แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกปิดลง เสียงกระทบกับพื้นโต๊ะไม้สักในห้องประชุมกองปราบปรามดังทึบจนกลบเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังคำรามเบาๆ ความเงียบงันที่โรยตัวอยู่รอบโต๊ะยาวตัวนั้นไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือความอึดอัดของความจริงที่หนักหน่วงเกินกว่าจะแบกรับไว้ไหว
ร.ต.อ. ภาคิน ปลดกระดุมเสื้อเชือกคอเสื้อด้านบนออกเล็กน้อย ดวงตาคมกราบกรานมองภาพถ่ายหลักฐานและแผนผังเส้นทางการเงินที่ถูกกางแผ่หราอยู่เบื้องหน้า คดีฆาตกรรมอำพรางไสยเวทที่เคยสั่นประสาทเมืองหลวงมาหลายสัปดาห์ บัดนี้ถูกชำแหละออกจนไม่เหลือชิ้นดี ชื่อของบรรดานักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมอันมืดมนถูกตีแผ่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในเช้าวันนี้ ความวุ่นวายและเสียงกรีดร้องของผู้คนในค่ำคืนก่อนถูกแทนที่ด้วยความโกลาหลระลอกใหม่—ความโกลาหลทางกฎหมายและอำนาจรัฐ
"คุณทำมันสำเร็จแล้ว สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้อง เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวม ตัวเขาสวมเสื้อโค้ทสีเทาเข้มเช่นเคย ดวงตาสีสนิมคู่นั้นมองลอดผ่านกระจกหน้าต่างออกไปเบื้องล่าง ที่ซึ่งฝูงชนและนักข่าวต่างกรูเข้ามารุมล้อมหน้าอาคารเพื่อรอฟังคำแถลงการณ์อย่างใจจดใจจ่อ
ภาคินไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ผ่านการอดนอนมาหลายคืนส่งเสียงลั่นในข้อต่อ ชายหนุ่มเดินไปหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นจิบ ก่อนจะวางมันลงที่เดิมด้วยท่าทางแข็งกร้าว
"มันไม่ใช่ความสำเร็จ เรย์ มันแค่การล้างแผลที่เน่าเฟะออกด้วยกรดเกลือ" ภาคินพูดเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพความเหนื่อยล้า "ทุกคนเห็นความจริงแล้ว แต่มันต้องแลกมาด้วยความศรัทธาที่พังทลายของคนในสังคม คุณคิดว่าคุ้มค่าไหมล่ะกับการที่ผู้คนต้องตระหนักว่าผู้นำที่พวกเขากราบไหว้ แท้จริงแล้วใช้เลือดของมนุษย์แลกมาซึ่งอำนาจ"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย้ยหยันกฎเกณฑ์ของมนุษย์
"คุณยังเชื่อในเรื่องความสะอาดบริสุทธิ์ของศรัทธาอยู่อีกหรือครับ สารวัตร?" เรย์หันมาสบตา ปรายตามองแฟ้มคดีที่ปิดสนิท "มนุษย์เราไม่เคยบูชาเทพเจ้าหรอกครับ พวกเขาบูชาผลประโยชน์ที่เทพเจ้าองค์นั้นบันดาลให้ต่างหาก เมื่อความจริงเปิดเผย พวกเขาก็แค่หาพระเจ้าองค์ใหม่ที่สะอาดกว่ามาแทนที่ วงจรอุบาทว์นี้หมุนวนมานานก่อนที่คุณกับผมจะเกิดเสียอีก"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อประตูห้องเปิดผางขึ้น ผู้กองสาวลูกน้องคนสนิทของภาคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
"สารวัตรคะ... เกิดเรื่องแล้วค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "ทาง ป.ป.ช. และสำนักพุทธฯ เพิ่งได้รับเอกสารลับชุดใหม่ถูกส่งตรงจากนิรนาม มันไม่ใช่แค่เรื่องการฆาตกรรมและไสยเวท แต่มันมีรายชื่อ... รายชื่อของนายตำรวจระดับสูงในกองบัญชาการนี้ ที่มีส่วนพัวพันกับการฟอกเงินจากพิธีกรรมดังกล่าวด้วยค่ะ"
ภาคินขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักสืบพุ่งพล่านขึ้นมาทันที "ใคร?"
"พลตำรวจตรี... ธนาทร ครับ"
ชื่อนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม พล.ต.ต.ธนาทร คือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของภาคิน และเป็นคนที่ลงนามอนุมัติกำลังพลให้ภาคินทำคดีนี้ตั้งแต่เริ่มต้น หากนี่คือความจริง... หมายความว่าผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหลังสุดของการกวาดล้างครั้งนี้ อาจไม่ใช่ผู้ผดุงความยุติธรรม แต่เป็นการหักหลังกันเองภายในองค์กรเพื่อปัดกวาดเสี้ยนหนาม
เรย์ที่นั่งเงียบมาตลอด ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา
"ดูเหมือนว่า 'รุ่งอรุณหลังพายุ' ที่คุณคิดว่าฟ้ากำลังจะเปิด... จะเป็นแค่แสงแรกของพายุลูกใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเสียแล้วนะครับ สารวัตร"
ภาคินไม่เอ่ยคำใด เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สายตาคมกริบมองตรงไปยังแฟ้มคดีบนโต๊ะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่จะดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานของเขา พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นทางการแต่เยียบเย็น
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"สารวัตรภาคินครับ ท่านผู้บัญชาการเรียกพบด่วนครับ" เสียงนายตำรวจยศนายพันจากส่วนกลางดังทะลุกรอบประตูเข้ามา โดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเข้ามาด้วยซ้ำ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดแห่งความจริงในบทนี้ด้วยกันนะครับ
*เพชรตาเสือโบราณ*
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 32
รุ่งอรุณหลังพายุ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!