เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด•ตอนที่ 10

คืนพายุโหม

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดผ่าลงมาเหนือโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมราวกับเสียงคำรามของอสูรกายในเทพนิยาย หยาดฝนกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกบานใหญ่ที่แตกเป็นทางยาวของโรงแรมร้างริมชานเมือง แรงลมพายุพัดพาเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาในห้องพักที่ทรุดโทรม กลิ่นอับชื้นของพรมเก่าและฝุ่นผงคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต รินรดากอดอกแน่นเพื่อสะกดกลั้นความหนาวสั่น ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยยังคงจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ของคิน ซึ่งยืนพิงผนังปูนเปลือยอยู่ไม่ไกล แสงแฟลชจากสายฟ้าที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่คมคายแต่ไร้รอยยิ้มของเขา นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นมองเหม่อออกไปในความมืดเบื้องนอก เต็มไปด้วยม่านหมอกแห่งอดีตที่เธอก็เดาไม่ออกว่ามันหนักหนาแค่ไหน "คุณจะยืนเป็นหุ่นขี้ผึ้งตากฝนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน คิน?" รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะห้วนเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก "ถ้าสะพานขาดแล้วพวกของนทีตามมาทัน เราคงได้กลายเป็นผีเฝ้าระเบียงโรงแรมนี้ด้วยกันทั้งคู่แน่" คินไม่หันกลับมามอง ทว่ามุมปากหยักลึกกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ไร้ความสุข "กลัวตายขึ้นมาแล้วหรือครับ คุณนักสืบ? นึกว่าคนเก่งอย่างคุณจะคิดแต่เรื่องเอาชนะผมเสียอีก" "ฉันไม่ได้กลัวตาย... ฉันแค่เสียดายถ้าต้องมาตายเพราะติดแหง็กอยู่กับคนปากแข็งอย่างคุณต่างหาก" เธอสวนกลับทันควัน ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดแม้สัญชาตญาณจะร้องเตือนว่าระยะห่างระหว่างพวกเขามันอันตรายเกินไปในพื้นที่แคบๆ เช่นนี้ "เลิกทำตัวเป็นพระเอกหนังดาร์กทอยด์แล้วหันมาคุยกันดีๆ ได้ไหม? ทำไมนทีถึงต้องไล่ล่าเราขนาดนี้ และที่สำคัญ... เรื่องในอดีตของคุณกับคดีนั้น มันเกี่ยวอะไรกับแฟ้มข้อมูลที่ฉันถืออยู่กันแน่" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดราวกับจะกลบเสียงรอบตัว คินค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างที่เปียกชื้นเล็กน้อยของเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่เธอมองเห็นรอยร้าวบนเกราะป้องกันอันแข็ง1กร่งของอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษคนนี้ "คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความแหบพร่าที่ชวนให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ "อดีตที่ผมอยากลืมมากที่สุด... อดีตที่ทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าตัวเองในกระจก" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่าทีจริงจังและแววตาที่เจ็บปวดของคินทำให้คำพูดจิกกัดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ เธอยืนนิ่ง รอฟังโดยไม่ขัดจังหวะ "ห้าปีก่อน... ผมได้รับมอบหมายให้คุ้มกันพยานคนสำคัญในคดีใหญ่ คดีที่โยงใยไปถึงนักการเมืองระดับประเทศ... เหมือนกับตระกูลของนทีไม่มีผิด" คินก้าวเท้าเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ "ผมมั่นใจในฝีมือตัวเองเกินไป มั่นใจว่าแผนการอพยพไร้รอยรั่ว มั่นใจว่าพวกมันไม่มีทางหาตัวเราเจอในเซฟเฮาส์ลับกลางป่าลึก..." เสียงฟ้าร้องคำรามอีกครั้งราวกับท้องฟ้ากำลังพิโรธ คินหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยปะทะจมูกจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "แต่ผมประเมินความชั่วช้าของพวกมันต่ำไป..." เสียงของคินพร่าเลือนลง แววตาไหววูบชั่วขณะ "คืนนั้น... มีกระสุนนัดหนึ่งพุ่งทะลุกระจกเข้ามา มันไม่ได้เจาะเข้าที่ร่างของผม แต่มันฝังลงกลางหน้าอกของเด็กผู้ชายอายุสิบขวบ ลูกชายคนเดียวของพยานคนนั้น เด็กคนที่ผมเพิ่งสัญญาว่าจะพาไปกินไอศกรีมในวันรุ่งขึ้น" รินรดานิ่งงัง ความโกรธขึงและความถือดีในตอนแรกมลายหายไปสิ้นเมื่อได้เห็นหยดน้ำตาที่ปริ่มอยู่หางตาของชายหนุ่ม แม้เขาจะพยายามควบคุมมันอย่างดีเยี่ยมแค่ไหน แต่ร่องรอยของความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดห้าปีก็ไม่สามารถปิดบังสายตาของนักสืบอย่างเธอได้ มือเรียวเล็กยื่นออกไปโดยอัตโนมัติ ปลายนิ้วสัมผัสลงบนท่อนแขนแกร่งที่เกร็งแน่นภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหนา เธอบีบเบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและความเข้าใจที่ไม่มีคำพูดใดจะทดแทนได้ "มันไม่ใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอกนะ คิน..." รินรดากระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงปราศจากความเย่อหยิ่ง ถ้อยคำที่มักใช้ฟาดฟันหายวับไปเหลือเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจ "คนผิดคือคนที่ลั่นไกต่างหาก คุณแบกรับความรู้สึกผิดนี้มานานเกินไปแล้วนะ" คินก้มมองมือเล็กที่วางอยู่บนแขนของเขา ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาประสานกับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง เหลือเพียงพื้นที่ระหว่างคนสองคนที่มีเสียงหัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงฝน เขายกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของเธอออกอย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความเย็นชาถูกปลดปล่อยออกมาในวินาทีนี้ รินรดานิ่งค้าง ปล่อยให้สัมผัสนั้นนำพาความอุ่นซ่านแล่นริ้วไปทั่วสรรพang "บางที... การที่ผมได้มาเจอคุณในตอนนี้ อาจจะเป็นการไถ่บาปครั้งสุดท้ายที่ฟ้าประทานมาให้ก็ได้นะครับ รินรดา" คินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มเย้ายวนชวนหลงใหลจนทำให้สติของหญิงสาวกระเจิง แต่ก่อนที่บรรยากาศหวานซึ้งจะพาความสัมพันธ์ก้าวข้ามเส้นแบ่งพรมแดน... *แอ๊ด... เสียงบานประตูเหล็กฝั่งทางเดินโถงโรงแรมถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ตามด้วยเสียงฝเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ย่ำเข้ามาบนพื้นปูนใกล้เข้ามาทุกที* ดวงตาของคินเปลี่ยนเป็นคมกริบและดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงดึงรินรดาเข้ามาชิดร่างของตนทันทีพร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นขึ้นมาเตรียมพร้อมในท่าระวังภัย สายตาคมกวาดมองไปยังความมืดสลัวตรงทางเดินยาว และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว... แสงไฟฉายสว่างวาบก็ส่องตรงเข้ามาทางประตูห้องพักที่เปิดแง้มไว้ พร้อมกับเสียงเยือกเย็นที่ตะโกนแทรกเสียงฝนเข้ามา "เจอตัวแล้วล่ะ... เจ้าหน้าที่คิน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความรู้สึกนี้ไปด้วยกัน แล้วมาลุ้นระทึกต่อในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%