กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งป่าผสมกำยานจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องรับรองชั้นสองของคฤหาสน์ตระกูลบูรพา ทว่าสำหรับคนที่มีประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์อย่างเรย์ กลิ่นนี้ไม่ได้ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย มันคือกลิ่นอายของเมรัยเคลือบยาพิษ—หอมหวาน ยั่วยวน และพร้อมจะปลิดชีพเหยื่อได้ทุกเมื่อหากเผลอไผล
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายมาก, ท่านรองอธิบดี"
เสียงทุ้มต่ำของ ร.ต.อ. ภาคิน ดังขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรหนุ่มยืนกอดอกพิงบานหน้าต่างไม้สักทอง สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนความเย็นชาและไม่ไว้วางใจอย่างปิดไม่มิด เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "ดร.อัศวิน" รองอธิบดีกรมศิลปากรผู้ทรงอิทธิพล ชายวัยห้าสิบเศษผู้มีเส้นผมสีดอกและแววตาพราวระยับราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
ดร.อัศวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับตำรวจมือปราบและหมอผีอิสระผู้กุมความลับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
"เกมหรือครับ? ผมเกรงว่าคุณสารวัตรจะใช้คำผิดไปเสียหน่อย..." ดร.อัศวินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระเบื้องเคลือบ เสียงกระทบกันเบาๆ ก้องกังวานในความเงียบ "นี่ไม่ใช่เกม แต่มันคือระเบียบวิธีทางประวัติศาสตร์ สิ่งที่พวกคุณเรียกว่า 'ไสยเวทมืด' ในสำนวนคดี แท้จริงแล้วมันคือรากเหง้าอันชอบธรรมที่เราจำเป็นต้องบูชา เพื่อให้โครงสร้างอำนาจนี้ยังคงดำรงอยู่... คุณเข้าใจความหมายของคำว่า 'เสียสละเพื่อส่วนรวม' บ้างไหมครับ สารวัตร?"
ภาคินขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก สัญชาตญาณนักสืบของเขาบอกว่าชายคนนี้ไม่ได้กำลังแก้ตัว แต่กำลัง "ควบคุมเกม" ทางจิตวิทยา
"ส่วนรวมของท่าน หมายถึงเครือข่ายผลประโยชน์บนคราบเลือดของเหยื่อสาวสามรายสินะครับ" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนทนาราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "หลักฐานในสมุดบันทึกโบราณและรอยสักไสยเวทที่ข้อมือของศพ ชี้ตรงมาที่มูลนิธิอนุรักษ์โบราณวัตถุของคุณอย่างปฏิเสธไม่ได้ คุณใช้คราบความรู้บังหน้า เพื่อปิดบังพิธีกรรมสังเวยวิญญาณแลกกับอิทธิพลทางการเมือง... ผมว่าหลักฐานแค่นี้ก็เพียงพอจะออกหมายจับได้แล้วกระมัง"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ เรย์ที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องมานานก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาสองชั้นหลุบลงต่ำเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้นสบตากับดร.อัศวินตรงๆ ราวกับจะทะลุผ่านเปลือกนอกเข้าไปอ่านความโลภในจิตวิญญาณ
"คุณไม่ได้กลัวตำรวจหรอก, ดร.อัศวิน..." เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยือก จนทำให้อีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ "สิ่งที่คุณกลัว... คือความลับในห้องใต้ดินต่างหาก สิ่งที่คุณพยายามซ่อนมันไว้ใต้พื้นไม้สักตรงนั้น ไม่ใช่แค่โบราณวัตถุผุพัง แต่มันคือ 'บางสิ่ง' ที่คุณควบคุมมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"
รอยยิ้มบนใบหน้าของดร.อัศวินแข็งค้างไปชั่วพริบตา แววตาพราวระยับเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบที่ยากจะซ่อนเร้น แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็กลับมาควบคุมสีหน้าได้อย่างแนบเนียน ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานมือไว้ด้านหลังด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง
