ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 5

รอยเท้าที่หายไป

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของดินโคลนหลังฝนตก คละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟฉายแรงสูงสีขาวนวลจากมือของ ร.ต.อ. ภาคิน กวาดผ่านซากลังไม้ผุพังและเศษซากอิฐปูน น้ำหนักรองเท้าคอมแบทของเขาเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยคราบน้ำขัง ทุกย่างก้าวมีความระแวดระวังและแม่นยำอย่างนายตำรวจมือปราบผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ทว่าในอกข้างซ้ายของเขากลับมีจังหวะการเต้นที่หนักหน่วงกว่าปกติ—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความหงุดหงิดที่ต้องมาพึ่งพาวิธีการนอกตำราของชายหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังเดินก้าวตามหลังมาติดๆ "คุณเดินช้าเกินไปสารวัตร หรือว่าสัญชาตญาณความเป็นตำรวจกำลังกระซิบให้ถอยหลังกลับ?" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เรย์หยุดยืนอยู่ตรงขอบวงแสงไฟ ร่างสูงในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวต่อบรรยากาศชวนขนหัวลุกแม้แต่น้อย ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตรงไปยังผนังปูนเปลือยเบื้องหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ มากกว่าความหวาดระแวง ภาคินหันขวับกลับมา แสงไฟฉายสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเรย์จนเห็นสันจมูกโด่งเป็นคม สารวัตรหนุ่มกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามกระตุก "ผมไม่ได้กลัวความมืด เรย์ แต่ผมแค่เกลียดการวิ่งไล่เงาที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้... สิ่งที่คุณบอกว่ามันคือ 'ร่องรอย' สำหรับผมมันอาจจะเป็นแค่รอยร้าวของปูนที่เกิดจากความชื้นตามธรรมชาติ" เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงความเหนื่อยหน่ายใจไว้อย่างไม่ปิดบัง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาโชยปะทะนาสิกของสารวัตรหนุ่ม "วิทยาศาสตร์ให้คำตอบได้ทุกเรื่องจริงๆ หรือครับสารวัตร? ถ้าอย่างนั้นช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิว่า ทำไมรอยเท้าของเหยื่อรายล่าสุด ถึงเดินลึกเข้าไปในกำแพงตันๆ โดยไม่มีรอยเดินกลับออกมาเลย... หรือว่าเขาเดินทะลุกำแพงหนาฟุตครึ่งนึงนั่นด้วยทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์ของคุณ?" คำพูดของเรย์ทำให้ภาคินชะงักไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในห้องสอบสวนและแฟ้มคดีฆาตกรรมพิศวงผุดขึ้นมาในหัว เหยื่อคือนักธุรกิจหนุ่มที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะมาพบรองเท้าหนังราคาแพงถูกวางทิ้งไว้หน้าโกดังกะเทาะแห่งนี้ และเมื่อทีมพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ กลับพบรอยเท้าเปียกชื้นที่เดินตรงดิ่งเข้าไปหาผนังปูนทึบด้านในสุด—แล้วก็หายวับไปกับตา ไม่มีทางหนี ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแม้แต่ช่องระบายอากาศที่มนุษย์จะลอดผ่านได้ ภาคินไม่ตอบคำถาม เขาหันหลังกลับแล้วเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังจุดที่เรย์กล่าวถึงทันที ความดื้อรั้นตามประสาคนเชื่อมั่นในเหตุผลผลักดันให้เขาต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตา เมื่อเดินมาถึงผนังปูนด้านในสุด ภาคินยกไฟฉายขึ้นส่องสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วน แสงสีขาวสาดส่องลงบนพื้นคอนกรีตที่มีรอยน้ำและโคลนเลอะเลือนจริงดังว่า รอยเท้าเหล่านั้นเรียงตัวเป็นระเบียบ มุ่งหน้าตรงมาหยุดอยู่ชิดกับผิวผนังปูนที่เย็นเฉียบ ไร้ซึ่งร่องรอยการเลี้ยวกลับ ไร้ร่องรอยการดิ้นรน สารวัตรหนุ่มย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางแตะลงบนคราบโคลนที่แห้งกรังเล็กน้อย เขากวาดสายตามองหารอยขีดข่วน ร่องรอยการงัดแงะ หรือกลไกประตูลับตามแบบฉบับอาคารโบราณ ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้มีเพียงความเรียบเนียนและเย็นยะเยือกของปูนซีเมนต์ผสมหินกรวด "เจออะไรไหมครับท่านสารวัตร หรือว่าเจอทางตันทั้งในแง่ของคดี... และในแง่ของตรรกะ?" เรย์เดินตามมาหยุดยืนอยู่ข้างกาย