กลิ่นอายของหมึกเวทมนตร์เข้มข้นคละคลุ้งผสมกับกลิ่นกระดาษโบราณที่อับชื้น เป็นบรรยากาศเดียวที่เรย์โปรดปรานในยามวิกาล แสงไฟสีฟ้าอ่อนจากผลึกมานาบนโต๊ะทำงานสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มผู้ไร้ธาตุ ดวงตาคู่คมจดจ้องอยู่กับแผ่นศิลาจารึกสีดำสนิท ซึ่งเป็นวัตถุพยานชิ้นโบแดงที่พวกเขาเพิ่งเสี่ยงตายนำกลับมาจากใต้หอคอยทิศเหนือเมื่อช่วงหัวค่ำ
"ถ้าเรามองมันเป็นแค่ชุดคำสั่งเวทมืดทั่วไป... เราก็จะไม่มีวันมองเห็นโครงสร้างที่แท้จริงของมันเลยสินะครับ"
เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ นิ้วเรียวยาวจรดลงบนพื้นผิวศิลา สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนระลอกเล็กๆ ที่ส่งตรงมาจากความมืดมิดเบื้องลึก ทว่าในสายตาของเด็กหนุ่มผู้เชี่ยวชาญการถอดรหัสโครงสร้างเวท สิ่งที่คนอื่นมองเห็นเป็นกลุ่มก้อนพลังงานอันน่าสะพรึงกลัว กลับถูกแปลงให้อยู่ในรูปของชุดรหัสตรรกะและเส้นสายเรขาคณิตอันซับซ้อนบนหน้าต่างระบบโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ติ๊ง!
[ระบบทำการวิเคราะห์โครงสร้างคำสาป: 'โซ่ตรวนแห่งความมืด (Dark Shackle)' - ระยะที่ 3]
[ความคืบหน้าในการถอดรหัส: 78%]
[คำเตือน: ตรวจพบร่องรอยการดักฟังและคลื่นความถี่มานาแปลกปลอม โปรดใช้ความระมัดระวังในการประมวลผล]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับอุณหภูมิภายในห้องที่ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ลูเซียนที่กำลังนั่งงงงวยอยู่กับกองตำราเวทไฟโบราณบนโซฟาอีกมุมหนึ่งสะดุ้งเฮือก รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความระแวงทันที
"นายรู้สึกถึงมันด้วยใช่ไหม เรย์?" ลูเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด มือขวาเผลอกำด้ามจับไม้เท้าเวทคู่ใจโดยอัตโนมัติ เปลวไฟสีทองอ่อนๆ ปะทุขึ้นที่ปลายนิ้วเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ "ตอนที่เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรงเมื่อกี้... แรงกดดันจากศิลาแผ่นนั้นมันพุ่งสูงขึ้นจนฉันหายใจไม่ออกเลยทีเดียว"
"ปกติครับ..." เรย์ตอบโดยละสายตาจากหน้าจอระบบเพียงชั่วครู่เพื่อส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนร่วมทีม "เพราะสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่คำสาปที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือ 'สถาปัตยกรรมเวท' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสูบกลืนมานาของหอคอยทิศเหนือทีละน้อยต่างหากล่ะครับ"
ขณะเดียวกัน ฟีโอน่าที่กำลังง่วนอยู่กับการสกัดสารจากรากไม้เรืองแสงเพื่อใช้ในการเจือจางพิษเวท ก็เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทดลอง แววตาของเธอบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดจากการอดนอนมาตลอดทั้งคืน แต่ความมุ่งมั่นในแววตานั้นยังคงฉายชัดเจน
"ฉันตรวจสอบละอองเกสรที่ติดมากับศิลาแล้วนะเรย์" ฟีโอน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานพร้อมกับหลอดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวมรกต "มันไม่ใช่พืชพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วไปในเขตกฎเหล็กของหอคอยแน่ๆ มันคือ 'รากไม้เงาจันทร์' ชนิดพิเศษที่เติบโตได้เฉพาะในเขตแดนต้องห้ามชั้นใน... พูดง่ายๆ คือ คนที่ใช้คำสาปนี้ต้องมีอำนาจพอที่จะเข้าออกเขตหวงห้ามได้อย่างอิสระ"
เรย์พยักหน้ารับช้าๆ คำพูดของฟีโอน่ายืนยันสมมติฐานที่เขากำลังคำนวณอยู่ในใจพอดี
"ถูกต้องครับฟีโอน่า และนั่นก็หมายความว่า... ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นแค่นักเรียนหัวกะหัวหน้าหรืออาจารย์ระดับล่างในสถาบันแห่งนี้แน่นอน" เรย์หันกลับไปมองหน้าจอระบบที่ตอนนี้ตัวเลขความคืบหน้าในการถอดรหัสกำลังกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว
[ความคืบหน้าในการถอดรหัส: 92%]
[กำลังเปิดเผยที่มาของแหล่งพลังงานปริศนา...]
