กลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมกับหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบหลังคาเรือนไม้สักทองอายุเกือบศตวรรษในย่านตึกเก่า ทำให้บรรยากาศภายในห้องสมุดลับใต้ถุนเรือนอบอวลไปด้วยความอึดอัด คล้ายออกซิเจนในห้องกำลังถูกสูบออกทีละน้อย
แสงสลัวจากะเกียงโบราณสะท้อนโครงหน้าคมคายของ ร.ต.อ. ภาคิน ที่กำลังใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างระมัดระวัง ดวงตาคู่คมจดจ้องตัวอักษรลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคมบนเอกสารราชการลับที่ถูกซ่อนไว้ในซอกลับของตู้เอกสารเหล็กกันไฟ
"คุณกำลังมองหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในสิ่งที่กฎหมายและวิทยาศาสตร์ไม่อาจเอื้อมถึงนะครับ สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เรย์ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาคมปลาบจับจ้องท่าทีของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในความจริงเชิงประจักษ์ ร่างทรงหนุ่มไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ แต่ระยะห่างราวมترครึ่งนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทั้งสองต่างรู้ดีว่าไม่มีใครยอมใคร
ภาคินไม่เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เขายังคงไล่สายตากวาดอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น "หลักฐานก็คือหลักฐาน เรย์ ไม่ว่ามันจะถูกเขียนขึ้นด้วยหมึกชนิดใด หรือซ่อนไว้ลึกแค่ไหน ความจริงย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ... เหมือนคดีเมื่อยี่สิบปีก่อน ที่บันทึกประจำวันของโรงพักนี้ระบุไว้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย"
"แล้วคุณเชื่อบันทึกแผ่นนั้นจริงๆ หรือครับ?" เรย์เลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันแบบที่มักทำให้ภาคินนึกฉุนในใจ "ตำรวจอย่างคุณมักเลือกเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากอธิบายได้ มากกว่าความจริงที่น่ากลัวกว่านั้น... ลองพลิกไปด้านหลังแผ่นนั้นสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงบอกว่า บางคดี... ยิ่งยาวยิ่งตาย"
ภาคินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอารมณ์ความหงุดหงิดที่เรย์มักจี้ใจดำได้อย่างแม่นยำเสมอ นิ้วเรียวพลิกกระดาษแผ่นเก่าที่เหลืองกรอบตามกาลเวลาพลิกกลับด้าน
ข้อความที่ปรากฏไม่ได้เขียนด้วยลายมือเดียวกัน มันคือบันทึกเพิ่มเติมด้วยหมึกสีแดงเข้มที่จางลงตามกาลเวลา แต่ลายมือนั้น... คุ้นตาอย่างประหลาด เป็นลายมือที่เขาเคยเห็นในแฟ้มคดีล่าสุดของเหยื่อรายปัจจุบัน
*‘มันไม่ได้จบลง... มันเพียงแค่รอเวลาสืบสันดาน’*
ข้อความสั้นๆ แต่เย็นเยียบวิ่งพล่านผ่านไขสันหลังของนายตำรวจหนุ่ม ภาคินชะงักค้างไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและข้อเท็จจริงกลับสะดุดกึก ภาพเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อนที่เขาเคยเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ ในละแวกนั้นผุดขึ้นมาในหัวรางๆ เหตุการณ์ไฟไหม้บ้านตระกูลเก่าและการตายอย่างปริศนาของอดีตนายตำรวจใหญ่ ซึ่งก็คือพ่อของเขาเอง
"คุณรู้อยู่แล้ว..." ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความเคืองโกรธ "คุณรู้ว่าเอกสารชุดนี้ซ่อนอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก ทำไมถึงพาผมมาที่นี่ เรย์? คุณต้องการอะไรกันแน่"
เรย์ผละออกจากผนังห้อง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟสลัว ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มทิ้งเงาทอดยาวบนพื้นไม้เก่า เขาสบตาตำรวจหนุ่มนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อแววตาดุดันที่พร้อมจะพุ่งเข้าใส่
"ผมไม่ได้พาคุณมาเพื่อไขคดีฆาตกรรมธรรมดาหรอกครับสารวัตร" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนที่ทุบลงกลางใจ "ผมพาคุณมาเพื่อดูว่า... คุณจะกล้าพิจารณาความผิดของตัวเองในอดีตชาติ หรือตระกูลของตัวเอง... ที่อาจเป็นต้นเหตุของเสียงเรียกที่คอยหลอกหลอนคุณอยู่ทุกค่ำคืน"
บรรยากาศในห้องสมุดใต้ถุนเรือนเงียบงันลงทันที เสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบกระจกด้านนอกกลายเป็นเสียงเดียวที่เหลืออยู่ ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะจับต้องได้ ภาคินกำกระดาษในมือแน่นจนมุมกระดาษยับยู่ยี่ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความโกรธและคำถามมากมายที่ตีรวนอยู่ในอก
ก่อนที่ภาคินจะได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำใด เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากบันไดไม้ด้านบนก็ทำลายความเงียบนั้นลง เสียงฝีเท้าที่ไม่มีควรจะเกิดขึ้นในบ้านร้างที่ถูกปิดตายหลังนี้!
ทั้งสองคนหันขวับไปมองทางบันไดมืดมิดทันที
เงาดำทะมืดร่างหนึ่งกำลังก้าวเดินลดเลี้ยวลงมาตามขั้นบันไดทีละก้าว... พร้อมกับกลิ่นอายธูปหอมประหลาดที่ลอยมาแตะจมูก รุนแรง และคุ้นเคยเกินทน
เรย์หรี่ตาลงทันที กระซิบเสียงเบาหวิวด้วยสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก "มันไม่ได้มาหาเรา... แต่มันมารับของที่มันเคยทิ้งไว้ต่างหากครับ"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลิ่นอายไสยเวทกับผมในตอนนี้นะครับ
ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 13
ความลับของตระกูลเก่า
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!