ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 25

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยามวิกาล ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ร.ต.อ. ภาคิน ปลดเซฟปืนพกสั้นประจำกายอย่างเงียบเชียบ นิ้วชี้ทาบไปตามโครงปืนเพื่อควบคุมสัญชาตญาณดิบของตนเอง สายตาคมกราบกรานมองลอดช่องหน้าต่างเหล็กดัดที่ผุกر่อนไปยังลานโล่งด้านนอก แสงจันทร์สลัวทาบทับโครงร่างของตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่เรียงรายสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต "คุณกำลังเล่นกับไฟ ภาคิน" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากมุมมืดด้านหลัง เรย์ยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือยที่หลุดล่อนเป็นแผ่น ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกฮู้ดมองสารวัตรหนุ่มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "และคนที่ถือไม้ขีดไฟ ไม่ใช่คุณ... แต่เป็นมัน" "ถ้าเราไม่ยอมเดินเข้าสู่กองเพลิงที่มันจุดขึ้น เราก็ไม่มีวันรู้ว่าใครคือคนสุมฟืน" ภาคินตอบเสียงเรียบโดยไม่หันกลับไปมอง "เหยื่อล่อชั้นดีต้องมีความหอมหวานพอที่จะทำให้ไอ้หมาป่าหิวโซยอมโผล่หัวออกจากรู" "เหยื่อล่อที่คุณพูดถึง... หมายถึงสำนวนคดีปลอมที่คุณจงใจทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน หรือหมายถึงตัวคุณเองที่ยอมเอาศีรษะเข้าไปแขวนไว้บนเส้นด้ายกันแน่ครับ" เรย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องในความเวิ้งว้าง "อย่าลืมว่าไสยเวทไม่ได้เล่นสนุกกับความโลภของมนุษย์ แต่มันเล่นกับ 'ความกลัว' และคุณกำลังแสดงความกลัวให้ออกมาทางรอยหยักของสมองทุกตารางนิ้ว" ภาคินหันขวับกลับมาเผชิญหน้า แววตาของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการอดนอน แต่ในขณะเดียวกันก็ลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น มือหนาเอื้อมไปกระชากปกเสื้อของร่างทรงอิสระอย่างแรงจนอีกฝ่ายขยับเข้าไปชิด "ผมไม่มีเวลามาเถียงเรื่องศีรษะของผมกับคุณ เรย์" ภาคินเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน "ในเมื่อคุณบอกว่ามันกำลังมองเราอยู่ งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นทีว่า สิ่งที่คุณสัมผัสได้มันแม่นยำกว่ากระสุนในรังเพลิงของผม" เรย์ไม่แม้แต่จะหลบสายตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ มือเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาแตะข้อมือของภาคินที่กำเสื้อตนเองไว้ แรงบีบเพียงเล็กน้อยกลับทำให้สารวัตรหนุ่มรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านผ่านผิวหนัง "ปล่อยมือซะสารวัตร... เพราะเสียงฝีเท้าแรกไม่ได้มาจากทิศทางที่คุณกำลังเล็งปืนอยู่" สิ้นคำกระซิบนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกดูดกลืนออกไปจนหมดสิ้น เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานไปกับเสียงหรีดหิวของสายลมยามดึกที่ลอดผ่านโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิม ที่ลานด้านนอก... เงาดำร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าบูทหนังย่ำลงบนพื้นกรวดดัง *กรอบแกรบ* สะท้อนก้องเข้ามาในโสตประสาท ภาคินผละมือออกจากเสื้อของเรย์ในเสี้ยววินาที ร่างสูงเพรียวพุ่งตัวแนบชิดกำแพงปูนใกล้ช่องหน้าต่าง สายตาสอดส่องผ่านศูนย์เล็งปืนอย่างใจจดใจจ่อ หัวใจเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ถูกควบคุมให้อยู่ในกรอบของความเป็นมืออาชีพ แม้ว่าต่อมอะดรีนาลีนจะหลั่งออกมาจนรู้สึกชาที่ปลายนิ้วก็ตาม เงาร่างนั้นหยุดยืนอยู่ตรงกลางลานโล่ง ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาพอให้เห็นเค้าลาง บุคคลปริสนาสวมเสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาวสีเข้ม ฮู้ดคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าครึ่งบนเอาไว้สนิท มือข้างหนึ่งถือวัตถุบางอย่างที่มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสะท้อนแสงวาววับ *มันกำลังทำพิธี... หรือมันกำลังทิ้งหลักฐาน?