กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าในห้องเก็บของสถานีตำรวจภูธรเมือง ลอยอบอวลจนเกือบจะสัมผัสได้ด้วยปลายลิ้น มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รื่นรมย์นัก แต่สำหรับ ร.ต.อ. ภาคิน แล้ว กลิ่นเหล่านี้คือความจริง... ความจริงอันเย็นเยียบที่จับต้องได้ ต่างจากเรื่องเล่าไร้สาระเกี่ยวกับวิญญาณและความเชื่อทางไสยเวทที่เขากำลังเผชิญอยู่
สารวัตรหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอก ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะไม้สักตัวเก่า แสงไฟนีออนสีส้มกระพริบไหวทุกครั้งส่งเสียงฮัมเบาๆ ในความเงียบ นิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไว้ในมือ ดวงตาคมกราบกวาดมองเอกสารคดีเก่าที่ถูกรื้อขึ้นมาเกลื่อนกลาด ภาพถ่ายศพ ร่องรอยการตายที่แพทย์นิติเวชยังคงลงความเห็นว่า "หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน" โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือสารพิษในกระแสเลือด
แต่วิญญาณไม่ได้คิดเช่นนั้น... หรืออย่างน้อยที่สุด คนที่ยืนอยู่มุมมืดของห้องก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น
"คุณกำลังมองหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในสถานที่ ที่วิทยาศาสตร์เอื้อมไม่ถึง สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังขึ้นจากเงาสลัว เรย์ก้าวออกมาจากมุมห้อง แสงไฟสลัวตกกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมคายและนัยน์ตาสีสนิมที่ยากจะคาดเดา ร่างทรงอิสระไม่ได้สวมชุดขาวหรือเครื่องรางใดๆ วันนี้เขากลับสวมเพียงเสื้อโค้ทสีดำสนิท ดูราวกับเงาที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งในห้องนี้
ภาคินไม่หันกลับไปทันที เขายังคงจ้องมองภาพถ่ายใบล่าสุด—ศพของชายวัยกลางคนที่มีเลือดไหลออกจากรูหูทั้งสองข้างโดยไม่มีสาเหตุ
"วิทยาศาสตร์คือความจริงที่พิสูจน์ได้ เรย์" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ปราศจากความโกรธเกรี้ยว "สิ่งที่คุณทำ... มันเป็นแค่จิตวิทยาหมู่และอุปาทาน"
"ถ้ามันเป็นแค่จิตวิทยา ทำไมคุณถึงนอนไม่หลับมาสามคืนติดต่อกันล่ะครับ?" เรย์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาโชยแตะจมูก "ทำไมเสียงกระซิบในหัวของคุณถึงยังคงดังขึ้นทุกครั้งที่คุณอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ... เสียงที่เรียกชื่อคุณ เสียงของคนที่คุณช่วยไว้ไม่ได้ในอดีต"
ร่างของสารวัตรหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อบริเวณกรามขยับเล็กน้อยจากการขบฟันแน่น เขาเกลียดการถูกอ่านใจ... และเขายิ่งเกลียดที่เรย์อ่านมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ภาคินหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ "คุณต้องการอะไรกันแน่ เรย์? เงิน? ชื่อเสียง? หรือแค่ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองเหนือกว่าตำรวจอย่างผม?"
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา "ผมไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น สารวัตร... นอกจาก 'ความยุติธรรม' ในแบบที่กฎหมายของคุณเอื้อมไม่ถึง คนที่ฆ่าเหยื่อเหล่านั้นไม่ได้ใช้มีด ไม่ได้ใช้ปืน แต่มันใช้ 'เสียง' และตอนนี้... เสียงนั้นกำลังตามหาคุณ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเก็บเอกสารชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมของหลอดไฟที่ยังคงทำงาน เสียงหัวใจของภาคินเต้นระรัวอยู่ในอก ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความอึดอัดที่ถูกต้อนจนมุมด้วยความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิตราชการ
เขามองเรย์ พิจารณาตัวตนของชายตรงหน้า... เรย์ฉลาด เย็นชา และเป็นอันตราย แต่วินาทีนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเบาะแสเดียวที่จะพาเขาไปกระชากหน้ากากฆาตกรที่ฆ่าเพื่อนร่วมงานของเขาเมื่อห้าปีก่อน กลับอยู่ในมือของคนๆ นี้
ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะวางบุหรี่ลงบนโต๊ะ เสียงวัตถุกระทบไม้ดังชัดเจนในความเงียบ
"ตกลง" ภาคินเอ่ยเสียงเข้ม แววตาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "เราจะร่วมมือกัน... แต่ภายใต้เงื่อนไขของผม ทุกอย่างต้องมีเหตุผลอธิบายได้ และถ้าผมพบว่าคุณกำลังเล่นตลกอะไรลับหลังผม ผมจะใส่กุญแจมือคุณเป็นคนแรก"
เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏชัดขึ้นอีกนิด "ยุติธรรมดีครับ สารวัตร... แต่จำไว้ว่า บางครั้งความจริงที่คุณอยากได้ยิน อาจจะน่ากลัวกว่าความตายเสียอีก"
เรย์ยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้า ฝ่ามือหนานั้นนิ่งสนิท ภาคินมองมือคู่นั้นชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับ เป็นการทำสัญญาระหว่างสองขั้วความคิด—วิทยาศาสตร์อันเที่ยงตรง และไสยเวทร้ายลึก
ทันทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกัน ความเย็นเยือกแปลกประหลาดก็แล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่ามือของเรย์ ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำที่ไหลผ่านผิวหนังของภาคิน พร้อมกันนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของสารวัตรหนุ่ม...
*...ระวังตัวไว้... มันกำลังยืนอยู่หลังประตู...*
ภาคินสะดุ้งสุดตัว ชักมือกลับโดยอัตโนมัติ หันขวับไปมองประตูเหล็กทึบของห้องเก็บเอกสารที่ปิดสนิท ลมเย็นจัดพัดผ่านข้อเท้าทั้งที่ไม่มีช่องระบายอากาศ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความรู้สึก
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เรย์หันไปมองประตูด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ขณะที่ภาคินชักมือลงไปกุมด้ามปืนพกประจำกายโดยอัตโนมัติ นิ้วโป้งปลดเซฟอย่างไร้เสียง
ประตูห้องเก็บเอกสารค่อยๆ แง้มเปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดของทางเดินด้านนอก และร่างเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังยืนรออยู่ พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวลรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 8
ข้อตกลงลับ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!