“คุณสองคนรู้ในสิ่งที่ 'ไม่ควรจะรู้' มากเกินไปจริงๆ”
เสียงเย็นยะเยือกของชายชุดดำที่ล้อมกรอบพวกเขาไว้ในโกดังร้างริมอ่าวสั่นสะท้อนไปตามโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิม คินขยับตัวยืนบังหน้า的一รินรดาโดยสัญชาตญาณ สันจมูกคมสันเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ ขณะที่มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะข้อศอกเรียวของหญิงสาวด้านหลังเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนให้เธอสงบปากและเตรียมพร้อมถอย
แต่สำหรับรินรดาแล้ว สัมผัสแผ่วเบานั้นกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกปกป้องเลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเฉลียวฉลาด หรี่แคบลงด้วยความระแวง เธอกวาดตามองแผ่นหลังกว้างของอดีตบอดี้การ์ดหนุ่ม สลับกับชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นที่ไม่มีทีท่าว่าจะเหนี่ยวไกปืนเลยแม้แต่คนเดียว ปลายกระบอกปืนนับสเรย์ถูกลดระดับลงราวกับพวกมันกำลังรอคอย... สัญญาณบางอย่างจากคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด
“คิน...” รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ความสงสัยที่สะสมมาตั้งแต่คดีของพ่อนายทุนใหญ่เริ่มกัดกินหัวใจเธอ “ทำไมพวกมันถึงไม่ยิงเราตั้งแต่แรก... หรือเพราะว่าคุณไม่ได้ตั้งใจพาฉันมาติดกับตั้งแต่แรกจริงๆ แต่พวกมันต่างหากที่เป็นคนจัดฉาก... หรือว่าคุณกับพวกมันตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาที่นี่”
คินชะงักไปชั่ววินาที เขายังคงไม่หันกลับมามอง แต่กล้ามเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันอย่างแน่นหนานั้นฟ้องชัดว่าคำพูดของเธอบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ รินรดา” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความกดดัน “ถ้าคุณยังไม่อยากตาย”
“ฉันอยากตายดีกว่าต้องโง่ให้คนทรยศหลอกใช้!”
รินรดาปัดมือหนาที่ขวางเธออยู่ออกอย่างแรง แรงปะทะนั้นทำให้คินต้องหันกลับมามองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มันเป็นแววตาที่เจือความเจ็บปวดและความผิดหวังระคนกัน แต่นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวมั่นใจในทฤษฎีบ้าๆ ของตัวเอง—*เขาถูกซื้อตัวไปแล้ว* นทีคงยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ให้กับอดีตทหารผู้ไร้ทางเลือกคนนี้ เพื่อแลกกับการล่อเธอนักสืบตัวแสบคนนี้มาติดกับ
“คุณคิดแบบนั้นจริงๆ หรือครับ” คินเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว แต่แฝงไปด้วยความร้าวรานที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ “ที่คุณดั้นด้นตามหาความจริงมาทั้งหมด... สัญชาตญาณที่คุณภูมิใจนักหนา มันบอกคุณเหรอว่าผมขายข้อมูลของคุณให้นที?”
“แล้วจะให้ฉันคิดยังไงล่ะ!” รินรดาขึ้นเสียงใส่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความโกรธและเสียใจจนแทบระเบิด “ทำไมคนพวกนั้นถึงรู้พิกัดที่เราจะมาทุกครั้ง? ทำไมคุณถึงรู้ทางหนีทีไล่ในตึกของนทีเหมือนเคยเดินตรวจตรามาก่อน? และทำไม... ในวินาทีเป็นตายแบบนี้ พวกมันถึงได้มองคุณด้วยสายตาที่เหมือนกับคนรู้จักกันดีแบบนั้น!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งด้านนอกโกดังและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่
คินแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาค่อยๆ ลดปืนในมือลงช้าๆ ก่อนจะปล่อยให้มันตกลงกระทบพื้นคอนกรีตเสียงดัง *เคร้ง* การกระทำนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งโหย่งถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“ถ้าผมจะฆ่าคุณ หรือถายนที... ผมคงทำไปตั้งแต่คืนแรกที่คอนโดของคุณแล้วครับ รินรดา” คินก้าวเข้าไปประชิดเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของเธอ “ผมไม่จำเป็นต้องพาคุณมาเหนื่อย ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนคุณที่โกดังร้างนี่... และที่สำคัญที่สุด ผมไม่จำเป็นต้องยืนฟังคุณกล่าวหาผมด้วยซ้ำ!”
“ก็เพราะว่าการแสดงมันต้องทำให้สมจริงไม่ใช่หรือไง!” รินรดาตวาดกลับ น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่เธอพยายามกะพริบไล่เก็บมันกลับไป “คุณมันก็แค่นายทหารรับจ้างเลือดเย็นคนหนึ่งที่ทำตามคำสั่งเพื่อเงิน! ฉันมันโง่เองที่เผลอคิดว่า... ที่เผลอคิดว่าคุณแคร์ฉันบ้าง”
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาเบากว่าที่ตั้งใจ แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟังราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำ คินนิ่งงิ่งไป ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม บรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้ทุกสิ่ง
“ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นแบบนั้น...” คินก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างประหลาด “งั้นเราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วล่ะครับ”
“หมายความว่ายังไง?” รินรดาถามเสียงสั่น แม้จะโกรธแต่ความหวาดกลัวลึกๆ ก็เริ่มกัดกินจิตใจเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม
คินไม่ตอบ เขาเพียงแต่หันไปพยักหน้าให้ชายชุดดำที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหน้า หนึ่งในนั้นเดินก้าวออกมาพร้อมกับกุญแจมือเหล็กแวววาว รินรดาเบิกตากว้าง ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับกองลังไม้เก่าๆ “คิน! นี่คุณจะทำอะไร! ปล่อยนะ! ไอ้คนสารเลว!”
