"คุณกำลังเดินลงไปในหลุมที่คนอื่นขุดรอไว้แล้ว... สารวัตร"
เสียงของเรย์ราบเรียบเย็นชา ทว่าดังก้องกังวานอยู่ในห้องสอบสวนร้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอัปยศของความเชื่อโบราณ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันพارโบราณสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของร่างทรงหนุ่ม เผยให้เห็นแววตาที่ยากจะคาดเดา
ร.ต.อ.ภาคิน ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนพิงโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนหมึกและคราบเลือดแห้งกรัง สายตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความจริงทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เขาเชื่อมั่น กับคำเตือนไร้สาระที่มักมีเค้าลางความจริงซ่อนอยู่เสมอ
"หลุมที่ว่า... ผมเป็นคนถือจอบขุดเองด้วยซ้ำ เรย์" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมปลาบปราศจากความหวาดกลัว "ในโลกของคดีความ ไม่มีหมากตัวไหนเดินได้เองโดยปราศจากคนชักใย สิ่งที่ผมสนใจไม่ใช่ว่าใครเป็นคนขุดหลุม แต่คือใครกันแน่ที่เป็นคนถือสัญญาจ้าง"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานที่ดังเป็นจังหวะราวกับนาฬิกามรณะ
เกมจิตวิทยาระหว่างทั้งสองดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าเฉียบคมราวกับคมมีดที่กรีดผ่านผิวหนังโดยไร้หยดเลือด ภาคินรู้ดีว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา รอยสักยันต์โบราณบนศพเหยื่อรายล่าสุด รวมถึงกลิ่นธูปสาบสางที่ยังคงติดตรึงอยู่ในจมูก ล้วนเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามี "บางสิ่ง" ที่เหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในฐานะนายตำรวจผู้ยึดมั่นในเหตุผล เขากลับปฏิเสธที่จะจำนนต่อความงมงาย แม้ว่าเบื้องหลังความงมงายนั้นจะซ่อนความลับที่เขาอยากไขคำตอบมาตลอดชีวิต—ปมในอดีตที่พรากคู่หูไปต่อหน้าต่อตาในคืนเดือนมืดเมื่อหลายปีก่อน
"คุณมั่นใจเหลือเกินนะว่าสิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่า คือความจริงทั้งหมด" เรย์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ร่างบางขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย แสงเงาไหววูบตามเปลวไฟ "วิทยาศาสตร์ให้คำตอบคุณได้ทุกอย่างจริงหรือครับสารวัตร? แม้กระทั่งเสียงกระซิบในหัวยามที่คุณนอนไม่หลับ... หรือเสียงฝีเท้าที่เดินวนอยู่รอบห้องพักของคุณในยามวิกาล?"
คำพูดนั้นสะท้อนเข้าตรงจุดเปราะบางที่สุดในจิตใจของภาคิน สารวัตรหนุ่มชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แววตาไหววับด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกจี้ถูกจุด แต่ภายนอกเขายังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบได้อย่างยอดเยี่ยม
"อย่ามาเล่นจิตวิทยาตื้นๆ กับผม เรย์" ภาคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "เราไม่ได้มานั่งถกกันเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล คุณมีรายชื่อของกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมนี้... ส่งมันมาให้ผมเสียดีๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
เรย์ไม่สะท้านต่อแรงกดดัน กลับเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทายในคราวเดียวกัน
"ถ้าผมบอกว่า... รายชื่อที่คุณตามหาไม่ได้อยู่ในมือของมนุษย์ล่ะครับ?" เรย์กระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "หมากเกมนี้ไม่มีใครคุมหรอกครับสารวัตร... เพราะกระดานนี้มันมีชีวิต และพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือผม ก็เป็นแค่เบี้ยที่กำลังเดินไปสู่ตาจนเท่านั้นเอง"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น ความกดดันพุ่งสูงถึงขีดสุดเมื่อไม่มีใครยอมถอยให้กัน ภาคินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ พยายามค้นหาพิรุธหรือคำโกหกภายใต้ท่าทีเยือกเย็นนั้น แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านนอก เสียงนั้นไม่ได้มาเพียงคนเดียว แต่มันก้าวเข้ามาเป็นจังหวะพร้อมกันหลายคู่ ทิศทางมุ่งตรงมายังห้องสอบสวนร้างแห่งนี้อย่างแม่นยำ ราวกับพวกมันรู้ดีว่ามีใครกำลังรออยู่ข้างใน
ภาคินชักมือเข้าหาซองปืนพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบหันไปมองประตูไม้ผุพังที่ปิดสนิท ขณะที่เรย์ค่อยๆ หันขวับไปมองเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างแตกๆ
บนกระจกบานนั้น ปรากฏเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังยืนยิ้มเยาะมองตรงมาที่พวกเขาจากความมืดมิดด้านนอก และในวินาทีที่เงาร่างนั้นยกมือขึ้นเคาะกระจกสามครั้งติดต่อกัน... ไฟทุกดวงในตึกร้างก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ทิ้งให้ทั้งสองจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงลมหายใจของกันและกัน
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลิ่นอายไสยเวทกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 18
หมากเกมนี้ใครคุม
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!