"คุณกำลังใช้เหตุผลของคนเป็น มาตัดสินกติกาของคนตาย... สารวัตรภาคิน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกของเรย์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักโรงแรมม่านรูดเก่าๆ ริมชานเมือง กลิ่นอับชื้นของพรมเก่าและกลิ่นฝุ่นคลุ้งปะปนกับกลิ่นจางๆ ของธูปหอมที่เรย์จุดทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานตัวเล็ก
ร.ต.อ. ภาคิน ไม่ได้หันกลับมามองร่างทรงหนุ่มผู้เป็นคู่คิด เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียดของตนเอง แสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายข้างทางด้านนอกสาดส่องเข้ามาเป็นเงาทอดยาวทาบทับลงบนร่าง นิ้วเรียวยาวของนายตำรวจหนุ่มเคาะลงบนกระจกเป็นจังหวะตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านในอก
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไสยเวทดำมืดกำลังบีบเค้นพวกเขาให้จนมุม หลักฐานทุกชิ้นในสำนวนคดีที่ภาคินพยายามอธิบายด้วยตรรกะทางนิติวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาอาชญากร กลับถูกฉีกทิ้งอย่างไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับร่องรอยของ "อาคม" ที่เรย์เท่านั้นเป็นผู้มองเห็น
"เหตุผลมันไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินความเชื่อ เรย์..." ภาคินหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความท้าทาย "แต่มันมีไว้เพื่อหาความจริง ความจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่คำบอกเล่าว่ามีใครบางคนกำลังเล่นของใส่เรา"
เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ภาคินเกลียดนักเพราะมันมักจะมาพร้อมกับการอ่านความคิดของเขาออกจนทะลุปรุโปร่ง
"ความจริงหรือครับ...?" เรย์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยนัยยะเสียดสี "บางครั้ง ความจริงที่คุณตามหามันอาจจะสั้นกว่าระยะทางที่คมมีดจะพุ่งเข้าปักกลางหลังคุณเสียอีก"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา
ความเงียบที่เคยน่าอึดอัด ถูกแทนที่ด้วยเสียงแปลกประหลาดบางอย่าง มันเป็นเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงกระซิบจากความว่างเปล่า ลอยแว่วมาจากเพดานห้องด้านบน ตามมาด้วยเสียง "ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..." เหมือนมีใครกำลังเคาะไม้เบาๆ เป็นจังหวะประหลาด สามครั้งติด
ภาคินชะงัก สัญชาตญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สั่งให้มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ตโดยอัตโนมัติ สายตาสาดส่องไปทั่วห้องพักอย่างรวดเร็ว
"หนูทดลองเริ่มเดินเข้ากรงแล้วล่ะครับ" เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาที่เคยเยชาบัดนี้ฉายแววระแวดระวังอย่างเต็มพิกัด ร่างทรงหนุ่มหยิบผ้ายันต์เก่าคร่ำคร่าออกจากกระเป๋าเสื้อ
"หมายความว่ายังไง?" ภาคินถามเสียงต่ำ ขยับตัวเข้าไปยืนชิดมุมผนังเพื่อคุมเชิง สายตาจับจ้องไปที่ประตูห้อง
"ไม่ได้หมายความว่าเราเจอเบาะแส..." เรย์หันมามองหน้าสารวัตรหนุ่ม นัยน์ตาสะท้อนแสงไฟสลัว "แต่หมายความว่า... มีคนกำลังมองเราอยู่ และมันไม่ได้มองด้วยตาเนื้อ"
ทันใดนั้นเอง ไฟนีออนกะพริบไหวรุนแรงสองสามครั้งก่อนจะดับลงสนิท ความมืดมิดเข้ากลืนกินห้องพักทั้งห้องในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงไฟสีส้มจากถนนด้านนอกที่ลอดผ่านม่านเข้ามาเป็นลำรางๆ
*ฉับ!*
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นเฉียบพลันพร้อมกับเงาดำมหึมาที่พุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้เสียงเศษกระจกแตกละเอียดกระจัดกระจายราวกับหิมะโปรยปราย แต่ไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ไม่มีร่องรอยของแรงกระแทกจากมนุษย์ มีเพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งขึ้นมาแตะจมูกทันทีที่เงานั้นเหยียบลงบนพื้นห้อง
"หลบ!"
ภาคินตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของเรย์ให้หลุดจากการวิถีพุ่งชนของสิ่งนั้น ปืนในมือถูกชักขึ้นมาเล็งตรงไปยังความมืดเบื้องหน้าทันที
แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า กลับทำให้เลือดในกายของนายตำรวจผู้ยึดมั่นในเหตุผลถึงกับเย็นเฉียบ
ไม่ใช่คน... และไม่ใช่สัตว์
มันคือโครงกระดูกมนุษย์ที่ถูกประกอบขึ้นมาใหม่ด้วยเส้นด้ายสีแดงและตะปูตอกโลงศพ ร่างนั้นเคลื่อนไหวด้วยมุมหักเหที่ผิดธรรมชาติ ข้อต่อทุกส่วนบิดเบี้ยวแต่กลับรวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า ดวงตาสองข้างถูกควักออกแล้วแทนที่ด้วยเหรียญบาทโบราณขึ้นสนิมเขียว
"หุ่นพยนต์อาคม..." เรย์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แต่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด "มันถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาดพยาน... หรือก็คือพวกเรา"
หุ่นกระดูกพุ่งเข้าใส่ภาคินด้วยความเร็วแสง กรงเล็บที่ทำจากเศษไม้ไผ่เหลแหลมคมพุ่งตรงมายังลำคอ
ด้วยสัญชาตญาณของนายตำรวจผ่านศึก ภาคินไม่ลังเลที่จะเหนี่ยวไกปืน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
ประกายไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด กระสุนเจาะเข้ากลางลำตัวของหุ่นพยนต์จนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย แต่ทว่า... มันไม่ยอมหยุด! เศษกระดูกที่หลุดร่วงลงพื้นกลับถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยพลังลึกลับบางอย่าง มันประกอบร่างขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม
"กระสุนทำอะไรมันไม่ได้หรอกครับสารวัตร!" เรย์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังออกมาจากช่องปากของซากกระดูกนั้น "จิตที่ควบคุมมันอยู่ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันอยู่ที่ตัวคนส่ง!"
"แล้วเราจะทำยังไงวะ!" ภาคินสบถออกมาอย่างหัวเสีย นี่เป็นครั้งแรกที่ตรรกะและกระสุนปืนของเขาไร้ความหมายสิ้นเชิง
"ถอยไป!"
เรย์สะบัดข้อมือ ขว้างผ้ายันต์ในมือออกไปปะทะกับร่างของหุ่นพยนต์ พร้อมกับท่องคาถาสsencศัพท์เสียงดังลั่นห้อง แสงสีแดงวาบขึ้นจากผ้ายันต์ เกิดเสียงระเบิดเบาๆ แรงปะทะทำให้หุ่นกระดูกกระเด็นถอยหลังไปชนผนังห้องจนปูนแตกร้าว
"ตามผมมา ทางนี้!" เรย์คว้าแขนภาคินแล้ววิ่งพุ่งตรงไปยังประตูหลังห้องที่เชื่อมต่อกับบันไดหนีไฟทันที
ทั้งคู่พังประตูหนีไฟออกมาสู่ความมืดของบันไดหนีไฟด้านนอก เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งไล่ตามหลังมาติดๆ ไม่ใช่แค่เสียงเดียว แต่มันดังมาจากทั้งด้านบนและด้านล่าง ราวกับว่าพวกเขากำลังถูกต้อนให้จนมุมในเขาวงกต
ภาคินหอบหายใจถี่กระชั้น อะดรีนาลีนหลั่งพล่านไปทั่วร่าง ความหวาดกลัวไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลง แต่กลับจุดไฟความกระหายที่จะกระชากหน้ากากของคนที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้
พวกเขามาหยุดอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ลมยามค่ำคืนพัดปะทะร่างอย่างรุนแรง ท้องฟ้ามืดครึ้มไร้แสงดาว มีเพียงแสงไฟจากเมืองเบื้องล่างที่ทอดยาวสุดสายตา
เรย์ผลักประตูเหล็กดาดฟ้าปิดล็อกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาพิงประตูด้วยความเหนื่อยอ่อน
"คิดว่าสลัดหลุดไหม?" ภาคินถามเสียงหอบ ยกปืนขึ้นเตรียมพร้อม สายตากวาดมองไปทั่วดาดฟ้าโล่งแจ้ง
เรย์ไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พื้นดาดฟ้า ก่อนที่ใบหน้าคมสันจะซีดเผือดลงเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่ง
"เราไม่ได้หนีพ้นหรอกครับสารวัตร..." เรย์พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ภาคินขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไง?"
เรย์ชี้ไปยังพื้นซีเมนต์เบื้องหน้า
ตรงกลางลานดาดฟ้า มีร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งนั่งคุกเข่าหันหลังให้พวกเขาอยู่ ร่างนั้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิท รอบตัวมีเทียนไขสีดำปักอยู่เป็นวงกลม ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากกองขี้เถ้าตรงหน้า ส่งกลิ่นเหม็นเน่าราวกับซากศพที่ตายมาแรมเดือน
และที่น่ากลัวที่สุดคือ... บนพื้นรอบตัวของชายคนนั้น มีรอยเท้าเปื้อนโคลนที่ก้าวเดินวนรอบตัวพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ชายปริศนาค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ถูกกรีดด้วยรอยแผลเป็นลึกน่ากลัว ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิท แต่มุมปากกลับฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
"ยินดีต้อนรับสู่บทสุดท้ายของพวกคุณครับ... ร.ต.อ. ภาคิน" เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกเสียดสีดังลอดออกมาจากลำคอของฆาตกร พร้อมกับที่เงาดำนับสิบสายค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากพื้นรอบตัวเขา กลายเป็นเงาตามตัวที่พร้อมจะกลืนกินวิญญาณของพวกเขาทั้งเป็น
---
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลิ่นอายไสยเวทกับผมในตอนนี้นะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 11
เงาตามตัว
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!