"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้ท่อนฮุกบ้า ๆ นี่ ฉันคงต้องคิดทบทวนใหม่แล้วล่ะค่ะว่าโปรเจกต์นี้ เราควรจ้าง 'โปรดิวเซอร์เทวดา' หรือควรจ้างคนหูตึงมานั่งคุมห้องอัดกันแน่"
น้ำเสียงใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้นก้องห้องบันทึกเสียงระดับท็อปของค่าย เพลิง กัลป์ ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมเสียง ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลมองตรงไปยังร่างสูงโปร่งของโปรดิวเซอร์หนุ่มมือทองที่กำลังยืนขบกรามแน่นอยู่หลังโต๊ะมิกซ์เสียง
คีย์ ธันวา เม้มปากเป็นเส้นตรงจนแทบไม่เหลือสีเลือด ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเสียงดังปังจนเลขาหน้าห้องที่เพิ่งแอบปิดประตูกลับออกไปต้องสะดุ้งสุดตัว
"หูตึงงั้นเหรอ เพลิง กัลป์! ท่อนนั้นแหละคือหัวใจของเพลงนี้ คือความดิบที่คนฟังในยุคนี้โหยหา ไม่ใช่เนื้อร้องดัดจริตโลกสวยแบบที่คุณพยายามยัดเยียดให้มันกลายเป็นเพลงป๊อปตลาดล่าง!" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนบรรยากาศในห้องอัดลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะงานไม่เดิน แต่เป็นเพราะรอยยิ้มยั่วประสาทของคนตรงหน้าต่างหากที่มันกวนใจเขาเสียจนสมาธิกระเจิงตั้งแต่เหตุการณ์บนโต๊ะทำงานเมื่อสิบนาที,ก่อน
เพลิงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแคลนระคนขันขื่นเล็กน้อย ร่างโปร่งผละจากแผงควบคุมแล้วเดินน่องเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มสวมฮู้ดสีดำตัวโคร่งขยับเข้าไปยืนประชิดจนแทบจะแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงานของโปรดิวเซอร์หนุ่ม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยแตะจมูกคีย์จนเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว
"ตลาดล่างเหรอคะ? แต่เพลงที่คุณบอกว่าตลาดล่างเนี่ยแหละ ที่ทำยอดวิวทะลุสิบล้านมาก่อนที่คุณจะย้ายก้นมานั่งแท่นโปรดิวเซอร์บริหารซะอีก" เพลิงโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูของอีกฝ่าย จงใจผ่อนลมหายใจอุ่นร้อนรดรดลาดไหล่กว้างจนเห็นคีย์สะดุ้งเฮือก "หรือว่า... คุณกลัวคะ? กลัวว่าท่อนที่ฉันเขียนมันจะไปจี้ปมความสมบูรณ์แบบพัง ๆ ของคุณเข้า"
คีย์หันขวับมาทันที ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธ (และอะไรบางอย่างที่ร้อนรนจนเจ้าตัวไม่อยากยอมรับ) เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูงจนใบหน้าแทบจะชนกับปลายจมูกของนักร้องหนุ่ม ระยะห่างเพียงแค่คืบทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน
"อย่ามาลามปามเรื่องส่วนตัวกับผม, เพลิง" คีย์กัดฟันกรอด น้ำเสียงเข้มจัดจนเกือบเป็นเสียงกระซิบคาดโทษ "ผมพิจารณาจากมุมมองทางดนตรี เนื้อเพลงของคุณมันกลวงเปล่า ไร้ทิศทาง เหมือนคนเขียนกำลังระบายอารมณ์ชั่ววูบมากกว่าจะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ"
"อ๋อเหรอคะ? ระบายอารมณ์ชั่ววูบงั้นเหรอ" เพลิงแค่นAเสียงหัวเราะ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของโปรดิวเซอร์หนุ่มราวกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเย่อหยิ่งนั้น "แล้วที่หน้าคุณแดงแจ๋ ปลายนิ้วสั่นเป็นเจ้าเข้าตอนที่เถียงฉันเมื่อกี้... อันนี้ก็เป็น 'มุมมองทางดนตรี' ด้วยเหมือนกันไหมล่ะคะ โปรดิวเซอร์คีย์?"
ฉ่า!
