ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 10

กลิ่นเลือดและเครื่องราง

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"กลิ่นคาวสนิมเหล็กกับควันธูปอบเชย... เป็นส่วนผสมที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดเวลาที่กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงความโลภของมนุษย์นะครับสารวัตร" เรย์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องใต้ดิน อาคารพาณิชย์ร้างย่านชานเมือง ปลายนิ้วเรียวยาวคีบวัตถุลึกลับขึ้นมาพิจารณาภายใต้แสงไฟฉายคาดหัว เสียงฝนที่โปรยปรายด้านนอกช่วยกลบเสียงความเคลื่อนไหวรอบตัวได้เป็นอย่างดี ทว่าไม่ได้ช่วยลดทอนความตึงเครียดในอากาศลงเลยแม้แต่น้อย ร.ต.อ. ภาคิน ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยร่องรอยการประกอบพิธีกรรมนอกรีต บนพื้นปูนซีเมนต์มีคราบเลือดแห้งกรังเป็นวงกว้าง ล้อมรอบด้วยเศษกระดูกสัตว์และแผ่นยันต์เขียนด้วยหมึกสีแดงฉาน กลิ่นอายความอัปมงคลลอยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนายตำรวจหนุ่มไม่ใช่ความน่ากลัวทางไสยศาสตร์ หากเป็นรอยกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ที่ฝังอยู่บนผนังปูน—ร่องรอยเดียวกับคดีฆาตกรรมอำพรางที่เขากำลังตามล่า "คุณกำลังบอกผมว่า ฆาตกรรายนี้ใช้ทั้งไสยเวทและกระสุนปืนเป็นเครื่องมือในการปลิดชีพเหยื่ออย่างนั้นหรือเรย์" ภาคินถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความสงสัยใคร่รู้ตามวิสัยของนักสืบผู้เชื่อมั่นในตรรกะ เรย์หันมามองสารวัตรหนุ่ม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเย้ยหยันและความเข้าใจในความอ่อนแอของมนุษย์ "วิทยาศาสตร์บอกสารวัตรว่ากระสุนปลิดชีพคนได้ แต่ไสยเวทร่างทรงอย่างผมบอกสารวัตรว่า... ความกลัวต่างหากที่ฆ่าคนก่อนที่กระสุนจะลั่นไก สารวัตรลองดูนี่สิครับ" เรย์โยนวัตถุชิ้นเล็กๆ ลงบนโต๊ะไม้เก่าแก่ตรงหน้าภาคิน แสงไฟฉายสาดส่องกระทบกับวัตถุนั้น มันคือตะกรุดทองคำโบราณสลักอักขระขдіกขรอบ แต่ที่น่าตกใจคือ มีคราบเลือดและเนื้อเยื่อมนุษย์ติดอยู่ภายในรอยต่อ ภาคินขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเข้าไปใกล้เพื่อพิจารณาหลักฐานชิ้นใหม่นี้อย่างละเอียด "ตะกรุดดอกนี้... ถูกถอดมาจากศพของเหยื่อรายล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่ใช่หรือ ทำไมมันถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้" "เพราะที่นี่คือตลาดมืดของความเชื่อไงครับสารวัตร" เรย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา "ที่ที่คนมีอำนาจและเงินตรามายืนซื้อความอุ่นใจ โดยแลกกับชีวิตของคนอื่น เครื่องรางเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องใคร แต่มันสร้างขึ้นเพื่อ 'สะกด' วิญญาณของเหยื่อไม่ให้ตามกลับมาทวงแค้น และเบาะแสชิ้นนี้... ก็กำลังนำเราลึกเข้าไปในเขตพื้นที่สีเทา ที่แม้แต่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างสารวัตรก็อาจจะต้องแปดเปื้อน" ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นกายเฉพาะตัวของร่างทรงหนุ่มเจือจางด้วยกลิ่นอันทราจินต์ ความคิดในหัวของนายตำรวจหนุ่มตีกันยุ่งเหยิง ระหว่างกรอบของกฎหมายที่เขาต้องยึดถือ กับความจริงอันดำมืดที่เรย์กำลังพยายามเปิดโปง "คุณกำลังเล่นกับไฟเรย์ และคุณรู้ดีว่าผมเกลียดการเล่นกับไฟ" ภาคินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่น "ไฟไม่ได้มีไว้เผาทำลายอย่างเดียวนะครับสารวัตร... บางครั้งเราก็ต้องใช้ไฟเพื่อเผาความมืด เพื่อให้มองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่" เรย์ตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังแว่วมาจากบันไดทางขึ้นชั้นบน—เสียงที่ถูกควบคุมให้เบาที่สุด แต่ไม่รอดพ้นจากประสาทสัมผัสของทั้งสองคน เรย์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ส่วนภาคินชักมือออกจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกุมด้ามปืนพกประจำกายโดยสัญชาตญาณ ดวงตาดุดลหนหันไปจ้องมองความมืดเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง บรรยากาศในห้องใต้ดินเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกในชั่วพริบตา เมื่อแสงไฟฉายจากบุคคลปริศนาสาดส่องลงมาจากบันได พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางทางออกเดียวของพวกเขาไว้ และน้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำที่เอמהทักทายออกมาจากความมืด ก็ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบลงทันที "ยินดีต้อนรับสู่เขตหวงห้าม... สารวัตรภาคิน และคุณเรย์ ไม่นึกเลยว่าสุนัขล่าเนื้อทั้งสองตัวจะตามกลิ่นเลือดมาจนถึงรังของผมได้เร็วขนาดนี้" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%