ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 7

คืนหลอนในสถานีตำรวจ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"สารวัตร... ถ้าคุณยังเลือกที่จะเชื่อว่าสิ่งที่อยู่ตรงมุมห้องนั้นเป็นแค่ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้า คดีนี้ก็คงไม่ต้องไปต่อแล้วล่ะครับ" น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่งสนิทของเรย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานสารวัตร ภายในสถานีตำรวจย่านชานเมืองที่เวลานี้เงียบสงัดราวกับป่าช้า หลอดไฟนีออนบนเพดานกระพริบถี่ๆ ส่งเสียงฮัมต่ำในลำคอราวกับเครื่องยนต์ใกล้พัง กลิ่นอับชื้นของกระดาษสำนวนคดีเก่าผสมกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนขมปร่าตลบอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ร.ต.อ. ภาคิน ไม่ได้ตอบคำถามทันที เขานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลเคร่งเครียดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังมุมมืดของห้อง—บริเวณที่เงาทึบของตู้เก็บเอกสารทาบทับลงบนผนังปูนซีเมนต์เปลือย ที่ซึ่งเมื่อครู่... เขายืนยันว่าตนเองเพิ่งเห็นเงาดำทะมึนรูปร่างคล้ายมนุษย์ขยับไหว "ผมไม่ได้ตาฝาด เรย์" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตายังคงไม่ละไปจากมุมห้องนั้น "และผมก็ไม่เชื่อเรื่องงมงายที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้ผมเชื่อด้วย ที่นี่คือสถานีตำรวจ มีกล้องวงจรปิด มีเจ้าหน้าที่เข้าออกตลอดเวลา มันจะเป็นไปได้ยังไงที่มี... สิ่งนั้น เข้ามาเดินเล่นอยู่ในนี้" เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิร์ตสีเข้มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นจางๆ ของธูปหอมโบราณลอยละล่องมาแตะจมูก ชายหนุ่มผู้มีสัมผัสพิเศษไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของเขากลับฉายแววเย้ยหยันเล็กน้อยอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า "เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มักจะมีข้อจำกัดเสมอ เมื่อมันต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่มีเครื่องมือวัดค่าได้นะครับสารวัตร" เรย์หยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงแค่เอื้อมมือ "คุณกำลังกลัว... ไม่ใช่เพราะคุณไม่เชื่อ แต่เพราะลึกๆ ในใจ คุณจำได้ต่างหากว่าเงาดำที่คุณเห็นเมื่อครู่ มันคืออะไร และเคยเกิดขึ้นกับใครเมื่อสามปีก่อน" คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามากระชากลิ้นปี่ของภาคินให้หยุดเต้น ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในคืนวันฝนพรำเมื่ออดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของนายตำรวจหนุ่มพยายามปฏิเสธ ทว่าร่างกายกลับตอบสนองด้วยเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผม เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เขาเคยพยายามผลักไสมาตลอดชีวิตราชการ เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง... มันเป็นเสียงเรียกที่แหบพร่าและเย็นเยียบ ลอดผ่านช่องว่างของความเงียบเข้ามาในโสตประสาท *...ภาคิน... ทำไมถึงปล่อยให้ฉันตาย...* "หุบปากซะ เรย์!" ภาคินตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับร่างทรงหนุ่มด้วยความเกรี้ยวกราดที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด คนหนึ่งคือตัวแทนของความจริงอันแข็งกระด้างที่ปฏิเสธความเชื่อเหนือธรรมชาติ อีกคนคือผู้หยั่งรู้ในดินแดนสนธยาที่ใช้จิตวิทยากัดเซาะกำแพงแห่งเหตุผลของอีกฝ่ายจนพังทลาย "ผมไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะคัรบ... หรือว่า... เสียงนั้นมันดังขึ้นในหัวของคุณเองต่างหาก?" เรย์เอียงคอมองเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย "ความผิด and ความกลัว มันคือสื่อกลางชั้นดีที่ทำให้ 'เขา' ตามหาคุณเจอ ไม่ว่าคุณจะหนีไปหลบอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ก็ตาม" ก่อนที่ภาคินจะได้สวนคำพูดเชือดเฉือนใดกลับไป เสียงลมพัดโชกแรงก็ปะทะเข้ากับบานหน้าต่างกระจกของสถานีตำรวจจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งๆ ที่ไม่มีรอยแยกหรือช่องลมใดๆ เปิดอยู่เลย หลอดไฟนีออนกะพริบถี่รัวยิ่งขึ้นก่อนจะดับวูบลงในพริบตา ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัว เหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟฟ้านอกอาคารที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกเงา บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนอย่างไร้ที่มา "ระวังตัวด้วยนะครับสารวัตร ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มาแค่เพื่อทวงถามความยุติธรรม... แต่อยากได้บางอย่างจากตัวคุณไปมากกว่านั้น" เสียงกระซิบของเรย์ดังขึ้นชิดริมหู ทั้งที่ในวินาทีแรกชายหนุ่มยืนอยู่ห่างออกไปหลายก้าว ภาคินชักมือขวาไปแตะด้ามปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความกราดเกรี้ยวและหวาดระแวง เขาหันขวับกลับไปมองยังทิศทางที่เรย์เคยยืนอยู่ แต่ความมืดเบื้องหน้ากลับว่างเปล่า... เรย์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเสี้ยววินาทีที่ไฟดับ "เรย์!" ภาคินตะโกนก้อง เสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินอันมืดมิดของสถานีตำรวจที่ไร้ผู้คน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในความเงียบนั้น... มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ประตูห้องทำงานของเขาเรื่อยๆ *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงลากเท้าที่ลากยาวและเชื่องช้า ราวกับกระดูกข้อต่อพังทลายใกล้เข้ามาทุกที มือหนาของภาคินกระชับด้ามปืนแน่น เหงื่อเย็นเยียบคลุมฝ่ามือ นิ้วชี้แตะอยู่ที่ไกปืนพร้อมเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลา เขาจ้องเขม็งไปยังประตูห้องที่ถูกปิดสนิท เงาดำทึบขนาดใหญ่ทาบทับลงบนกระจกฝ้าของบานประตู มันหยุดยืนอยู่ตรงนั้น... ก่อนที่มือสีขาวซีดไร้เลือดจะยื่นทะลุกรอบกระจกเข้ามา บิดลูกบิดประตูจากด้านนอกอย่างเชื่องช้า ทั้งที่ประตูควรจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาจากด้านใน! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%