* ภาคินตั้งคำถามกับตัวเองในใจ เรย์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชิดกัน ลลมหายใจที่รินรดต้นคอของสารวัตรหนุ่มแผ่วเบาราวกับขนนก "นั่นไม่ใช่คนที่จะมาฆ่าคุณ... แต่นั่นคือคนที่จะมา 'ทวงคืน' ของที่อยู่กับคุณ" "หมายความว่ายังไง?" ภาคินถามโดยไม่ละสายตา "สมุดบันทึกหน้าสุดท้ายที่คุณซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน... มันไม่ได้ถูกขโมยไป แต่คุณต่างหากที่จงใจปล่อยให้มันหายไป เพื่อดูว่าใครจะเป็นคนร้อนรนที่สุดที่วิ่งมาหาเหยื่อ" เรย์กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแกมชื่นชม "เกมจิตวิทยาของคุณก็ไม่เลวนี่ครับสารวัตร กล้าเอาหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดมาเป็นเบ็ดตกปลา" "ถ้าปลาไม่กินเบ็ด เราก็ไม่มีทางลากมันขึ้นมาจากน้ำได้ลึกพอที่จะเห็นหน้าตาที่แท้จริงของมัน" ภาคินพูดเสียงลอดไรฟัน "เตรียมตัวให้พร้อม เรย์... เมื่อผมให้สัญญาณ คุณต้องใช้สัมผัสพิเศษของคุณปิดกั้นเส้นทางหนีของมัน ไม่ว่ามันจะเป็นคนหรือสิ่งที่เหนือธรรมชาติก็ตามที" ร่างในชุดโค้ทสีเข้มเริ่มขยับตัวอีกครั้ง มันก้มลงวางวัตถุชิ้นเล็กๆ ลงบนพื้นกรวด ก่อนจะหยิบธูปสามดอกขึ้นมาจุด ไฟแช็กเปล่งประกายสีส้มวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นหอมฉุนของกำยานและเครื่องหอมแปลกประหลาดลอยฟุ้งเข้ามาตามกระแสลมจนทำให้ภาคินต้องขมวดคิ้วมุ่น นั่นไม่ใช่กลิ่นธูปธรรมดา... มันคือกลิ่นของซากพืชเน่าผสมกับยางไม้โบราณที่มักใช้ในพิธีกรรมสะกดวิญญาณ ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นิ้วชี้เหนี่ยวไกปืนเตรียมพร้อม ระยะห่างเพียงแค่ยี่สิบเมตร และแสงจันทร์ที่เปิดโล่ง ทำให้โอกาสนี้มีเพียงครั้งเดียว หากพลาด... แผนการทั้งหมดที่วางไว้หลายสัปดาห์จะพังทลายลงในพริบตา "ตอนนี้แหละ!" ภาคินพุ่งทะยานผ่านหน้าต่างเหล็กดัดที่ผุกร่อน เศษกระจกและสนิมคมกริบบาดเข้าที่แขนเสื้อจนขาดวิ่น แต่ความเจ็บปวดนั้นไร้ความหมายเมื่อเทียบกับเป้าหมายตรงหน้า สารวัตรหนุ่มดีดตัวลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างคล่องแคล่ว ปืนในมือเล็งตรงไปที่ศีรษะของเงาร่างนั้นทันที "หยุดอยู่ตรงนั้น! เจ้าหน้าที่ตำรวจ!" เสียงคำรามก้องกังวานทำลายความเงียบงันของค่ำคืน เงาร่างนั้นชะงักไปชั่วขณะ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะตกใจกลัวอย่างที่ควรจะเป็น มันค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับภาคินอย่างช้าๆ ราวกับจงใจจะเผยโฉมให้เห็น ภายใต้ฮู้ดสีเข้มที่ร่นลง เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดฝาด ดวงตากลวงโบ๋ราวกับถูกควักออกไป แต่สิ่งที่ทำให้ภาคินถึงกับชะงักค้างและลมหายใจสะดุดกึก คือรอยยิ้มที่มุมปากของบุคคลปริศนานั้น รอยยิ้มที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเงาของตัวเอง... "ไง... พี่ภาคิน ไม่คิดเลยนะครับว่าสารวัตรผู้ยึดมั่นในความจริง จะต้องมาติดกับดักที่ตัวเองขุดขึ้นมาฝังตัวเองแบบนี้" เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาทำลายทุกตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่ภาคินยึดถือมาตลอดชีวิต โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เพราะเจ้าของเสียงนั้น... คือนายตำรวจหนุ่มรุ่นน้อง คู่หูคนสนิทผู้ล่วงลับไปแล้วจากเหตุระเบิดเมื่อสามปีก่อน คนที่ภาคินเคยไปยืนไว้อาลัยหน้าหลุมศพด้วยมือของตัวเอง! ก่อนที่ภาคินจะได้เปล่งเสียงอุทานหรือเหนี่ยวไกเพื่อป้องกันตัว แสงไฟสว่างวาบจากไฟฉายแรงสูงสาดส่องมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่วิ่งกรูเข้ามาปิดล้อมโกดังร้างเอาไว้จากทุกสารทิศ "วางอาวุธลงซะสารวัตรภาคิน!" เสียงตะโกนก้องของกองกำกับการพิเศษดังขึ้นท่ามกลางความมืด "คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง และหลักฐานทั้งหมดชี้มาที่คุณ!" ภาคินหันขวับกลับไปมองด้านหลังด้วยความตื่นตระหนก เรย์ที่ควรจะยืนอยู่ข้างกายเมื่อครู่ กลับหายลับไปจากมุมมืดอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่ทิ้งไว้บนพื้นฝุ่นหนา... และสมุดบันทึกหน้าสุดท้ายที่เปื้อนเลือดสดๆ ซึ่งถูกเสียบคาไว้ที่ช่องหน้าต่างเหล็ก โดยมีลายมือของเรย์เขียนทับด้วยหมึกสีแดงฉานประโยคหนึ่งว่า: *เกมนี้... ใครกันแน่คือเหยื่อตัวจริง?* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดและจิตใจอันซับซ้อนของตัวละครด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%