กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดิน ณ ชุมชนแออัดริมคลองประเวศฯ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาลง
"คุณกำลังใช้ความอาฆาตมาดร้ายของคนตายมาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ทฤษฎีบ้าๆ ของคุณเอง, เรย์"
เสียงทุ้มต่ำของ ร.ต.อ. ภาคิน เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว แสงไฟฉายแรงสูงในมือสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด นัยน์ตาคมกริบของสารวัตรหนุ่มจ้องมองร่างโปร่งในชุดเสื้อคลุมสีเข้มที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า บนพื้นเบื้องล่างคือร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายที่สี่ในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายไสยเวท สภาพศพถูกจัดวางในท่าทางประหลาด มือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้ด้วยตะปูสังฆวานร และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ดวงตาของเหยื่อถูกควักออกไปอย่างไร้ร่องรอย
เรย์ค่อยๆ หันกลับมา ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสงบนิ่งราวน้ำลึกแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"ทฤษฎีบ้าๆ อย่างนั้นหรือครับ, สารวัตร" เรย์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็ง "สิ่งที่ท่านเรียกว่า 'หลักฐานทางวิทยาศาสตร์' กำลังบอกอะไรท่านบ้างล่ะครับในตอนนี้ ลายนิ้วมือก็ไม่มี ดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุก็ถูกชะล้างด้วยน้ำฝน... สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ คือภาษาที่คนเป็นปฏิเสธจะเข้าใจ แต่คนตายพร้อมจะเอ่ยปากบอก หากท่านยอมเปิดหูฟังให้กว้างกว่ากรอบกฎหมายที่ท่านยึดถือ"
ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวคู่หูหนุ่ม แรงกดดันจากความอึดอัดในจิตใจระเบิดออกมาเป็นความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานานหลายวัน เขาจ้องลึกลงไปในดวงตานั้น ดวงตาที่มักจะมองทะลุปรุโปร่งถึงความอ่อนแอในใจเขาเสมอ
"ผมเป็นตำรวจ, เรย์! หน้าที่ของผมคือการหาตัวฆาตกรมาลงโทษตามกฎหมาย ไม่ใช่การวิ่งตามเสียงกระซิบของวิญญาณเร่ร่อน หรือปล่อยให้ความเชื่อโบราณมาบงการแนวทางการสืบสวน!" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณกำลังเล่นกับความตาย และคุณก็รู้ดีว่าผมเกลียดการสูญเสียมากแค่ไหน"
เรย์ไม่สะทกสะท้านต่ออารมณ์ที่คุกรุ่นของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงกว่าเดิม
"ท่านเกลียดความสูญเสีย หรือท่านแค่เกลียดความจริงที่ว่า... สมองอันปราดเปรื่องของสารวัตรภาคิน ไม่สามารถอธิบายทุกสิ่งบนโลกใบนี้ได้กันแน่ครับ?" เรย์เว้นจังหวะ ปล่อยให้คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจของนายตำรวจหนุ่ม "คดีนี้ไม่ใช่เรื่องของฆาตกรโรคจิตธรรมดา แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรมจากดินแดนที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ถ้าท่านยังมัวแต่มองหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่ที่ไม่มีอยู่จริง เหยื่อรายที่ห้า... ก็คงกำลังรอเวลาที่จะกลายเป็นหุ่นเชิดตัวต่อไป"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงปะทะทางความคิดระหว่างวิทยาศาสตร์อันแข็งกระด้างและไสยเวทอันลึกล้ำ กัดเซาะความสัมพันธ์ของทั้งคู่จนเกิดรอยร้าวที่ยากจะประสาน ภาคินกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความทรงจำอันเลวร้ายจากการสูญเสียคู่หูเก่าในคดีที่ไร้คำตอบผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพหลอน เขาต้องการความจริง ความจริงที่จับต้องได้ ไม่ใช่คำทำนายลอยๆ จากปากของร่างทรงผู้นี้
"พอแค่นี้เถอะ, เรย์" ภาคินพูดเสียงเรียบ แต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยความเจ็บปวด "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ถือว่าเราแยกทางกันทำคดี คุณกลับทางของคุณ ผมจะใช้แนวทางของผมเอง"
เรย์มองสารวัตรหนุ่มด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีร่องรอยของความผิดหวังวาดผ่านประกายตานั้นชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นตามเดิม
"ตามใจท่านครับ, สารวัตร" เรย์กล่าวสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินเลี่ยงไปทางบันไดทางขึ้น "แต่อย่าลืมก็แล้วกัน... ว่าบางครั้ง สิ่งที่เราพยายามวิ่งหนี อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่รอต้อนรับเราอยู่ในตอนจบ"
เสียงฝีเท้าของเรย์ค่อยๆ ห่างหายไป ทิ้งให้ภาคินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความโดดเดี่ยวอีกครั้ง สารวัตรหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด หลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังตีรวน ก่อนจะก้มลงมองศพตรงหน้าเพื่อเริ่มเก็บหลักฐานในแบบของตนเอง
ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหยดน้ำฝนที่รั่วไหลจากเพดาน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะไม้เบาๆ ดังขึ้นจากผนังด้านหลังชั้นวางของเก่าที่ผุพัง ซึ่งควรจะเป็นกำแพงทึบตันเชื่อมกับห้องใต้ดินข้างเคียง
ภาคินชะงัก ร่างกายตื่นตัวโดยสัญชาตญาณ มือขวาละจากกระเป๋าเสื้อกาวน์เพื่อชักอาวุธประจำกายออกจากซองพกข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่ควรจะว่างเปล่าไร้ผู้คน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้น และมีจังหวะจะโคนราวกับจงใจส่งสัญญาณบางอย่าง และก่อนที่ภาคินจะทันได้ก้าวเข้าไปตรวจสอบ แผ่นไม้กระดานผุๆ ตรงหน้าก็เคลื่อนตัวเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับกลิ่นอับของดินปืนและควันธูปโบราณที่พวยพุ่งออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังกำแพง พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่กลิ้งหล่นลงมาแทบเท้าของเขา
สารวัตรหนุ่มก้มลงมองด้วยหัวใจที่เต้นระทึก... สิ่งที่อยู่บนพื้นคือ "นาฬิกาพกโบราณ" ทองเหลืองขึ้นสนิมเขียว ซึ่งเป็นของคู่กายที่คู่หูเก่าของเขาทำหายไปในคืนวันที่อีกฝ่ายเสียชีวิตอย่างปริศนาเมื่อสามปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดและจิตใจอันซับซ้อนของตัวละครด้วยกันนะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 22
รอยร้าวในความเชื่อ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!