"คุณจะยืนเป็นเสาหินทื่อๆ อยู่ตรงนั้นอีกนานไหม หรือต้องให้ฉันจุดธูปเชิญถึงจะยอมขยับปากพูดความจริงสักที คิน"
เสียงหวานใสที่เจือด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์ รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ริมหน้าต่าง บรรยากาศรอบตัวเขายามนี้เต็มไปด้วยรังสีความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างสัมผัสได้
คินไม่ตอบ เขายังคงยืนหันหลังให้ เผ่นมองออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนเงาของค่ำคืนอันมืดมิด มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยแผลเป็นลึกที่พาดผ่านลาดไหล่กว้างใต้ร่มผ้าเนื้อบางของเสื้อยืดสีดำตัวเก่ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร่องรอยจากการปะทะในอดีต แต่มันคือตราประทับแห่งความล้มเหลวที่เขาแบกรับไว้ด้วยความเงียบงันมาตลอดหลายปี
ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าปะทะกัน รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความอยากรู้อยากเห็นผสานกับสัญชาตญาณนักสืบของเธอร่ำร้องให้พังทลายกำแพงน้ำแข็งนี้เสียที เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของเขาจะทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อยก็ตาม
"ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณนะคิน และเราก็ไม่ได้อยู่ในภารกิจทหารที่จะมาใช้ระบบสั่งการแล้วจบ... สิ่งที่คุณกำลังปิดบังมันเกี่ยวข้องกับเอกสารที่นทีตามหาอยู่ใช่ไหม เกี่ยวกับคดีของพ่อฉันด้วยหรือเปล่า!" รินรดารัวคำถามใส่ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นัยน์ตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายที่หันกลับมาเผชิญหน้ากันอย่างไม่ลดละ
คินก้มมองหญิงสาวที่ยืนหายใจหอบด้วยความโมโห ระยะห่างระหว่างพวกเขายามนี้ใกล้ชิดเสียจนกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาลอยวนอยู่ปลายจมูกเธอ ความดื้อรั้นในดวงตาคู่นั้นทำให้หัวใจที่ด้านชาของอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
"คุณนี่มันดื้อด้านเกินไปแล้ว รินรดา" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขาพูดประโยคยาวๆ กับเธอ "ความอยากรู้อยากเห็นมันไม่ได้ช่วยให้คุณอายุยืนขึ้นหรอกนะ มันมีแต่จะพาคุณไปสู่หลุมศพเร็วขึ้นต่างหาก"
"ก็ลองให้ฉันตายดูสิครับ... เอ้ย! ให้ฉันตายดูสักตั้งสิคะ!" รินรดาเผลอหลุดปากอุทานด้วยความโมโหจนเกือบใช้สรรพนามผิดเพี้ยน เธอรีบแก้เกมด้วยการเชิดหน้าขึ้นท้าทาย "ถ้ามัวแต่กลัวตายแล้วยอมจำนนต่อความเงียบงันงี่เง่าของคุณ ฉันคงเลิกเป็นนักสืบไปนานแล้ว... เปิดปากพูดออกมาเถอะน่า คิน!"
พูดจบ รินรดาก็ยื่นมือเรียวเล็กออกไปหมายจะกระชากสาบเสื้อฝั่งที่คลุมไหล่ของเขาเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าร่องรอยนั้นมันเกิดจากอะไรกันแน่ แต่ทว่าความเร็วระดับอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษมีหรือจะปล่อยให้เธอทำสำเร็จ คินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย แล้วดันร่างบางถอยหลังจนแผ่นหลังนุ่มชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
พรึบ!
ร่างสูงก้าวเข้ามาปิดกั้นทางหนีทุกทิศทางด้วยการใช้แขนอีกข้างยันผนังคร่อมตัวเธอไว้ รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เคมีร้อนแรงที่ปะทะกันอยู่เสมอเปลี่ยนรูปเป็นความเย้ายวนอันตรายที่ทำเอาสติกระเจิง
"คุณกล้าดียังไงมาแตะต้องตัวผมแบบนี้" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ก็... ก็คุณมันน่าโมโหนี่!" เธอเถียงเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่ทำให้สมองประมวลผลไม่ทัน แต่คินกลับใช้ปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางเธอกลับมาให้สบตาตรงๆ
ดวงตาของคินในยามนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความลังเล และบางสิ่งที่ร้อนแรงเกินกว่าที่ผู้ชายปากแข็งคนหนึ่งจะเก็บซ่อนไว้ได้มิด
"อยากเห็นนักใช่ไหม..." คินแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความขมขื่น ก่อนที่มือหนาจะละจากข้อมือเธอแล้วปลดกระดุมเสื้อยืดของตัวเองลงอย่างรวดเร็วจนเผยให้เห็นแผลเป็นนูนน่ากลัวที่พาดผ่านหัวไหล่ลามลงมาถึงแผ่นอกแกร่ง "รอยนี่... มันคือราคาที่ผมต้องจ่ายให้กับความสะשלของตัวเองเมื่อสามปีก่อน พยานคนสำคัญที่ผมต้องปกป้อง... ถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาในขณะที่ผมมัวแต่ลังเล"
รินรดานิ่งงันไปทันที ความโกรธเคืองทั้งหมดมลายหายไปในพริบตาเมื่อได้เห็นร่องรอยแห่งความทรงจำอันเจ็บปวดนั้น และได้ยินน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยของชายหนุ่ม เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แบกรับความรู้สึกผิดมาเนิ่นนาน และในวินาทีนั้นเอง... กำแพงความเย็นชาทั้งหมดก็พังทลายลง เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะเงียบ และทำไมเขาถึงต้องผลักไสเธอให้ออกห่างตลอดเวลา
มือเรียวที่เคยดื้อรั้นค่อยๆ ยกขึ้นอย่างช้าๆ ปลายนิ้วแตะลงบนผิวเนื้อบริเวณใกล้รอยแผลเป็นนั้นอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจทำเอาคินสะดุ้งเฮือก ร่างกายกำยำนิ่งค้างไปในทันที
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณเสียหน่อย... คิน" รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยคลหน่วยด้วยความรู้สึกที่หลาก
คินก้มมองมือเรียวที่สัมผัสบนอกตนเอง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เขารั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัวโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
บรรยากาศรอบตัวหวานล้ำและเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่หัวใจของทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า...
ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ตามด้วยเสียงพังล็อกที่รุนแรงจนบานประตูเซฟเฮาส์เปิดผางออกพร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสากลเรียบร้อยที่ก้าวเข้ามาพร้อมปืนพกในมือ
"โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของพวกคุณสินะครับ คุณบอดี้การ์ดคนเก่ง" เสียงทุบกวนประสาทและรอยยิ้มเย็นเยียบของ นที ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังพวกเขาอย่างเลือดเย็น!
--------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและฟินจิกหมอนไปกับตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด•ตอนที่ 8
ความลับใต้แผลเป็น
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!