ความร้อนพุ่งวาบขึ้นสู่ใบหน้าของคีย์อย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงที่ถูกจี้จุดทำให้เขาเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ มือหนาจึงรีบคว้าสคริปต์เนื้อเพลงขึ้นมาม้วนเป็นแท่งแล้วชี้หน้าอีกฝ่ายทันที
"ผมไม่ได้สั่นเพราะเขินคุณ! ผมสั่นเพราะรำคาญ! รำคาญความดื้อรั้นและนิสัยเด็ก ๆ ของคุณต่างหาก!"
"เด็กเหรอคะ? งั้นเด็กคนนี้จะบอกให้คุณรู้ไว้ตรงนี้เลยนะ ว่าถ้าท่อนฮุกนี้ไม่เปลี่ยน ฉันจะไม่ยอมแหกปากร้องให้คุณฟังเด็ดขาด จะไปฟ้องบอร์ดบริหารหรือจะไปร้องไห้ฟ้องแม่ก็เชิญตามสบายเลยค่ะ!" เพลิงเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบด้วยความดื้อรั้นที่พร้อมจะรบราฆ่าฟันกับโปรดิวเซอร์จอมเผด็จการได้ทุกเมื่อ
บรรยากาศในห้องอัดตึงเครียดจนแทบจะตัดกันขาด คีย์จ้องมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้แกมเอ็นดูที่ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ผู้ชายบ้าอะไร... ปากจัดเป็นไฟแถมยังดื้อด้านยิ่งกว่าม้าพยศ แต่ทำไมเวลาที่อีกฝ่ายทำท่าทางฮึดฮัดต่อต้านแบบนี้ หัวใจเจ้ากรรมของเขากลับเต้นรัวจนควบคุมจังหวะไม่ได้เลยสักครั้ง
"ดื้อด้าน" คีย์พึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงเปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดเป็นความทุ้มต่ำที่แฝงแววอันตราย "คิดว่าทำตัวเป็นแมวขู่ฟ่อแล้วผมจะกลัวคุณหรือไง เพลิง กัลป์"
"ไม่ได้ขู่ค่ะ แต่จะข่วนให้หน้าหล่อ ๆ ของคุณเป็นรอยต่างหาก ถ้ายังไม่เลิกทำหน้าเป็นยักษ์ใส่ฉันสักที" เพลิงตอบกลับทันควันโดยไม่มีทีท่าว่าจะถอยร่น แถมยังขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนหน้าอกแทบจะแนบชิดกัน คีย์เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อกลิ่นกายหอมละมุนลอยวนอยู่รอบตัว
ทว่า... ในจังหวะที่สงครามน้ำลายกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด และใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่เพียงลมหายใจกั้น สายตาของคีย์ก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ด้านหลังของเพลิง
ประวัติศาสตร์ห้องอัดกำลังจะซ้ำรอย... และคราวนี้มันไม่ใช่แค่เลขาหน้าห้อง
แอด... เสียงเปิดประตูกระจกบานเล ઇกดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับร่างของ 'กันต์' ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงและเป็นเจ้าของค่ายเพลงชื่อดังที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ โดยมีสีหน้าอึ้งกะริมอึ้งค้างกลางอากาศเมื่อเห็นสภาพของโปรดิวเซอร์มือหนึ่งกับศิลปินตัวจี๊ดกำลังยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าปลายจมูกแทบจะแตะกันอยู่รอมร่อ
"เอ่อ... ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ 'ระดมความคิด' อันดุเดือดของพวกคุณ..." กันต์กะพริบตาปริบ ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "แต่ถ้าจะเคลียร์เรื่องเนื้อเพลงด้วยการ 'จูบ' ปิดปากกันจริง ๆ... รบกวนช่วยย้ายไปทำนอกห้องอัดทีครับ พอดีผมต้องใช้ห้องนี้ประชุมต่อตอนบ่าย!"
เพลิงเบิกตากว้าง ผนLารร่างดีดตัวถอยหลังออกจากคีย์แทบไม่ทัน ความร้อนพุ่งวาบขึ้นไปถึงใบหูจนต้องรีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ส่วนคีย์ได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ใบหน้าหล่อเหลาบูดBึ้งสนิทด้วยความหงุดหงิดคูณสองที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีชีวิต!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของโปรดิวเซอร์คีย์กับน้องเพลิงนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สายที่โทรไปคือที่พักใจของคนปากจัด•ตอนที่ 3
สงครามในห้องอัด
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายที่โทรไปคือที่พักใจของคนปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
