เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจรกั้นเสียงดังปัง สะท้อนความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดจนอากาศในสตูดิโอห้อง A แทบจะลุกเป็นไฟ คีย์ ธันวา เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งของศิลปินอินดี้ตัวแสบที่ยังคงลอยชายพิงสะโพกกับขอบเปียโน ส่งยิ้มกวนประสาทกลับมาให้ราวกับสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกคาเฟ่
"นี่คุณ เพลิง กัลป์ จะยืนทำหน้ามึนอยู่อีกนานไหมคะ? หรือสมองส่วนที่ใช้จำคิวงานมันฝ่อไปตั้งแต่ตอนที่คุณเดินเข้าห้องอัดมาแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของโปรดิวเซอร์หนุ่มสาดใส่ไม่ยั้ง คีย์พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมจังหวะการหายใจเข้าออกให้เป็นปกติ แต่ตารางงานที่ถูกรื้อกระุยด้วยความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย ทำให้สมาธิที่เขาสั่งสมมาทั้งวันพังทลายลงในพริบตาเดียว
"โอ๊ะ... อย่าเพิ่งทำหน้ายักษ์ใส่กันสิครับ โปรดิวเซอร์คนเก่ง" เพลิงยืดตัวตรง ก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ด้วยจังหวะจะโคนทิ้งน้ำหนักแบบแมวป่าที่กำลังเดินสำรวจอาณาเขต "ผมไม่ได้ความจำเสื่อมสักหน่อย แค่คิดว่า... เพลงที่เรากำลังจะทำเนี่ย เนื้อหามันชักจะน่าเบื่อเกินไป ถ้าเราจะลองเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งแต่งริมทะเล หรือไม่ก็... หาคาเฟ่เก๋ๆ นั่งจิบกาแฟเคล้าเสียงเพลงแจ๊ส คุณว่ามันจะเวิร์กกว่ามานั่งอุดอู้หน้าจอคอมพิวเตอร์หัวฟูแบบนี้ไหมล่ะ?"
"คาเฟ่? ทะเล?" คีย์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน เจ้าตัวแค่นหัวเราะในลำคอจนไหล่กว้างกระเพื่อม "ตื่นจากฝันกลางวันแล้วกลับมาโลกความเป็นจริงสักทีนะคะ คุณเพลิง ตารางงานสามเดือนข้างหน้าของค่ายถูกล็อกแน่นหนาจนแทบไม่มีช่องหายใจ และโปรเจกต์นี้ต้องเสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ ไม่ใช่เวลามานั่งสุนทรีย์จิบกาแฟชมวิวทะเลปะการังอะไรทั้งนั้น"
"โถ... คุณคีย์เนี่ย โลกแคบชะมัด" เพลิงแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวนานเกินจริง ดวงตาเรียวรีพิจารณาใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนขึ้นสันกรามของอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก "งานศิลปะมันต้องใช้ ‘แรงบันดาลใจ’ นะครับ แรงบันดาลใจน่ะ... รู้จักไหม? ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจิ้มคีย์บอร์ดแล้วสั่งงานเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจแบบนี้"
"ผมเป็นโปรดิวเซอร์ ไม่ใช่พ่อพระเอกลิเกที่จะต้องมานั่งหาแรงบันดาลใจน้ำเน่าแบบที่คุณว่า!" คีย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมวาบแสงความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ "ถ้าคุณมีเวลาว่างมาเดินกวนประสาทผมไปวันๆ สู้เอาเวลาไปทบทวนท่อนฮุคที่ร้องเพี้ยนเมื่อเช้ายังจะมีประโยชน์กว่าเลยค่ะ!"
