ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 21

คืนพระจันทร์ดับ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
คราบเขม่าควันธูปยังไม่ทันจางหายจากปลายนิ้ว กลิ่นอายของความตายก็ลอยอบอวลเข้ามาแทนที่อย่างเงียบเชียบ ภายในห้องสืบสวนเล็กๆ ที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเก่า ร.ต.อ. ภาคิน ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษขี้เถ้าสีเทาบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าอย่างใช้ความคิด ดวงตาคมกราบจ้องมองเอกสารสำนวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนด้วยปากกาหมึกสีแดง เส้นทางของร่องรอยไสยเวทไม่ได้นำพาพวกเขาเข้าใกล้ความจริงอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับพาพวกเขาก้าวลึกเข้าไปในเขาวงกตแห่งความบ้าคลั่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง "คุณกำลังคิดว่าตัวเองกำลังไล่ล่าฆาตกรต่อเนื่องธรรมดาอยู่ใช่ไหมครับ... สารวัตร" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังขาดวิ่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นมองตรงมายังภาคินด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความหมาย ภาคินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร เขาถอดหมวกแก๊ปสีเข้มออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะใช้มือเสยผมลวกๆ ความเหนื่อยล้าสะสมฉายชัดอยู่ตามร่องลึกรอบดวงตา แต่แววตาของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในเหตุผลยังคงเต็มไปด้วยความดื้อรั้น "ผมไม่ได้ไล่ล่าฆาตกรธรรมดา เรย์... ผมกำลังไล่ล่าคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังความงงงวยของผู้คนต่างหาก วิทยาศาสตร์อธิบายหลักฐานได้ทุกอย่าง ยกเว้นไอ้พวกที่เชื่อว่าเลือดสามารถล้างบาปได้" ภาคินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองตอบคู่สนทนาอย่างไม่ยอมแพ้ เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เจือความเย้ยหยันจางๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในจิตใจมนุษย์ ร่างทรงหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืน ช้าๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของสารวัตรหนุ่ม กลิ่นจางๆ ของไม้จันทน์หอมลอยมาแตะจมูก "วิทยาศาสตร์บอกคุณว่ากระสุนปืนวิ่งด้วยความเร็วเท่าไหร่และทำลายเนื้อเยื่ออย่างไร... แต่วิทยาศาสตร์เคยบอกคุณไหมครับว่า ทำไมมนุษย์คนหนึ่งถึงยินยอมให้คนอื่นควักหัวใจออกขณะที่ยังมีลมหายใจโดยไม่ส่งเสียงร้องสักแอะเดียว?" เรย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอ "คืนนี้พระจันทร์ดับ... พลังงานดิบในตัวมนุษย์กำลังตื่นขึ้น ฆาตกรไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดหรอกครับสารวัตร แต่มันกำลังนั่งอยู่ร่วมโต๊ะกับความศรัทธาที่เราสร้างขึ้นมาต่างหาก" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ ภาคินไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขารู้ดีว่าเรย์ไม่ได้พูดเพื่อกวนประสาท แต่นั่นคือการเตือนสติในแบบฉบับของอีกฝ่าย—คนที่มองเห็นโลกใบนี้ผ่านรอยต่อของความเชื่อและเหตุผล วิทยุสื่อสารบนโต๊ะส่งเสียงซ่าเบาๆ ก่อนเสียงของหมวดวิชาญ นายตำรวจลูกน้องคนสนิทจะดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำร้อนรน *"สารวัตรครับ! หน่วยลาดตระเวนรายงานเข้ามาพบความเคลื่อนไหวบริเวณโรงงานร้างริมแม่น้ำเก่า มีกลุ่มคนแต่งชุดขาวมากกว่าสิบคนกำลังเดินถือคบเพลิงเข้าไปด้านใน และ... และมีเสียงสวดประหลาดดังออกมาจากที่นั่นครับ!"