“ลดปืนลง รินรดา นี่ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำขอร้อง”
น้ำเสียงของคินทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว รินรดายังคงกุมอาวุธไว้แน่น นิ้วชี้ของเธอแตะอยู่ที่ไกปืนอย่างลังเล สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่นทีที่ยืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องหน้า แต่จดจ้องไปยังใบหน้าคมสันของชายหนุ่มข้างกายที่ดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้ว
“นายกำลังปกป้องมันเหรอ คิน?” เธอเค้นเสียงถาม เสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธและผิดหวัง “หรือว่านายเองก็เป็นหนึ่งในหมากที่ไอ้หมอนี่วางไว้”
นทีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการเยาะเย้ยเหยื่อที่ติดกับดัก “คุณรินรดาครับ... การจะมองว่าใครเป็นหนอนน่ะ คุณต้องดูให้ลึกกว่าแค่ว่าเขาปกป้องใคร แต่ต้องดูว่า 'อะไร' ที่ทำให้เขาไม่กล้าหันกระบอกปืนมาทางผมต่างหาก”
คินนิ่งไป ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสามราวกับถูกแช่แข็ง ร่างสูงใหญ่ของเขาขยับมาบังรินรดามิดชิดขึ้นอีกนิด ความอบอุ่นจากแผ่นหลังของเขาที่ปะทะกับร่างกายเธอทำให้นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหันมามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
“กลับไปที่รถ... เดี๋ยวนี้” คินสั่งเสียงเข้ม
“ไม่!” รินรดาปฏิเสธทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ “ฉันไม่ใช่คนโง่ที่จะถูกไล่ให้ไปรอเฉยๆ ในขณะที่นายกำลังทำข้อตกลงสกปรกกับไอ้คนเลวนี่ นายบอกฉันเองไม่ใช่หรือไงว่าความจริงคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นคนปิดกั้นมันเสียเอง?”
“ความจริงที่เธอโหยหาน่ะ มันอาจจะฆ่าเธอได้ก่อนที่จะทันได้พูดมันออกมาด้วยซ้ำ” คินก้าวเข้ามาใกล้เธอหนึ่งก้าว ลมหายใจของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ กลิ่นอายบุรุษที่คุ้นเคยผสมกับความเครียดทำให้รินรดารู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก “เชื่อใจผมสักครั้ง... อย่าทำให้สิ่งที่ผมทำลงไปทั้งหมดเสียเปล่า”
นทีปรบมือเบาๆ ช้าๆ อย่างจงใจ “เป็นฉากรักที่น่าประทับใจดีนะครับ แต่ก็น่าเสียดาย... ที่ความรักมักจะมาพร้อมกับจุดอ่อนเสมอ”
นทีขยับตัวก้าวถอยหลังเข้าสู่เงามืดของตัวตึก โดยมีลูกน้องสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ขยับตาม คินไม่ได้ไล่ตามไป แต่เขากลับคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่นก่อนจะลากตัวเธอหลบเข้าหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ทันทีที่เสียงกระสุนนัดหนึ่งแหวกอากาศดัง ‘ปัง!’ เฉียดไหล่พวกเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว
“คิน!”
“หมอบลง!” เขาตะคอกพร้อมกับกดตัวเธอลงกับพื้น มือข้างหนึ่งคว้าปืนพกคู่ใจขึ้นมาประจำการ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยเป็นดุดันราวกับนักล่าที่ถูกต้อนจนมุม “มีคนทรยศ... ไม่ใช่แค่คนเดียว”
รินรดาเบิกตากว้าง “หมายความว่าไง?”