“ผมทำหน้าที่ของผมแล้วครับ... คุณรินรดา” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไร้หัวใจที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมาตั้งแต่รู้จักกัน “ในเมื่อคุณเลือกที่จะไม่เชื่อใจผมตั้งแต่แรก... งั้นก็อยู่รับผลลัพธ์ของความดื้อรั้นนี้คนเดียวก็แล้วกัน”
ร่างสูงหันหลังให้เธอทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตากลับมามอง ขณะที่ชายชุดดำสองคนพุ่งเข้ามาล็อกแขนทั้งสองข้างของเธอไว้ รินรดากรีดร้องและดิ้นรนสุดกำลัง เล็บคมๆ ข่วนเข้าที่แขนของคนร้ายจนเลือดซิบ แต่แรงของผู้หญิงหรือจะสู้แรงฝึกฝนมาอย่างดี โลหะเย็นเฉียบถูกสวมล็อกเข้ากับข้อมือของเธออย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางความชุลมุนและการดิ้นรนสุดชีวิต สายตาของรินรดาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเกลียดชังจับจ้องแผ่นหลังของคินที่กำลังเดินจากไปอย่างไม่สนใจใยดี ภาพของชายหนุ่มที่เคยคอยปกป้องเธอจากเงามืด คอยกวนประสาทด้วยคำพูดกวนๆ และคอยเช็ดแผลให้ในค่ำคืนอันเงียบงัน... พังทลายลงในพริบตาเดียว
*เธอเกลียดเขา เกลียดตัวเองที่ใจอ่อน และเกลียดความจริงที่ว่าหัวใจเจ้ากรรมดันเจ็บปวดกับความเย็นชานั้นเหลือเกิน*
คินเดินมาหยุดอยู่หน้าหัวหน้ากลุ่มชายชุดดำ เขารับบุหรี่มวนหนึ่งมาจากอีกฝ่าย ปลายนิ้วเรียวยาวจุดไฟแช็กขึ้นเปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นในความมืด ก่อนที่เขาจะพ่นควันสีเทาโขมงออกมาช้าๆ ใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มเรียบเฉย ไร้ร่องรอยของความลังเลใจใดๆ ทั้งสิ้น รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอกำหมัดแน่นหมายจะตะโกนด่าทอเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ทว่า... ในวินาทีที่คินหันหน้ากลับมาเพื่อจะเดินออกไปจากโกดัง สายตากลมโตของรินรดาก็พลันเหลือบไปเห็นบางสิ่งเข้าโดยบังเอิญ—
ที่ข้อมือซ้ายของคิน ใต้ร่มผ้าที่เลิกขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขายกมือขึ้นปัดควันบุหรี่ ปรากฏรอยสักรูปสัญลักษณ์ประหลาด... สัญลักษณ์เดียวกับที่เธอพบในสมุดบันทึกของพ่อ และเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่บนแหวนของ ‘นที’
รสมือที่เคยดิ้นรนพลันหยุดชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงหน้า
ไม่ใช่แค่การทรยศธรรมดา... แต่มันคือการหักหลังที่ลึกล้ำและเกี่ยวพันกับความตายของพ่อเธอโดยตรง!
“จับเธอแยกไปไว้ที่ชั้นใต้ดิน” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคินสั่งการด้วยตัวเอง น้ำเสียงนั้นช่างเลือดเย็นและไร้ความปรานีราวกับคนละคนกับผู้ชายที่เคยบอกว่าจะดูแลเธอด้วยชีวิต
ชายชุดดำกระชากแขนรินรดาให้เดินตามไป แต่เธอกลับยืนนิ่งรากับถูกตรึงไว้ด้วยความช็อก ดวงตาเบิกโพ้าจ้องมองคินที่กำลังเดินสวนผ่านเธอไปอย่างไร้เยื่อใย
ทว่า... ก่อนที่ไหล่ของพวกเขาจะเดินเฉียดผ่านกันไปได้เพียงไม่กี่เซนติเมตร คินที่ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลากลับขยับริมฝีปากบางเบาโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาให้คนร้ายได้ยิน มีเพียงรินรดาเท่านั้นที่อ่านริมฝีปากนั้นออกอย่างชัดเจน
*“เงียบ... แล้วรอดูโชว์ให้จบ”*
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นทันที ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดในเสี้ยววินาที หัวใจที่เคยแตกสลายกลับเต้นรัวระรัวขึ้นมาใหม่อย่างบ้าคลั่งด้วยความหมายใหม่ที่เพิ่งกระจ่างชัด
*เขายังไม่ได้ทรยศเธอ... แต่นี่คือละครฉากใหญ่ที่พวกเขากำลังเล่นตบตา ‘ใครบางคน’ ที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ในเงามืด!*
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว หรือส่งสัญญาณตอบรับใดๆ กลับไป เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกที่สุดของโกดัง... มุมที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีใครซ่อนอยู่
“เยี่ยมมาก... สมกับที่เป็นอดีตมือหนึ่งของหน่วยรบพิเศษจริงๆ คิน”
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาแต่น่าสะพรึงกลัว—‘นที’ ก้าวเท้าออกมาพร้อมกับปืนเก็บเสียงในมือที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของคินอย่างไม่ลังเล!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมจิตวิทยานี้กับผมนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด•ตอนที่ 13
รอยแยกในความไว้วางใจ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!