"คุณเรย์นี่ช่างจินตนาการสมกับที่เป็นหมอผีเร่ร่อนดีแท้นะครับ..." ดร.อัศวินก้าวเข้าไปใกล้เรย์ทีละน้อย กลิ่นน้ำผึ้งป่าลอยเตะจมูกชัดเจนขึ้น "แต่โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเรื่องงมงายพวกนั้น มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและกฎหมาย... และบังเอิญเหลือเกินว่า กฎหมายในประเทศนี้ ยังต้องผ่านมือคนที่ผมรู้จักดีเสียด้วย"
"อำนาจเหรอครับ?" ภาคินก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างดร.อัศวินและเรย์ สายตาสองคู่ปะทะกันดุจประกายไฟกระทบเหล็ก "อำนาจที่ได้มาจากการเหยียบย่ำชีวิตคนอื่น มันก็เป็นได้แค่บัลลังก์ทราย รอเวลาให้คลื่นซัดจนพังทลายเท่านั้นแหละครับ"
"ระวังปากหน่อย สารวัตร!" ดร.อัศวินเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ความอดทนเริ่มร่อยหรอเมื่อเจอความดื้อรั้นที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจของภาคิน "คุณคิดว่าคุณฉลาดและเหนือกว่าคนอื่นงั้นหรือ? ถ้าคุณฉลาดจริง... ป่านนี้คุณคงไม่ต้องมานั่งเสียใจกับอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วกระมัง"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าไปที่บาดแผลลึกในใจของภาคินอย่างจงใจ ร่างสูงชะงักไป กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนัด ความทรงจำสีเลือดของอดีตคู่หูที่ต้องสังเวยชีวิตในคดีลี้ลับผุดขึ้นมาในหัว สมองสั่งให้ระงับอารมณ์ แต่หัวใจกลับเดือดดาลด้วยความโกรธ
เรย์เอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของภาคิน แรงสัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นดึงสติของสารวัตรหนุ่มให้กลับคืนมาสู่ปัจจุบัน เรย์ส่งสายตานิ่งสงบให้ภาคิน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับดร.อัศวินตรงๆ
"อดีตของสารวัตรภาคินอาจจะเป็นแผลเป็น... แต่ความโลภของคุณ กำลังจะกลายเป็นหลุมศพของคุณเองครับ" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าขนลุก "และเชื่อผมเถอะว่า 'สิ่ง' ที่คุณไปปลุกมันขึ้นมาจากความมืด จะไม่ยอมปล่อยให้คุณเดินออกจากคฤหาสน์หลังนี้อย่างแน่นอน"
สิ้นคำพูดของเรย์ อุณหภูมิภายในห้องรับรองก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหนาวประหลาดพัดผ่านช่องหน้าต่างทั้งที่ไม่มีลมภายนอก เปลวไฟจากตะเกียงกำยานสั่นไหววูบวาบก่อนจะดับลงพร้อมกันทั้งหมด ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องในเสี้ยววินาที
ดร.อัศวินผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งเริ่มปรากฏรอยความตื่นตระหนก "นะ...นั่นมันเสียงอะไร?"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับก้อนหินลากถู ดังขึ้นจาก "พื้นห้องใต้ดิน" ที่อยู่เบื้องล่าง—เสียงนั้นไม่ได้เดินด้วยสองขา แต่มันกำลังคลานขึ้นมาตามบันไดไม้ ทีละขั้น... ทีละขั้น... ด้วยจังหวะที่เร่งเร้าและกระหายเลือด
ภาคินชักอาวุธปืนประจำกายออกจากซองทันที สายตากวาดมองความมืดด้วยความระแวดระวัง ในขณะที่เรย์ยกมือขึ้นทำสมาธิ ท่องคาถาบทโบราณเบาๆ เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะพังประตูขึ้นมา
ประตูลับที่พื้นห้องรับรองเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาพยายามพังมันออกมาจากด้านล่าง และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว สลักเหล็กหนาเตอะก็ดีดผึงกระเด็นหลุดออก พร้อมกับมือสีดำคล้ำนับสิบที่เต็มไปด้วยรอยแผลเน่าเฟะ พุ่งทะลวงขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นไม้ คว้าข้อเท้าของดร.อัศวินไว้แน่นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังสะเทือนไปทั่วคฤหาสน์!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลิ่นอายไสยเวทกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 17
กับดักน้ำผึ้ง
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!