ร่างสูงก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าห่างจากไหล่ของภาคินเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวและลมหายใจอุ่นที่รินรดทำให้สารวัตรหนุ่มต้องเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก "มันต้องมีกลไกอะไรสักอย่าง โกดังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโลก มันอาจจะมีอุโมงค์ลับใต้พื้นดิน หรือผนังอาจจะทำเป็นบานพับหมุนได้" ภาคินเอ่ยเสียงเรียบพยายามกลบเกลื่อนความหงุดหงิดในน้ำเสียงของตนเอง "ลองมองด้วยตาเปล่าสิครับ อย่ามองด้วยอคติ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม มือเรียวยาวเอื้อมออกไปแตะบนผนังปูนตรงจุดที่รอยเท้าสุดท้ายหยุดอยู่ นิ้วเรียวของเรย์ลูบไล้ไปตามผิวปูนขรุขระราวกับกำลังสัมผัสอักษรเบรลล์ "สิ่งที่คุณกำลังตามหา ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน แต่มันกำลังมองพวกเราอยู่จากที่ที่สูงกว่า... และมันไม่ได้ถูกสร้างด้วยฝีมือช่างปูน" ภาคินขมวดคิ้วมุ่น เงยหน้าขึ้นมองตามปลายนิ้วของเรย์ แสงไฟฉายสาดขึ้นไปบนผนังเบื้องบน สูงจากพื้นราวสองเมตร ท่ามกลางความมืดและคราบหยากหย่ายเกาะกัง มีบางสิ่งสลักอยู่บนเนื้อปูน—รอยขูดขีดลึกที่ถูกกรีดด้วยของมีคม รอยเส้นสายที่ถักทอเข้าหากันจนกลายเป็นสัญลักษณ์ประหลาดที่สารวัตรหนุ่มไม่เคยพบเห็นมาก่อนในตำราสืบสวนสอบสวนเล่มไหน มันไม่ใช่เครื่องหมายทางราชการ ไม่ใช่สัญลักษณ์แก๊งอาชญากรรมท้องถิ่น และไม่ใช่รอยขีดเขียนอย่างไร้ความหมาย วงกลมซ้อนทับกันสามชั้น ตรงกลางมีรูปดวงตาที่ไม่มีเปลือกตา ดวงตากลมโตไร้แววถูกล้อมรอบด้วยอักขระโบราณที่บิดเบี้ยวคล้ายภาษาขอมผสมผสานกับอักษรภาพลึกลับที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้เมื่อจ้องมองนานๆ บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามาทางช่องลมทั้งที่ข้างนอกไม่มีลมพัด "นี่คืออะไร..." ภาคินพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว สติสัมปชัญญะส่วนลึกบอกเขาว่าสัญลักษณ์นี้มีความเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เขากำลังตามล่า แต่มันกลับเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวไสยเวทมืดมนที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิต เรย์ยืนนิ่งเงียบ ดวงตาคมกราบมองสัญลักษณ์นั้นนิ่งสนิท รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมจริงจังที่หาได้ยาก "มันไม่ใช่สัญลักษณ์สำหรับสาปแช่งหรอกครับสารวัตร... แต่มันคือ 'ประตู'" "ประตู?" ภาคินทวนคำ หันขวับมามองหน้าคู่คิดหนุ่ม "ประตูไปไหน ในเมื่อมันเป็นแค่ผนังปูนตันๆ!" "ประตูที่เชื่อมระหว่างโลกของคนเป็น... กับโลกของคนที่ถูกลืม" เรย์หันมาสบตาโตเต็มตา แววตาสีเข้มฉายแวววับประหลาดในแสงไฟสลัว "และดูเหมือนว่า... เจ้าของรอยเท้านี้ จะไม่ได้แค่เดินเข้าไปเฉยๆ แต่เขากำลังถูก 'ลาก' เข้าไปโดยบางสิ่งที่อาศัยอยู่หลังกำแพงนี้" ก่อนที่ภาคินจะได้ทันเอ่ยปากแย้งหรือตั้งคำถามใดๆ กลับมีเสียงประหลาดดังขึ้นจากด้านในเนื้อผนังปูน—เสียงขูดขีดเบาๆ คล้ายเล็บมือมนุษย์กำลังตะกุยคอนกรีตจากอีกด้าน ตามมาด้วยเสียงกระซิบแหบพร่า ฟังไม่ได้ศัพท์แต่เย็นเยียบจนขนลุกซู่ แว the air pressure ภายในโกดังลดฮวบลงจนแก้วหูอื้ออึง ภาคินชักมือกลับจากผนังโดยอัตโนมัติ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยสูงสุด ดวงตาคมกวาดมองไปรอบตัวท่ามกลางความมืดมิดที่ดูเหมือนจะขยับเข้ามาโอบล้อมพวกเขาแน่นขึ้นทุกที เรย์ไม่ได้ชักอาวุธใดๆ ออกมา ชายหนุ่มเพียงแค่ยกมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "ระวังให้ดีนะครับสารวัตร... ดูเหมือนว่าสิ่งที่เรากำลังตามหา ได้กลิ่นความสงสัยของคุณเข้าแล้ว" *คลิیک!* เสียงโลหะกระทบกันดังแผ่วมาจากมุมมืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร พร้อมกับแสงไฟฉายอีกดวงหนึ่งที่สาดวาบตัดความมืดเข้ามาตรงหน้าพวกเขาอย่างกะทันหัน เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนดักขวางทางออกเดียวของโกดังไว้... ร่างนั้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มฮู้ดคลุมศีรษะมิดชิด และในมือข้างหนึ่งกำลังถือวัตถุโลหะบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟวับวาว ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%