว่าเงาในกระจกของใครกำลังเปลี่ยนสี... ของคุณตอนนี้ มันดำสนิทจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของมนุษย์แล้ว"
ภาคินไม่หลบสายตา เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหבריษายและเย็นเยียบ "คุณคิดว่าผมกำลังกลายเป็นฆาตกรอย่างไอ้พวกนั้นงั้นรึ? คุณคิดว่าผมจะใช้วิธีสกปรกๆ แบบเดียวกับที่มันพรากคู่หูผมไป?"
"ผมไม่ได้พูดสักคำว่าคุณจะทำตามวิธีของมัน" เรย์หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันผ่านระยะห่างที่ใกล้เข้ามา "แต่ผมกำลังบอกว่า... คุณกำลังสนุกกับอำนาจในการตัดสินความเป็นความตายของคนอื่น คุณอยากให้มันทรมานก่อนตายเหมือนกับที่ผมเห็นในนิมิตเมื่อคืนนี้... ใช่ไหมครับสารวัตร"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสอบสวนอีกครั้ง บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของนายตำรวจหนุ่ม ภาคินจ้องลึกลงไปในดวงตาของเรย์ เขากำลังค้นหาความหวาดกลัวหรือความลังเลในตัวอีกฝ่าย แต่พบเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนเงาความมืดของตัวเขาเอง
มือของภาคินสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเขาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารลับที่เพิ่งถูกส่งมาเมื่อช่วงหัวค่ำ มันเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ผู้กำกับการสั่งให้เก็บเงียบ
"ถ้าคุณคิดว่าผมบ้า... ทำไมคุณยังนั่งอยู่ตรงนี้ล่ะเรย์" ภาคินกระซิบ เสียงแหบพร่าแต่เฉียบคมบาดลึก "ทำไมคุณไม่เดินออกไปแล้วฟ้องผู้บังคับบัญชาของผมเสียตอนนี้เลย"
เรย์ไม่ตอบทันที เขายื่นมือเรียวยาวออกไปแตะที่มุมซองเอกสารนั้น ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบา ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากปลายนิ้วของร่างทรงเข้ามาสู่ผิวเนื้อของนายตำรวจหนุ่ม ราวกับกระแสไฟฟ้าสถิตที่ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นขึ้น
"เพราะผมอยากรู้เหมือนกันครับ..." เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของภาคิน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอของนายตำรวจหนุ่ม "...ว่าระหว่างวิญญาณชั่วร้ายในคดี กับปีศาจที่กำลังเติบโตในใจคุณ ใครกันที่จะลุกขึ้นมาฆ่าล้างบางพวกมันได้หมดจดกว่ากัน"
ก่อนที่ภาคินจะได้ตอบโต้ ประตูห้องสอบสวนก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของหมวดวิชาญ นายตำรวจลูกน้องคนสนิทที่มีสีหน้าตื่นตระหนกจนเหงื่อท่วมกาย
"สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." วิชาญหอบหายใจตัวโยน "เราเพิ่งได้รับรายงานจากโรงพยาบาลสนาม... ศพของเหยื่อรายล่าสุดที่เพิ่งผ่าพิสูจน์ไปเมื่อตอนเย็น... มัน... มันหายไปจากห้องดับจิตครับ!"
ภาคินผุดลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพเข้าแทนที่ความขัดแย้งทางจิตวิทยากับเรย์ในเสี้ยววินาที
"หายไปได้ยังไง รปภ. หรือกล้องวงจรปิดล่ะว่าไง?" ภาคินถามเสียงเข้ม แววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นนักสืบผู้ปราดเปรื่องอีกครั้ง
"ไม่มีร่องรอยการงัดแง่ะ กล้องวงจรปิดทุกตัวดับลงพร้อมกันในช่วงเวลาตีสองตรงพอดี..." วิชาญกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแตกให้สารวัตรดูภาพนิ่งจากกล้องตัวสุดท้ายที่จับภาพได้ "แต่สิ่งที่ทิ้งไว้บนเตียงชันสูตร... คือรอยสลักสัญลักษณ์ไสยเวทโบราณแบบเดียวกับที่เรย์เคยเตือนเรา... และที่สำคัญที่สุด..."
วิชาญชะงักไปครู่หนึ่ง ปรายตามองเรย์ด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะเงยหน้าสบตาภาคินตรงๆ
"...บนผนังห้องดับจิต มีการเขียนข้อความด้วยเลือดสดๆ เป็นชื่อของสารวัตร... ข้อความที่บอกว่า *'มึงคือร่างทรงคนต่อไป'* ครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดและจิตใจอันซับซ้อนของตัวละครด้วยกันนะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 24
ในกระจกสะท้อนเงา
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!