* ภาคินขมวดคิ้วแน่นในทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าปืนพกประจำกายขึ้นมาตรวจสอบรังเพลิงอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ง* หนักแน่น เป็นสัญญาณเตือนว่าเกมกระดานนี้ได้ขยับเข้าสู่ตาเดินที่อันตรายที่สุดแล้ว "กำลังเสริมล่ะ?" ภาคินเอ่ยถามผ่านวิทยุเสียงเข้ม *"กำลังเดินทางไปสมทบครับ แต่คาดว่าน่าจะอีกสิบนาที"* "ไม่ต้องรอแล้ว เข้าไปตรึงกำลังไว้ก่อน อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามจนกว่าผมจะไปถึง" สารวัตรหนุ่มกดตัดสัญญาณ ก่อนจะหันกลับมามองเรย์ที่หยิบเสื้อโค้ทตัวยาวขึ้นมาสวมทับอย่างใจเย็น "ดูเหมือนว่าพิธีกรรมที่คุณกังวลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะครับ" ภาคินเอ่ยพางหยิบกุญแจรถ เรย์ยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความตื่นเต้นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความสุขุม "ผมบอกคุณแล้ว... คืนเดือนมืด ความมืดไม่ได้มีไว้ซ่อนตัว แต่มันมีไว้เพื่อชำระล้าง ไปกันเถอะครับสารวัตร ก่อนที่เราจะไปไม่ทันเห็นใบหน้าที่แท้จริงของ 'ผู้สร้าง'" รถกระบะตราโล่พุ่งทะยานฝ่าความมืดของถนนสายเปลี่ยว มุ่งหน้าสู่โรงงานร้างริมแม่น้ำเก่าอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมรอบด้านเงียบสงบราวกับป่าช้า ไม่มีแสงไฟจากบ้านเรือนผู้คน มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ถูกเมฆฝนหนาทึบกลืนกินจนแทบไม่เหลือแสงสว่าง เมื่อมาถึงจุดหมาย ภาคินและเรย์ดับเครื่องยนต์และลงจากรถอย่างเงียบเชียบ ทั้งคู่ย่องเข้าไปใกล้โครงสร้างคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามสายลมที่พัดผ่าน ท่ามกลางความมืดมิดนั้น เสียงสวดมนต์ภาษาโบราณที่ฟังดูดรกและชวนขนหัวลุกดังแว่วมาจากโถงกลางของโรงงาน ภาคินส่งสัญญาณมือให้เรย์หลบอยู่หลังเสาปูน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ชะโงกหน้ามองผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด ภาพที่ปรากฏเบื้องล่างทำให้ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดกึก กลางโถงกว้างที่มีวงเวียนอักขระไสยเวทร่างด้วยเลือดสดๆ บนพื้นปูนซีเมนต์ มีร่างของคนกลุ่มหนึ่งในชุดคลุมสีขาวนั่งล้อมรอบแท่นบูชา ตรงกลางนั้น... ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถูกมัดตรึงไว้กับเสาเหล็ก ดวงตาของเธอเบิกโพงไร้ซึ่งแววตาแห่งชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบไม่ใช่สภาพของเหยื่อ หากแต่เป็นร่างของชายชราในชุดพราหมณ์ที่ยืนถือมีดอาคมอยู่เบื้องหน้า—เขาคือคนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วจากคดีเพลิงไหม้เมื่อสามปีก่อน บุคคลที่ภาคินเคยลงมือชันสูตรศพด้วยมือของตัวเอง "เป็นไปไม่ได้..." ภาคินพึมพำกับตัวเองด้วยความตกตะลึง เรย์ที่ก้าวเข้ามาประชิดด้านข้างเงียบๆ ใช้มือเรียวแตะที่ไหล่ของภาคินเบาๆ สัมผัสนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ขณะที่ดวงตาของร่างทรงหนุ่มจ้องมองไปยังบุคคลที่ยืนอยู่เคียงข้างชายชราคนนั้น—เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลที่กำลังปรบมือช้าๆ ท่ามกลางเสียงสวด ชายคนนั้นหันหน้าตรงมายังช่องหน้าต่างที่พวกเขากำลังแอบซ่อนอยู่ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับกล่าวคำพูดไร้เสียง แต่ภาคินกลับอ่านริมฝีปากนั้นออกอย่างชัดเจนทุกพยางค์ *"ยินดีต้อนรับสู่การกลับมา... สารวัตร"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดและจิตใจอันซับซ้อนของตัวละครด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%