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงสะท้อนของลมหายใจและเสียงติ๊กต่อกของนาฬิกาโบราณบนผนัง เรย์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสมาธิ ขั้นตอนนี้อันตรายที่สุด หากถอดรหัสผิดพลาดแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว พลังงานย้อนกลับจากคำสาปอาจทำลายวงจรมานาในร่างกายของเขารวมถึงทำลายหลักฐานชิ้นนี้จนไม่เหลือซาก
ลูเซียนก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ขยับตัวมายืนคอยระวังหลังให้เรย์โดยไม่เอ่ยปากบ่นแม้แต่คำเดียว แม้ในอดีตทั้งคู่จะเป็นคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมาตลอด แต่ในยามนี้ ความไว้วางใจที่มีให้กันได้ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปไกลลิบแล้ว
"เอาล่ะครับ..." เรย์พึมพำ ดวงตาเป็นประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากการเชื่อมต่อกับระบบ "มาดูกันซิว่าใครคือเจ้าของลายมือที่แท้จริงของคำสาปนี้"
นิ้วเรียวกดลงบนปุ่มคำสั่งสุดท้ายบนอากาศ
พรึบ!
แสงสว่างวาบสีม่วงเข้มพุ่งทะยานออกจากแผ่นศิลาจารึก ก่อตัวเป็นภาพโฮโลแกรมสามมิติขนาดยักษ์กลางห้องพัก ลวดลายอักษรโบราณนับพันตัวลอยเคว้งคว้างก่อนจะเรียงร้อยเข้าหากันกลายเป็นแผนผังโครงสร้างใต้ดินของหอคอยทิศเหนือ และที่จุดศูนย์กลางของแผนผังนั้น มีดวงอาทิตย์สีดำขนาดเล็กกำลังเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจที่ยังมีชีวิตอยู่
และสิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก็คือตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางชั้นสูงที่สลักอยู่ใต้ดวงอาทิตย์สีดำนั้น... มันคือตราของตระกูลผู้ดูแลกฎระเบียบแห่งหอคอยทิศเหนือ ตระกูลที่ควรจะเป็นผู้ปกป้องความสงบเรียบร้อยของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้มากที่สุด!
"นี่มัน..." ลูเซียนอุทานออกมาเสียงดัง สีหน้าซีดเผือกในพริบตา "ตราประจำตระกูลของ... ท่านรองผู้อำนวยการ!"
ฟีโอน่ายกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง "เป็นไปได้ยังไง... หรือว่าข่าวลือเรื่องการทดลองต้องห้ามเมื่อสิบปีก่อนจะเป็นเรื่องจริง?"
เรย์ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรรing ทว่ารอยยิ้มมุมปากของเขากลับปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาฉายแววความท้าทายขั้นสุดยอดออกมาอย่างไม่ปิดบัง ในเมื่อความจริงถูกเปิดเผยออกมาถึงเพียงนี้ เกมกระดานนี้ก็ยิ่งน่าสนุกขึ้นไปอีกหลายเท่า
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับเบาะแสชิ้นใหญ่ที่สุด เสียงเคาะประตูก็สดุดดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิททันที ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงเคาะประตูกลางดึกสงัดเช่นนี้ไม่ใช่การมาเยือนของเพื่อนร่วมหอพักอย่างแน่นอน และที่สำคัญที่สุด... ระบบป้องกันรอบห้องของเรย์ไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยการบุกรุกเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าแขกผู้มาเยือนคนนี้เดินผ่านค่ายกลเวทเข้ามาได้อย่างง่ายดายดั่งเดินผ่านประตูบ้านของตนเอง
"ดูเหมือนว่าเราจะไม่จำเป็นต้องออกไปตามหาความจริงด้วยตัวเองแล้วล่ะครับทุกคน..." เรย์หันไปมองบานประตูไม้ที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ ด้วยแรงลมปริศนา พร้อมกับน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความระแวดระวังขั้นสุด "เพราะเจ้าของศิลาแผ่นนี้... ได้มาเคาะประตูรอต้อนรับเราถึงที่แล้วล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ! - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
อัจฉริยะเวทไร้ธาตุกับกฎเหล็กฉบับหอคอยทิศเหนือ•ตอนที่ 16
การวิเคราะห์โครงสร้างคำสาป
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัจฉริยะเวทไร้ธาตุกับกฎเหล็กฉบับหอคอยทิศเหนือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!