เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด•ตอนที่ 6

ร่องรอยที่ถูกลบ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานดังคลิก... เบาหวิว ทว่ามันกลับดังชัดเจนราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางมโนสำนึกของรินรดา ในห้องเซฟเฮาส์ที่ถูกปิดตายและแน่นหนาไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับทหาร เงาร่างที่เพิ่งก้าวผ่านพ้นประตูเข้ามาไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงผู้บุกรุกที่น่ากลัว หากแต่เป็น ‘ความจริง’ อันปวดร้าวที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เอกสารเก่า ๆ ที่ถูกรื้อค้นออกมาจากแฟ้มลับคดีของพ่อเธอกระจัดกระจายอยู่บนพื้น แสงไฟนีออนสลัวจากด้านนอกสาดส่องกระทบสันแฟ้มที่มีตราประทับลับสุดยอดของกรมตำรวจ รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ขณะที่มือเรียวกำเอกสารแผ่นสุดท้ายในมือแน่นจนยับยู่ยี่ "คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับอะไร รินรดา" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นจากความมืด คินก้าวออกมาจากมุมห้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อตึงแน่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความหงุดหงิด ความเป็นห่วงที่ถูกกลบเกลื่อน และความเด็ดขาดที่พร้อมจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม รินรดาตวัดสายตากลับไปหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าอกข้างซ้ายของเธอจะสั่นไหวด้วยความโกรธระคนเสียใจ "แล้วคุณคิดว่าฉันควรจะทำยังไงล่ะคิน? นั่งรอให้ฆาตกรตัวจริงลอยนวลไปเรื่อย ๆ งั้นเหรอ? เอกสารใบนี้นี่มัน... ลายเซ็นของนทีปรากฏอยู่ในคำสั่งย้ายคดีของพ่อฉัน!" เธอสะบัดแผ่นกระดาษในมือใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ความอดทนที่สะสมมาตลอดหลายวันพังทลายลงในพริบตา "เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อฉัน! แล้วคุณ... คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม? คุณรู้มาตลอดแต่เลือกที่จะปิดปากเงียบ!" คินขยับตัวเข้ามาประชิดด้วยความเร็วระดับอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ลมหายใจกั้น ร่างสูงก้มลงมองหญิงสาวที่เชิดหน้าสู้ด้วยสายตาคมปลาบ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวที่ถือกระดาษไว้ บีบมันเบา ๆ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงเธอให้อยู่กับที่ "ปล่อยนะคิน!" รินรดาพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงของเธอนั้นเทียบไม่ได้กับเขาเลยสักนิด "อย่ามาทำเป็นหวงก้างในเรื่องที่คุณไม่มีสิทธิ์ยุ่ง!" "ผมมีสิทธิ์" คินสวนกลับทันควัน เสียงของเขาต่ำพร่าแต่ทรงพลังจนทำให้รินรดาต้องชะงัก "สิทธิ์ในฐานะคนที่ถูกจ้างมาคุ้มครองคุณ และ... สิทธิ์ในฐานะคนที่ไม่อยากเห็นคุณเอาชีวิตไปทิ้ง" ดวงตากลมโตของรินรดาสั่นระริก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา เคมีที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่ระเบิดออกมาเป็นประกายไฟในความเงียบงันของห้อง ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย... อันตรายเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนของศัตรูเสียอีก เพราะมันไม่ได้คุกคามแค่ร่างกาย แต่มันกำลังสั่นคลอนหัวใจที่เธอพยายามสร้างเกราะป้องกันมานาน "ฉันไม่กลัวตายหรอก" เสียงของเธอนุ่มลงแต่น้ำเสียงยังคงดื้อรั้น "สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดคือการมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อตัวเองต่างหาก คุณเข้าใจความรู้สึกนี้บ้างไหมคิน?" คินมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความคับแค้น ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากจัดและแข็งกระด้างของเธอ ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือที่ยังคงกุมข้อมือเธออยู่ "ผมเข้าใจ... ริน" คินเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเป็นครั้งแรก "แต่ความจริงที่คุณกำลังไขว่คว้ามันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายที่คุณชอบอ่าน นทีไม่ได้เป็นแค่นักการเมืองท้องถิ่นธรรมดา เบื้องหลังของมันคือเครือข่ายที่พร้อมจะกวาดล้างทุกคนที่ขวางทาง... รวมถึงคนที่ผมต้องปกป้องด้วย" คำว่า 'คนที่ต้องปกป้อง' ทำให้รินรดาชะงัก หัวใจของเธอกระตุกวูบ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความเผด็จการของเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดขวานผ่าซากนั้นกำลังละลายน้ำแข็งในใจเธอ "งั้นก็เลิกทำตัวเป็นบอดี้การ์ดน่าเบื่อแล้วบอกความจริงฉันมาสิ" รินรดาผ่อนลมหายใจ ยอมลดทิฐิลงครึ่งหนึ่ง ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ต่อให้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหนเธอก็ยังคงเป็นรินรดาคนเดิม "ถ้าคุณรู้มากกว่านี้ ก็แชร์มาซะ เราเป็นพาร์ทเนอร์กันไม่ใช่เหรอ?" คินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ดูอันตรายต่อหัวใจของเธอยิ่งกว่าเดิม "พาร์ทเนอร์งั้นเหรอ? เมื่อกี้คุณยังไล่ให้ผมไปไกล ๆ อยู่เลยนะ" "ก็คุณมันน่าโมโอนี่!" เธอค้อนขวับให้เขาหนึ่งที ทำเอาคินเผลอหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ บรรยากาศรอบตัวที่เคยอึมครึมผ่อนคลายลงชั่วขณะ ก่อนที่ชายหนุ่มจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น "ฟังผมนะริน... คดีของพ่อคุณ พรุ่งนี้เราจะไปหาเบาะแสชิ้นสุดท้ายด้วยกัน แต่ตอนนี้..." คินเว้นจังหวะ สายตากวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ "...คุณต้องนอนพักผ่อนซะก่อน ไม่อย่างนั้นผมอาจจะใช้วิธีอื่นทำให้คุณหลับแทนการพูดดี ๆ" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อตระหนักถึงระยะห่างที่ใกล้เกินไป หัวใจเธอเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "คุณ... จะทำอะไร..." ทว่า ก่อนที่คินจะได้ตอบคำถามหรือทำตามที่ขู่ เสียงสัญญาณเตือนภัยภัยเงียบของเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นสลับกับไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบไปทั่วห้อง! ใบหน้าของคินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที ร่างสูงดึงรินรดาเข้าาตัวแล้วผลักเธอไปหลบหลังเสาคอนกรีตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักอาวุธปืนพกสั้นออกจากเอวขึ้นมาปลดเซฟด้วยความคล่องแคล่ว "คิน... เกิดอะไรขึ้น?" รินรดาถามเสียงสั่น กระชับปืนในมือตัวเองบ้าง ดวงตาคมกริบของคินจดจ้องไปที่จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดด้านหน้า ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอ่ยคำเตือน หน้าจอหลักก็พลันดับวูบลงพร้อมกับเสียงระเบิดตูมสนั่นที่ดังขึ้นตรงประตูทางเข้า... และร่างของใครบางคนก็ก้าวพ้นควันพิษเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เยียบเย็นและคุ้นเคยเกินคาด ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแสบและหวานของคินและรินรดานะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%