เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านโครงเหล็กกล้าของตึกระฟ้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ มันไม่ใช่สายลมธรรมชาติที่อ่อนโยน แต่เป็นกระแสอากาศเย็นยะเยือกที่พัดกระหน่ำมาจากความสูงเกือบร้อยเมตร เหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ ยามวิกาลที่เบื้องล่างเป็นดั่งทะเลแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ตกลงมานอนราบอยู่บนพื้นดิน
ร.ต.อ. ภาคิน ก้าวเท้าเข้าไปบนพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่า รองเท้าหนังคอมแบทของเขาเหยียบย่ำลงบนเศษฝุ่นผงปูนซีเมนต์ที่ปลิวว่อน สายตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งเครียดกวาดมองไปรอบพื้นที่โล่งกว้างของชั้นดาดฟ้า ดนตรีแห่งความตายกำลังบรรเลงขึ้นผ่านกลิ่นอายประหลาดที่ลอยมาปะทะนาสิก กลิ่นธูปเก่าผสมกับกลิ่นคาวสนิมเลือด จางเจือแต่ชัดเจนจนน่าสะพรึงกลัว
"คุณกลัวความสูงไหมครับ, สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า เรย์ยืนอยู่ริมขอบปูนที่ไม่มีแม้แต่แผงกั้นกันตก ร่างทรงหนุ่มในชุดโค้ทสีดำสนิทปล่อยให้ชายเสื้อโบกสะบัดไปตามแรงลม ดวงตาเรียวรีคมกริบมองลงไปยังเบื้องล่างอย่างไร้ความหวาดหวั่น ราวกับว่ามัจจุราชกำลังยืนอยู่ข้างกายและเขากำลังทักทายมันด้วยรอยยิ้ม
ภาคินไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนเหลือเพียงแค่คืบเดียว เบื้องล่างคือความว่างเปล่าที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตที่ตกลงไป นายตำรวจหนุ่มปรายตามองเรย์เพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบนสายตาไปยังใจกลางลานโล่ง ที่ซึ่งร่างของเหยื่อรายล่าสุดถูกตรึงไว้กับโครงสร้างเหล็ก
"ผมไม่ได้กลัวความสูง, เรย์" ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มือล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อซ่อนอาการปลายนิ้วที่กระตุกเล็กน้อยจากความหนับหน่วงในบรรยากาศ "ผมกลัวความจริงที่ว่า... มนุษย์เรามักยอมทำเรื่องบ้าคลั่งที่สุดได้เสมอ เพียงเพื่อแลกกับความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้ต่างหาก"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลม แต่กลับก้องกังวานชัดเจนในโสตประสาทของสารวัตรหนุ่ม
"ความเชื่อคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดครับ, สารวัตร... มันทรงพลังเสียจนสามารถชักใยให้คนผู้หนึ่งปีนขึ้นมาตายบนยอดตึกที่สูงที่สุด เพื่อทำพิธีบวงสรวงสิ่งที่มองไม่เห็น" เรย์เดินช้าๆ เข้าไปใกล้ร่างที่ไร้วิญญาณกลางลานดาดฟ้า ที่นั่น วงเวียนไสยเวทร้ายถูกวาดด้วยเลือดสดๆ ล้อมรอบด้วยกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่เรียงรายตามทิศทั้งแปด "คุณคิดว่าเขาฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรมด้วยอาวุธไสยศาสตร์ล่ะครับ?"
ภาคินเดินตามเข้าไปใกล้ สัญชาตญาณความเป็นนักสืบมือหนึ่งทำงานทันที เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อตรวจสอบสภาพศพ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยกรีดลึกที่หน้าอกและลำคอ ร่องรอยบาดแผลไม่ได้เกิดจากของมีคมทั่วไป แต่มันถูกกรีดด้วยกริชโบราณที่สลักลวดลายอักขระขมขื่น
"คดีนี้ไม่มีร่องรอยการต่อสู้... แต่สภาพศพแสดงถึงความยินยอมพร้อมใจ" ภาคินพึมพำ วิเคราะห์ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับประสบการณ์ที่ผ่านมา "ไม่มีรอยถูกบังคับให้ดื่มยาพิษ ไม่มีรอยรัดที่ข้อมือ เขาเดินขึ้นมาที่นี่เอง... สั่งให้ตัวเองทำตามพิธีกรรม และปล่อยให้เลือดไหลจนหมดตัว"
"ถูกต้องครับ" เรย์ยืนกอดอก มองดูสารวัตรหนุ่มที่กำลังใช้ไฟฉายส่องดูรอยเลือดที่เริ่มแห้งกรัง "เพราะเขา 'ได้ยิน' เสียงเรียก... เสียงที่กระซิบว่าถ้าเขายอมเป็นเครื่องเซ่น ความปรารถนาสูงสุดของตระกูลเขาจะได้รับการปกป้อง"
ภาคินเงยหน้าขึ้นจากศพ ดวงตาคมเข้มมองสบกับเรย์อย่างไม่เกรงกลัว "คุณกำลังจะบอกว่า เสียงปริศนาในคดีนี้... เป็นต้นเหตุเดียวกับที่พรากคู่หูของผมไปเมื่อสามปีก่อนอย่างนั้นสินะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ลมที่เคยพัดโหมกระหน่ำกลับสงบลงอย่างไร้สาเหตุ เหลือเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตึก
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนกว่าทุกครั้ง "บางที... เสียงนั้นอาจจะไม่ได้เรียกแค่คนตายหรอกนะครับ, สารวัตร"
เรย์เว้นจังหวะ เลื่อนสายตาเลยผ่านไหล่ของภาคินไปยังความมืดมิดของบันไดหนีไฟที่ทอดยาวขึ้นมาสู่ดาดฟ้า "แต่มันกำลังรอ... คอยต้อนรับแขกคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ที่กำลังก้าวเท้าขึ้นมาหาเราต่างหาก"
ภาคินขมวดคิ้วฉับ พลันนั้นเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเชื่องช้าก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
มันไม่ใช่เสียงลม แต่มันคือเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังเดินขึ้นบันไดมาทีละก้าว ทีละก้าว... ท่ามกลางตึกร้างที่ควรจะมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลิ่นอายไสยเวทกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 15
พิธีกรรมบนยอดตึก
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!