“ข้อมูลจุดเซฟเฮาส์... มีแค่คนในหน่วยงานที่จ้างผมกับเธอเท่านั้นที่รู้ แต่ดูสิ...” คินพยักพเยิดไปทางตำแหน่งที่นทียืนอยู่เมื่อครู่ “มันรู้เวลาและสถานที่ราวกับว่าอ่านสคริปต์มาล่วงหน้า ใครสักคนในหน่วยงานขายพวกเราให้มัน”
คำพูดของคินเหมือนน้ำแข็งที่ราดลงบนกองไฟ รินรดาชะงัก เธอพยายามประมวลผลคำพูดของเขา หัวสมองที่เคยปราดเปรื่องเริ่มทำงานหนัก หากสิ่งที่คินพูดเป็นความจริง นั่นหมายความว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ศัตรูไม่ได้อยู่แค่ข้างหน้า แต่แฝงตัวอยู่ใน ‘บ้าน’ ของตัวเอง
“แล้วเราจะทำยังไง? ถ้าเชื่อใครไม่ได้เลย เราก็เท่ากับตายทั้งเป็น” รินรดาถามพลางเหลือบมองกระสุนที่ฝังอยู่ในเสาปูน
คินหันมามองเธอ ในดวงตาคู่นั้นไม่มีความลังเลเหลืออยู่ มีเพียงความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “เราจะไม่ไว้ใจใครจนกว่าผมจะพิสูจน์ได้ว่าหนอนตัวนั้นคือใคร และระหว่างนี้...” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบชิดกัน “อย่าห่างจากตัวผมแม้แต่นิ้วเดียว... เข้าใจไหม?”
รินรดาชะงักไปกับระยะห่างที่น้อยลงจนน่าตกใจ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดทับไว้กลับพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคิน เห็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชา
“ถ้านายตาย... ฉันก็ไม่ให้อภัยนายเหมือนกัน” เธอตอบเสียงสั่นทว่าหนักแน่น
คินยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากและมีเสน่ห์จนรินรดาแทบหยุดหายใจ “ถ้างั้นผมก็คงต้องรอดเพื่อไปขอโทษเธออย่างเป็นทางการ”
ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังสะท้อนมาจากทางด้านหลังของพวกเขา คินชะงัก เขาแตะมือลงบนไหล่ของรินรดาเป็นเชิงเตือนให้เงียบ ก่อนจะค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปมอง
ไม่ใช่แค่พวกของนที... แต่ดูเหมือนจะมีหน่วยสนับสนุนอีกชุดที่เพิ่งมาถึง และสิ่งที่ทำให้คินต้องขมวดคิ้วจนเป็นปมคือ ‘สัญลักษณ์’ ที่ติดอยู่บนหน้าอกของคนเหล่านั้น
มันเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยงานที่จ้างเขามา... แต่คนเหล่านั้นไม่ได้เดินเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ พวกเขากำลังถือปืนเล็งมาที่ทางเข้าเซฟเฮาส์ด้วยท่าทีที่พร้อมจะปิดปากทุกคนที่อยู่ข้างใน
“นั่นมัน...” รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหนึ่งในคนเหล่านั้นคือ ‘ผู้กำกับวิชัย’ หัวหน้าหน่วยงานที่เป็นคนส่งมอบงานนี้ให้คินกับมือ
“ไม่ใช่แค่หนอน...” คินกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “มันคือยกแก๊งเลยต่างหาก”
คินมองรินรดาที่กำลังช็อกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจคว้ามือเธอแน่นแล้วออกวิ่งไปทางประตูหนีไฟที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร เสียงตะโกนสั่งการของวิชัยดังก้องตามหลังมาพร้อมกับเสียงกระสุนปืนที่รัวใส่จุดที่พวกเขาเคยซ่อนอยู่ แต่ในจังหวะที่คินกำลังจะผลักบานประตูออกไปนั้นเอง ประตูกลับถูกผลักเข้ามาจากอีกฝั่งเสียก่อน
ร่างของคนคนหนึ่งก้าวออกมาขวางทางพวกเขาไว้พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่หน้าอกของคิน รินรดาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เขาไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นคนที่เธอไว้ใจที่สุดในฐานะเพื่อนร่วมงานคนสนิท
“คิน... รินรดา... ผมบอกแล้วไงครับว่าให้ถอยออกมา” เสียงนั้นเย็นเยียบและแฝงไปด้วยความเวทนา “คุณสองคนรู้ในสิ่งที่ 'ไม่ควรจะรู้' มากเกินไปจริงๆ”
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรินรดาและคินในตอนที่แสนกดดันนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด•ตอนที่ 12
ใครเป็นใคร
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!