บรรยากาศในห้องอัดเงียบกริบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว แต่เคมีคุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่กลับระอุยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์ เพลิงไม่ได้โกรธเคืองกับวาจาร้ายกาจนั้น ตรงกันข้าม รอยยิ้มมุมปากของเขากลับยิ่งกว้างขึ้น แววตาพราวระยับจ้องมองคนปากจัดที่ตอนนี้กำลังกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
สำหรับคนอื่นแล้ว คีย์ ธันวา คือโปรดิวเซอร์มือทองที่ใครๆ ก็เกรงกลัว ความเนี๊ยบอย่างไร้ที่ติและความปากจัดระดับพรีเมียมทำให้ไม่มีใครกล้าต่อกร แต่สำหรับเพลิงแล้ว... ทุกคำพูดที่พ่นออกมาด้วยความโมโหเหล่านั้น กลับเป็นเสียงดนตรีที่น่าฟังที่สุดในโลก และมันช่างน่าแกล้งเสียเหลือเกิน ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหลุดมาดผู้ดีมาทำหน้าบูดบึ้งใส่ เขา,ยิ่งรู้สึกเหมือนได้เป็นผู้ชนะ
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้... ชักสงสัยแล้วสิว่าเวลาอยู่คนเดียว คุณเคยยิ้มกว้างๆ กับเขาบ้างไหม หรือว่ากลัวรอยยิ้มมันจะทำให้ความน่าเกรงขามของคุณลดลง" เพลิงแกล้งลดเสียงลงกระซิบ ประโยคหลังเจือความยียวนกวนประสาทจนคีย์ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"เรื่องของผมค่ะ! จะยิ้มหรือจะร้องไห้ก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ ถอยไปห่างๆ เลยนะ คุณกำลังทำให้สมาธิผมกระเจิง" คีย์ผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อเบี่ยงตัวหนี แต่เพลิงกลับก้าวเข้ามาดักหน้าไว้อย่างรู้ทัน ทำให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของเพลิงลอยเข้าแตะจมูก คีย์ชะงักไปนิด หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขารีบก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่ติดที่ขอบโต๊ะทำงานทำให้สะโพกชนเข้าเต็มแรง
"สมาธิกระเจิงเหรอครับ?" เพลิงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์เสี้ยวหน้าของโปรดิวเซอร์หนุ่มราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มโปรด "แปลกจัง... ผมนึกว่าที่คุณไม่มีสมาธิ เป็นเพราะกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่เสียอีก"
"เรื่องอะไรล่ะคะ? เรื่องที่คุณสร้างภาระให้ผมเพิ่มขึ้นทุกวันน่ะเหรอ!" คีย์เชิดหน้าขึ้นเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ศักดิ์ศรีและฟอร์มที่สะสมมานานทำให้เขาต้องสวมเกราะป้องกันความหวั่นไหวไว้อย่างเหนียวแน่น
"เรื่องที่ว่า... คุณกำลังคิดถึงผมอยู่หรือเปล่าต่างหาก"
คำพูดหน้าตายแต่แฝงความนัยแพรพราวทำเอาคีย์ถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลากำลังขาดน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองโกรธผสมความเขินอายที่ถูกจู่โจมด้วยมุกตลกหน้าตายแบบไม่ทันตั้งตัว "หลงตัวเองที่สุด! เพลิง กัลป์ คุณนี่มัน... หน้าหนาเกินเยียวยาแล้วนะ!"
"ฮ่าๆๆ หน้าหนาแต่ก็ทำให้โปรดิวเซอร์คนเก่งหน้าแดงได้ก็คุ้มนะ" เพลิงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความแสบสันต์ในดวงตาคู่นั้นพราวระยับยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นคีย์กำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ
คีย์ตวัดสายตาดุๆ ใส่ ยื่นมือผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ "ถ้ายังไม่เลิกพูดจาไร้สาระแล้วกลับไปนั่งหน้าไมค์ดีๆ ผมจะยกเลิกโปรเจกต์นี้แล้วฟ้องบริษัทว่าคุณละเมิดสัญญา!"
"โอ๊ะๆ ใจเย็นก่อนสครับ คุณโปรดิวเซอร์คนสวย... เอ้ย คนหล่อ" เพลิงแกล้งเปลี่ยนคำพูดหน้าตาเฉย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ก็ได้ๆ ยอมแพ้แล้วครับ จะให้ผมร้องท่อนไหนซ้ำอีกรอบ ว่ามาเลย ผมพร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่าง... ยกเว้นเรื่องให้หยุดมองหน้าคุณนะ อันนี้ทำไม่ได้จริงๆ"
คีย์สะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วเรียวของเพลิงยื่นมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรดหน้าผากของเขาออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดที่แตะผ่านผิวเนื้อทำให้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ คีย์แหงนมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนสัมผัสได้ สติที่เคยควบคุมตารางงานและเหตุผลทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความหวั่นไหวที่ตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับทำลายมนต์สะกดในห้องอัดจนกระเจิง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"พี่คีย์คะ! แย่แล้วค่ะ! ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตเรียกประชุมด่วนตอนนี้เลยค่ะ เรื่องงบประมาณโปรเจกต์ที่..."
เสียงใสของเลขาฝึกงานสาวสะดุดกึกทันทีที่ก้าวเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า—ภาพที่โปรดิวเซอร์มือทองคนเก่งกำลังยืนชิดติดขอบโต๊ะ โดยมีศิลปินตัวแสบยืนค้ำร่างประกบอยู่ใกล้เสียจนแทบจะสวมกอดกันอยู่รอมร่อ
คีย์เบิกตากว้าง ผนLารร่างดีดตัวออกจากขอบโต๊ะแทบไม่ทัน ความร้อนพุ่งวาบขึ้นไปถึงใบหูจนต้องรีบยกมือขึ้นจัดแว่นตาแก้เก้อ ส่วนเพลิงกลับทำหน้าเสียดายอย่างไม่ปิดบัง แถมยังส่งยิ้มพราวระยับให้เลขาหน้าเหวอที่ยืนอ้าปากค้างกลางห้อง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความกวนประสาทและเคมีชวนจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ!
สายที่โทรไปคือที่พักใจของคนปากจัด•ตอนที่ 2
คำนิยามของความรำคาญ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายที่โทรไปคือที่พักใจของคนปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
