กลิ่นอับของแฟ้มคดีบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าในห้องทำงานสารวัตร มักจะให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับกลิ่นอับในห้องดับจิต ความต่างมีเพียงอย่างเดียวคือ เอกสารเหล่านี้ไม่ได้เก็บรักษาร่างไร้วิญญาณ แต่มันกักขังวิญญาณของผู้ที่ยังมีลมหายใจให้ติดอยู่กับความผิดบาปที่กฎหมายไม่อาจแตะต้อง
ร.ต.อ. ภาคิน ปลดกระดุมเสื้อคอปกเม็ดบนออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมจ้องมองกระดาษแผ่นสุดท้ายในสำนวนคดีที่เพิ่งถูกประทับตราสีแดงฉานคำว่า 'ยุติ' ตัวอักษรสีดำบนกระดาษรายงานสรุปผลการสืบสวนระบุชัดเจนว่า คดีฆาตกรรมต่อเนื่องริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ปิดฉากลงแล้วด้วยความตายของผู้ต้องหาหลัก—ฆาตกรที่เลือกจบชีวิตตัวเองหนีความผิดไปพร้อมกับความลับทั้งหมด
แต่วิญญาณในห้องนี้ไม่มีใครเชื่อถือความสะอาดของตัวอักษรเหล่านั้นเลย
"คดีจบลงตามรูปคดีแล้วนี่ครับ สารวัตร ภาคิน" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีคล้ำ ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลจากเพดาน "ประชาชนได้ความยุติธรรม สื่อมวลชนได้พาดหัวข่าวที่น่าพึง2 พอใจ และกรมตำรวจก็ได้ผู้ปิดคดีมือสะอาด คุณควรจะเปิดไวน์ฉลอง ไม่ใช่มานั่งทำหน้าเหมือนคนเพิ่งเสียศรัทธาในพระเจ้าเช่นนี้"
ภาคินเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยแดงก่ำจากการอดนอนมาหลายคืน เขาแค่น้ำเสียงแหบพร่าในลำคอ
"ความยุติธรรมที่แลกมาด้วยความเงียบของคนตาย ไม่ใช่ความยุติธรรม เรย์... มันคือการซุกขยะไว้ใต้พรม แล้วบอกว่าบ้านหลังนี้สะอาดสะอ้าน"
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำขยับเข้าใกล้หน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาของเขาเอง ด้านนอก ฝนหามรุ่งหามค่ำกำลังซัดสาดลงมากระทบกระจกเป็นระลอก เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำในยามดึกราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของอำนาจมืดที่ยังคงลอย Nวลอยู่ในสังคม
"คุณกำลังพูดถึงหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่หายไปจากห้องเก็บของ หรือกำลังพูดถึงความจริงที่คุณเลือกที่จะมองไม่เห็นกันแน่ครับ?" เรย์ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มร่างโปร่งเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างนายตำรวจหนุ่ม กลิ่นจางๆ ของธูปหอมโบราณและใบชาแห้งลอยกรุ่นออกมาจากตัวร่างทรงหนุ่มราวกับเป็นเครื่องรางประจำกาย "ความจริงบางอย่าง... ต่อให้ขุดขึ้นมาได้ คนเป็นก็ไม่มีปัญญาแบกรับมันไหวหรอกครับ สารวัตร"
ภาคินหันขวับมามองคู่คิดต่างขั้ว สายตาทັງคู่ปะทะกันกลางอากาศราวกับประกายไฟที่กระทบกับน้ำมัน นัยยะทางอารมณ์ระหว่างพวกเขานั้นซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูด สัญชาตญาณของนายตำรวจและสัมผัสพิเศษของร่างทรง ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า คดีนี้ไม่ได้ปิดลงเพราะความจริงปรากฏ แต่ปิดลงเพราะ 'ผู้มีอำนาจ' ต้องการให้มันจบลงตรงนี้ เพื่อรักษาโครงสร้างอันผุพังของระบบที่พวกเขาเกาะกิน
"ผมเป็นตำรวจ เรย์ หน้าที่ของผมคือการไล่ล่าความจริง ไม่ใช่การประนีประนอมกับความชั่วร้ายในคราบนักบุญ" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน
"แล้วถ้าความจริงนั้น มันทำให้คนที่คุณรักที่สุดกลายเป็นปีศาจล่ะครับ?" เรย์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของภาคิน "คุณพร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งที่คุณเคยศรัทธา เพื่อแลกกับกระดาษรายงานคดีที่ไม่มีใครสนใจอ่านแผ่นนั้นจริงๆ หรือ?"
ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงกระหน่ำซัดอย่างไร้ความปรานี ภาคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัว สมองของเขาประมวลผลคำพูดของเรย์อย่างเจ็บปวด ตัวละครสีเทาอย่างพวกเขาไม่ได้ต่อสู้กับคนร้ายที่ถืออาวุธ แต่พวกเขากกำลังต่อสู้กับความบิดเบี้ยวในจิตวิญญาณของมนุษย์ ที่พร้อมจะยอมจำนนต่อความมืดมนขอให้ตัวเองรอดพ้น
"คดีนี้อาจจะปิดในสำนวน..." ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นทีละน้อย "แต่แผลเป็นที่พวกมันทิ้งไว้ในใจของเหยื่อ... จะไม่มีวันจางหายไปไหน และผม... จะไม่ยอมลืมว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้"
เรย์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ยากจะหยั่งถึงความหมาย "ระวังตัวด้วยนะครับ สารวัตร การขุดคุ้ยซากศพขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ บางครั้งสิ่งที่คุณจะได้สูดดมเข้าไป อาจไม่ใช่กลิ่นหอมของความยุติธรรม... แต่มันคือพิษร้ายที่พร้อมจะฆ่าคุณให้ตายทั้งกลม"
ก่อนที่ภาคินจะได้ทันเอιคำตอบโต้ใดๆ เสียงเคาะประตูก็จลังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ—รัว เร็ว และเต็มไปด้วยความร้อนรน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทั้งสองคนหันไปมองประตูห้องทำงานพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ ในยามวิกาลเช่นนี้ และในวันที่คดีปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ ใครกันที่มีธุระด่วนถึงขนาดกล้าบุกมาหาพวกเขากลางดึก
ภาคินส่งสัญญาณมือให้เรย์ถอยไปอยู่ในมุมปลอดภัย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะขยับมือไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างระแวดระวัง
"เข้ามา" ภาคินเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
ลูกบิดประตูหมุนช้าๆ บานประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งในชุดกันฝนเปียกโชก ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และที่สำคัญที่สุด... ในมือที่สั่นเทาของชายชราคนนั้น กำลังถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า ที่มีตราประลับลับสุดยอดของกรมตำรวจ ซึ่งเป็นแฟ้มเอกสารชุดเดียวกันกับที่เพิ่งถูกทำลายทิ้งในห้องประชุมใหญ่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา!
"สารวัตร..." เสียงแหบแห้งของชายชราเอ่ยขึ้นท่ามกลางสายฝนที่สาดส่อง "ผม... ผมนำต้นฉบับจริงมาให้คุณครับ สิ่งที่คุณหากันมาตลอด มันไม่ได้อยู่ในสำนวนนั้น..."
ภาคินและเรย์สบตากันทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลัง เมื่อตระหนักได้ว่า เกมการไล่ล่าที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดแห่งความจริงในบทนี้ด้วยกันนะครับ
*เพชรตาเสือโบราณ*
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 33
ล้างบาปด้วยความจริง
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!